ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งข้อมูลจาก “เตอร์” อนุวัฒน์ พรหมมา เจ้าหน้าที่สมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น และและเป็นหนึ่งในกรรมการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน (กป.อพช.อีสาน) ว่าได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามมาหาตัวถึงบ้านที่จังหวัดขอนแก่นถึงสองรอบ อ้างว่ามีประวัติเคยร่วมชุมนุม พยายามสอบถามที่ทำงานของเขาจากครอบครัว โดยคาดว่าเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์การเคลื่อนไหวของเครือข่ายประชาชนที่เตรียมชุมนุมคัดค้านการประชุมธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ
เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เช้าวันที่ 7 ต.ค. 2569 ชายสองคนขับรถกระบะส่วนบุคคลเข้าไปที่บริเวณบ้านของครอบครัวของอนุวัฒน์ ใน อ.ชนบท จ.ขอนแก่น โดยในตอนแรกได้ไปสอบถามจากบ้านข้างเคียงก่อนว่ารู้จักบ้านของคนชื่อและนามสกุลนี้หรือไม่ เพื่อนบ้านจึงชี้ไปที่บ้านของอนุวัฒน์ ตอนนั้นแม่ของเขาอยู่หน้าบ้านพอดี
“เขาถามว่าคนชื่อนี้นามสกุลนี้เป็นใคร แม่ก็บอกว่าเป็นลูก เขาถามว่าอยู่ไหม แม่บอกว่าไม่อยู่ แล้วถามกลับว่ามีอะไร” เตอร์เล่าตามที่แม่โทรมาบอกเมื่อเวลาประมาณ 9.30 น. ซึ่งระหว่างเกิดเหตุเขาพักอาศัยอยู่ในตัวเมืองขอนแก่น
ชายที่ลงจากรถมาคุยตอบว่า มาติดตามสอบถามเฉย ๆ เพราะคนชื่อนี้มีประวัติเคยไปร่วมชุมนุม และบอกด้วยว่าในอำเภอนี้มีคนอยู่ในรายชื่อ 2 คน คือคนในตำบลนี้ และอีกคนในตำบลใกล้เคียง ชายดังกล่าวย้ำว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับยาเสพติดหรืออาชญากรรม การพูดคุยรอบแรกใช้เวลาราว 20 นาที
ไม่นานหลังจากนั้น ชายคนเดิมขับรถวนกลับมาอีกรอบ ครั้งนี้เขาถามตรง ๆ ว่าอนุวัฒน์ทำงานอะไร ทำงานที่ไหน และที่ทำงานชื่ออะไร แม่ตอบว่าไม่รู้ ชายคนนั้นจึงถามกลับว่า “เป็นแม่ ทำไมไม่รู้ที่ทำงานของลูก” แล้วจึงกลับไป รอบนี้ใช้เวลาราว 5 นาที
อนุวัฒน์อธิบายว่าแม่ตอบไม่ได้จริง ๆ เพราะงานด้านการพัฒนาสังคม บางทีก็อธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจได้ยาก “แต่พอตำรวจถามกลับอีกรอบ ผมคิดว่าเขาพยายามเก็บข้อมูลบางอย่างไปรายงานหัวหน้า” อนุวัฒน์ให้ความเห็น
แม่ของอนุวัฒน์บอกว่าชายที่ลงมาคุยแต่งกายครึ่งท่อน คือใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาวกับกางเกงสีกากี อีกคนนั่งอยู่ในรถตลอด ทั้งสองไม่แจ้งชื่อ ไม่บอกตำแหน่ง และไม่แสดงบัตร แต่เพื่อนบ้านที่ถูกสอบถามนั้นเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และยืนยันว่ารู้จักชายคนนี้ว่าเป็นตำรวจจาก สภ.ชนบท
ตลอด 17 ปีที่ทำงานภาคประชาสังคม นี่เป็นครั้งแรกที่ตำรวจไปถึงบ้านของอนุวัฒน์ เขาจบรัฐศาสตร์จากวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อปี 2552 และทำกิจกรรมมาตั้งแต่สมัยเป็นนิสิตและไปสังเกตการณ์การชุมนุมเป็นระยะ
“ที่ผ่านมาผมไม่ได้เป็นแกนนำหรือเป็นตัวเด่นในการเคลื่อนไหว อาจเคยถูกถ่ายรูปหรือถูกตามดูระหว่างไปสังเกตการณ์หรือร่วมชุมนุม แต่การไปถึงที่บ้านถือเป็นครั้งแรก” เตอร์กล่าว
อนุวัฒน์ไม่แน่ใจว่าประวัติการชุมนุม ที่ตำรวจพูดถึงหมายถึงอะไร เขาคาดว่าอาจมาจากชื่อของเขาในหนังสือแจ้งการชุมนุมของ กป.อพช.อีสาน ช่วงก่อนหน้านี้ เพราะในฐานะกรรมการ เขามักเป็นหนึ่งในผู้ยื่นแจ้งการชุมนุมที่องค์กรจัดเดินขบวนเรียกร้องประเด็นต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ก่อนหน้าเพียง 2 วัน ในวันที่ 5 ต.ค. 2569 อนุวัฒน์ร่วมเดินรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกในนามสมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น เพื่อคัดค้านการแก้กฎหมายบัตรทอง ระหว่างเดินขบวน เขาไปขอให้ตำรวจช่วยดูแลการจราจร วันรุ่งขึ้น ตำรวจนายนั้นซึ่งมีเพจสาธารณะของตัวเอง ตัดคลิปจากกล้องตำรวจตอนที่ทั้งสองคุยกันไปโพสต์ พร้อมข้อความทำนองว่า “เมียบ่นที่บ้านก็หนักพอแล้ว ยังต้องมาโดนบ่นอีก”
“มันทำให้คนเข้าใจผิดว่าเราไปทะเลาะหรือมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่ ทั้งที่จริงเป็นการเจรจาขอให้มาวางกำลังดูแลการจราจร” อนุวัฒน์ให้ความเห็น
อนุวัฒน์ยังตั้งข้อสังเกตอีกข้อหนึ่ง กป.อพช. ทั้ง 4 ภาคและส่วนกลาง เพิ่งแถลงข่าวเรื่องการเคลื่อนไหวคัดค้านการประชุมธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่รัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพในวันที่ 12-18 ตุลาคมนี้
“ผมเป็นหนึ่งในกรรมการ ก็อาจถูกติดตามเพราะเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า” เขากล่าว ทั้งนี้ ตำรวจไม่ได้แจ้งเหตุผลของการติดตามครั้งนี้นอกจากเรื่องประวัติการชุมนุม
อนุวัฒน์บอกว่าแม่ตกใจและกังวลมาก เขาห่วงสายตาของคนในหมู่บ้านด้วย เพราะในชุมชน ตำรวจไปถึงบ้านใครมักเป็นเรื่องยาเสพติดหรืออาชญากรรม ก่อนย้ำว่า “คนละแวกบ้านอาจตั้งข้อสังเกตว่าเราไปทำความผิดอะไรมา”
ส่วนตัวเขาเองไม่ได้กังวลเรื่องเจ้าหน้าที่มากนัก แต่ห่วงว่าเรื่องนี้จะไม่จบแค่ครั้งเดียว ก่อนให้ทัศนะว่า “ผมคิดว่าชื่อเราอยู่ในรายชื่อของเขาแล้ว เจ้าหน้าที่อาจติดตามเรื่อย ๆ ถ้ามีกรณีอื่นตำรวจก็อาจลงไปอีก”
อนุวัฒน์กล่าวด้วยว่าตำรวจมีข้อมูลของเขาอยู่แล้ว ทั้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ในหนังสือแจ้งการชุมนุมหลายครั้ง จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องไปถามครอบครัวที่บ้าน “ถ้ามีคำถามหรือข้อสงสัยอะไร ก็ควรประสานกับเราโดยตรง การไปเยี่ยมที่บ้านสร้างความหวาดกลัวให้คนในครอบครัว และทำให้คนในชุมชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรา” เขากล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2569 เพจของคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ยังได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ของเครือข่ายตั้งแต่ในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มมีการประกาศชุมนุมต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ปรากฏว่ามีผู้ถูกเจ้าหน้าที่รัฐติดตามไปสอบถามข้อมูลถึงบ้านหรือที่ทำงานหลายรายทั้งในภาคเหนือและภาคอีสาน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ไปติดตามสอบถามข้อมูลในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ด้วย
