6 เดือนของ ‘วุฒิภัทร’ ผู้ต้องขังคดี ม.112 กับบททดสอบของชีวิตในการเข้าเรือนจำ

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2569 ทนายความได้เข้าเยี่ยม “วุฒิภัทร” (นามสมมติ) อดีตพนักงานบริษัทวัย 32 ปี จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 จากกรณีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีสวรรคตของรัชกาลที่ 8  โดยคดีของเขาสิ้นสุดลงหลังศาลฎีกาพิพากษายืนลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน ทำให้ถูกนำตัวมารับโทษที่เรือนจำกลางสมุทรปราการมาตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 2569

เป็นเวลา 6 เดือนแล้วที่วุฒิภัทรต้องเข้ามาอยู่ในเรือนจำ โดยภาพรวมเขาเล่าว่าพอปรับตัวได้ แต่ถึงยังไงก็อยากออกไปใช้ชีวิตภายนอกมากกว่า โดยเขาพยายามมองว่าการต้องเข้ามาในเรือนจำเหมือนบททดสอบบทหนึ่งของชีวิต และพยายามทำงานที่เป็นประโยชน์ภายใน ซึ่งอาจส่งผลต่อการลดโทษต่าง ๆ เพื่อจะได้ออกไปดูแลคุณแม่เร็วขึ้น 

บททดสอบใหม่ในชีวิต: ‘วุฒิภัทร’ สัญญาว่าจะมีสติ ยังรอคอยจะได้ออกไปอยู่กับแม่

ทนายความยื่นคำร้องขอเข้าเยี่ยมตอนบ่าย เวลาล่วงเลยไปใกล้จะบ่ายสามจึงได้เข้าเยี่ยม วุฒิภัทรปรากฏในชุดผู้ต้องขังสีฟ้า สวมเสื้อกั๊กสีเขียวทับ 

“ผมก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ พออยู่ได้ แต่ก็อยากออก” เขาเล่าว่า ปัจจุบันเขาได้อยู่แดน 3 คือ แดนที่คดีเด็ดขาดแล้ว แม้จะติดมา 6 เดือนแล้ว แต่วุฒิภัทรยังถูกจัดเป็นนักโทษชั้นกลาง เพราะติดมานานไม่พอสอบเลื่อนชั้นรอบเดือนมิถุนายน ต้องรออีกรอบในช่วงเดือนธันวาคม

การใช้ชีวิตประจำวันในเรือนจำ เขาเล่าว่า เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการช่วยงานเจ้าหน้าที่ มีดูทีวีบ้างตามที่เรือนจำจัดไว้ให้ ส่วนใหญ่เป็นหนัง เพลง หรือรายการที่บันทึกไว้ล่วงหน้า ไม่ค่อยมีการเปิดช่องข่าว ทำให้ไม่ค่อยได้รับรู้ความเคลื่อนไหวภายนอกมากนัก

สำหรับความสัมพันธ์กับเพื่อนผู้ต้องขังคนอื่น ๆ เขาเล่าว่า ไม่มีปัญหา เพราะไม่ค่อยเข้าไปยุ่งหรือมีเรื่องกับใคร ที่นี้ทุกคนมีสถานะเท่ากัน แต่พอมีเพื่อนที่คอยช่วยเหลือและแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กัน

ส่วนการเข้าร่วมอบรมโครงการต่าง ๆ ปัจจุบันเขายังไม่ได้เข้าร่วมเนื่องจากยังไม่เข้าใจกับระบบ แต่ก็ตั้งใจว่าจะเข้าร่วมเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาเลื่อนชั้นผู้ต้องขังต่อไป

เรื่องการเป็นอยู่ เขาเล่าว่าอาหารของเรือนจำพอกินได้ และมีอาหารที่แม่ซื้อให้เพิ่มเติม แต่ยังคงขาดของใช้ในชีวิตประจำวันอยู่บ้าง แม้จะได้รับการช่วยเหลือจากโครงการ Freedom Bridge และกองทุนราษฎรประสงค์ แต่ก็ใช้จ่ายแบบจวนเจียนอยู่

วุฒิภัทรเล่าว่า ห้องของเขาไม่ได้แออัดมาก แต่ความสะอาดภายในเรือนจำไม่ค่อยดี ทำให้มีผื่นคันหรือเม็ดตุ่มขึ้นตามร่างกาย แต่ได้รับการรักษาแล้ว ปัจจุบันเขาช่วยงานเจ้าหน้าที่ในหน่วย “ชุดพลายงาม” โดยมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลประจำจุดและทำความสะอาด งานนี้ไม่มีค่าตอบแทน แต่ก็น่าจะช่วยเรื่องการเลื่อนชั้น และทำให้รับรู้ข่าวสารต่าง ๆ 

วุฒิภัทรสอบถามเรื่องคดีของเขาจะเข้าเกณฑ์ได้อภัยโทษหรือไม่ จึงแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการอภัยโทษเป็นการทั่วไปนั้น ถึงเป็นคดีมาตรา 112 ก็ได้รับประโยชน์ และมีคนได้ปล่อยตัวมาแล้วหลายคน แต่ต้องเข้าเกณฑ์การถูกคุมขังมาตามระยะเวลาที่อภัยโทษแต่ละครั้งกำหนดไว้ก่อน เขาถามต่อเรื่องของการพักโทษ โดยตั้งใจว่าอยากจะเตรียมการยื่นขอไว้ด้วย แต่ยังต้องดูช่วงเวลาต่อไป 

วุฒิภัทร คาดหวังว่าอยากกลับออกไปดูแลแม่วัย 60 ปี โดยเร็ว ซึ่งโดยปกติก็มีเพียงเขาที่ดูแลแม่ เมื่อพูดถึงครอบครัว โดยเฉพาะแม่ น้ำเสียงของเขาจะเริ่มสั่น 

วุฒิภัทรเล่าว่า เนื่องจากบ้านอยู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่จะเดินทางมาเยี่ยมเขาราวเดือนละครั้ง บางทีก็เยี่ยมทางไลน์บ้าง โดยนักโทษชั้นกลางมีสิทธิ์เยี่ยมทางไลน์ 1 ครั้งต่อเดือน ปัจจุบันเขารอติดตามว่าจะมีประกาศการเยี่ยมใกล้ชิดบ้างหรือไม่ จะได้พบเจอกับแม่แบบใกล้ชิด

นอกจากแม่ เขาเล่าว่ามีเพื่อนมาเยี่ยมหลักๆ อีก 1 คน และพบว่ามีปัญหาในการใส่รายชื่อเยี่ยม 10 คน บางคนเขาใส่รายชื่อเข้าไปใหม่ก็เยี่ยมไม่ได้ บางทีก็ไม่มีชื่อที่กรอกเข้าไป บางทีเป็นเพื่อนมาก็เยี่ยมไม่ได้ เรือนจำนี้ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องการเยี่ยม แต่เขายังรอติดตามจดหมายจากภายนอกต่อไป

การพบเจอสิ้นสุดลงในช่วงประมาณบ่ายสาม เพราะหลังจากนี้วุฒิภัทรต้องเตรียมตัวอาบน้ำขึ้นเรือนนอน เขาได้ฝากข้อความถึงแม่ว่า “อยากบอกแม่ให้รอหน่อย ผมกำลังต่อสู้กับมันอยู่ ไม่นานก็ออกไปเจอกัน” 

เขายังฝากข้อความถึงคนข้างนอกว่า “คิดถึงคนข้างนอก คิดถึงชีวิตตัวเองที่อยู่ข้างนอก ผมสูญเสียเยอะ การมาที่นี่เหมือนบททดสอบอะไรบางอย่าง ผมอยากออกไปข้างนอก ผมจะมีสติ ทำอะไรที่พัฒนาตัวเอง” 

.

ย้อนอ่านเรื่องราวของวุฒิภัทร

“คนเราผิดพลาดกันได้ แต่ต้องสู้ต่อ มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต”: ชวนอ่านเรื่องราวของ ‘วุฒิภัทร’ พนักงานบริษัทที่ถูกฟ้องคดี ม.112 ก่อนพิพากษาชั้นฎีกา

X