ฝากขังต่อ “จัสติน” คดี 116 อุดรฯ แต่ให้รายงานตัวทางไลน์ ขณะส่ง “ครูใหญ่” ให้อัยการแล้ว

5 ม.ค. 2564 เวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 10 ศาลจังหวัดอุดรธานี  “จัสติน” หรือชูเกียรติ แสงวงค์ นักกิจกรรมกลุ่ม “ราษฎร” เดินทางจากจังหวัดสมุทรปราการ มาที่ศาลพร้อมทนายความ ในนัดรายงานตัวครั้งที่ 3 หลังได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรฯ แจ้งข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 จากเหตุชุมนุม #กฐินราษฎร์ตลาดหลวง เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2563

ทั้งนี้จัสตินและทนายยื่นคำร้องคัดค้านการขอฝากขังครั้งที่ 4 ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องฝากขังผู้ต้องหาอีกต่อไป เนื่องจากผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และมารายงานตัวตามนัดทุกครั้ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี, พฤติการณ์ที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาเป็นเพียงการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ การดำเนินคดีผู้ต้องหามีความมุ่งหมายทางการเมืองที่จงใจขัดขวางการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญดังกล่าว, ตามคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 3 ซึ่งพนักงานสอบสวนอ้างเหตุว่าจำเป็นต้องสอบพยานเพิ่มเติม 2 ปาก พนักงานสอบสวนได้ใช้เวลาไปพอสมควรแล้ว  จึงไม่มีเหตุจำเป็นต้องขังผู้ต้องหาไว้ อีกทั้งการเดินทางมาศาลก่อให้เกิดความไม่สะดวกเป็นอย่างมาก  

แต่แล้วศาลให้เหตุผลว่า ตามคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 4 พนักงานสอบสวนอ้างเหตุว่า ยังต้องสอบพยานเพิ่มอีก 1 ปาก เมื่อพิจารณาย้อนไปถึงคำร้องขอฝากขัง ครั้งที่ 1 – ครั้งที่ 3  ปรากฏว่าการสอบสวนมีความคืบหน้าเป็นลำดับ จึงอนุญาตให้มีการฝากขังต่อไปได้ แต่เนื่องจากขณะนี้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อความปลอดภัย ลดการเดินทางจากพื้นที่สีแดง (จังหวัดสมุทรปราการ) ของการแพร่ระบาด และลดภาระของผู้ต้องหา ศาลจึงให้จัสตินรายงานตัวทางโทรศัพท์หรือออนไลน์ได้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ศาลกำหนดให้รายงานตัวทางแอพลิเคชั่นไลน์ และนัดหมายให้รายงานตัววันที่ 18 ม.ค. 2564

วันเดียวกันนี้ ในส่วนของ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ แกนนำกลุ่ม “ขอนแก่นพอกันที” อีกหนึ่งผู้ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์เดียวกัน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรฯ ได้ส่งตัวพร้อมสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการจังหวัดอุดรฯ หลังสรุปสำนวนว่าเห็นควรสั่งฟ้อง โดยอัยการนัดฟังคำสั่งของอัยการว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องในวันที่ 15 ม.ค. 2564

สำหรับเหตุในคดีนี้ ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2563   กลุ่ม “อุดรพอกันที” ร่วมกับนักเรียนกลุ่ม “อุดรพิทย์ไม่ยอมเป็นทาส” และ “RN ปฏิวัติ” จัดชุมนุม#กฐินราษฎร์ตลาดหลวง  บริเวณอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เพื่อสนับสนุน 3 ข้อเรียกร้องของคณะราษฎร รวมทั้งเรียกร้องให้ปล่อยคนที่ถูกจับและยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยทั้ง “จัสติน” หรือชูเกียรติ แสงวงค์  และ  “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ ต่างเป็นผู้ขึ้นปราศรัยก่อนจะภายหลังถูกดำเนินคดี “ร่วมกันทําให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทําภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร” หรือ ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

ก่อนหน้านี้เมื่อ 21 ธ.ค. 2563 ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องขอฝากขังอรรถพลเป็นครั้งที่ 3 หลังพนักงานสอบสวนแจ้งว่า สอบสวนเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเสนอผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4​ พิจารณามีคำสั่งว่าเห็นควรสั่งฟ้องหรือไม่ แต่ 3 วันต่อมา ศาลอนุญาตให้ฝากขังชูเกียรติครั้งที่ 3 ตามที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องโดยอ้างเหตุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 มีมติให้สอบสวนพยานเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 ปาก ต่อมา พบว่าพนักงานสอบสวนคดีนี้ออกหมายเรียกเยาวชนอายุ 14 ปี ไปให้การเป็นพยาน ระบุว่าเนื่องจากมีภาพร่วมชุมนุมและถือธงชาติ