“เก็ท” โสภณ เขียนจดหมายเปิดผนึก หลังคณะทำงาน UN มีความเห็นว่าการควบคุมตัวเขาในคดี ม.112 เป็นไปโดยพลการ

“เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง นักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 เขียนจดหมายเปิดผนึกหลังคณะทำงานว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการ (UNWGAD) ขององค์การสหประชาชาติ มีความเห็นว่าการควบคุมตัวเก็ทเป็นการควบคุมตัวโดยพลการ (arbitrary detention) พร้อมเรียกร้องให้มีการปล่อยตัว 

ในจดหมายฉบับนี้ เก็ทได้สะท้อนเกี่ยวกับปัญหาในกระบวนการยุติธรรมและความไม่เท่าเทียมในการต่อสู้คดีทางการเมือง โดยเขาชี้ว่าการบังคับใช้กฎหมายในนามของความมั่นคง ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกของผู้เห็นต่าง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อหลักการประชาธิปไตย

นอกจากนี้ เก็ทยังได้เรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติ ติดตาม ตรวจสอบ และส่งข้อวิจารณ์ไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม พร้อมขอให้ประชาคมโลกพิจารณาสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทยจากข้อเท็จจริงและความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อร่วมปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนในฐานะพลเมืองโลก

______________________________________________________

.

ผมขอขอบคุณศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, Human Rights Foundation และ ผู้สังเกตการณ์ทุกท่านที่เป็นประจักษ์พยานในกระบวนการดำเนินคดีของผม และได้ส่งรายงานไปยังองค์การสหประชาชาติ ขอขอบคุณองค์การสหประชาชาติที่ใส่ใจสถานการณ์สิทธิมนุษยชน และความยุติธรรมในประเทศไทย

ผมเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยหลักคิดที่ว่า เมื่อเห็นปัญหาในบ้านเมือง เห็นช่องทางการแก้ไขปัญหา หรือพัฒนาสังคม ในฐานะประชาชน เราย่อมมีเสรีภาพในการพูด ในการแสดงออก เพื่อให้สาธารณชนเห็นปัญหา หาทางแก้ไข และพัฒนาสังคมได้ หากบ้านเมืองนี้เป็นประชาธิปไตย

เป็นอย่างที่ทุกท่านทราบ ผมติดคุกอยู่ร่วมกับผู้ต้องขังคดีการเมืองมากกว่า 50 คน และมีประชาชนหลายร้อยคนถูกดำเนินคดีการเมือง มากกว่า 300 คน ที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า หลักการประชาธิปไตยไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นหลักปฏิบัติของรัฐไทย

ความไม่เป็นธรรมที่ท่านเห็นว่าได้เกิดขึ้นกับผมนั้น ผมหวังว่า มันจะถูกใช้เป็นหลักฐานในการกระทำผิดขององค์กรรัฐไทยอย่างมีแบบแผน หากมีประชาชนคนใดคิดกระด้างกระเดื่องต่อผู้มีอำนาจ รัฐไทยก็จะปิดปาก สร้างความหวาดกลัวโดยใช้กระบวนการยุติธรรม และอ้างว่าทำไปในนาม “ความมั่นคง” 

ในสมรภูมินิติสงครามระหว่างประชาชนกับอภิสิทธิ์ชน ฝ่ายประชาชนนั้นเสียเปรียบเต็มประตู เป็นจริงดังที่องค์การสหประชาชาติแถลงถึงความไม่เท่าเทียมทางอาวุธในการต่อสู้คดี ชนชั้นนำยังกุมอำนาจรัฐ ชี้นิ้วสั่ง ตามจับคนเห็นต่างตามอัธยาศัย พอเห็นกันอยู่ว่า ตำรวจ ศาล คุก เป็นอย่างไร แล้วสามัญชนจะเอาอะไรไปสู้?

ด้วยสถานการณ์ดังที่ได้กล่าวไป ท่านจึงได้เห็นความไม่เป็นธรรมในคดีของผม ตั้งแต่การจับกุมโดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งความผิด การสั่งขังในบ้าน การที่ผู้พิพากษาเลือกที่จะไม่บันทึกบางข้อความ ทั้งจากคำถามของทนาย และคำตอบของพยานในกระบวนการพิจารณาคดี ความไม่เป็นธรรมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับผมเท่านั้น ประชาชนพูดความจริงเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติ การพูดความจริงนั้นกลายเป็นอาชญากรรม เพราะความจริงที่เราพูดเป็นภัยต่อชนชั้นปกครอง

อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าองค์การสหประชาชาติจะได้รับข้อมูลที่รัฐไทยตระเตรียมแถลงโต้ไว้อย่างสวยหรู ว่าการกระทำของพวกเขาทำไปอย่างถูกต้อง ก็ขอให้เป็นวิจารณญาณของท่าน พิจารณาว่าสิ่งที่พวกเขาทำถูกหรือผิด เขาคงบอกว่าเขาโปรยเครื่องหอมดอกไม้มาให้ปวงชน ส่วนผมและคนจำนวนมากที่วิ่งเข้าไปรับ ต่างก็ล้วนบาดเจ็บ ติดคุก โดนคดี ลี้ภัย ท่านก็วิเคราะห์เอาเถิดว่า ที่ชนชั้นปกครองไทยมอบให้คนไทย คือดอกไม้หรือก้อนหิน

แม้ทางองค์การสหประชาชาติได้แถลงการณ์แสดงความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองไทยมาแล้ว แต่ชนชั้นนำไทยก็หาสนใจไม่ เมื่อเขาเพิกเฉยต่อคำทัดทานของประชาคมโลกเช่นนี้ ก็ขอให้องค์การสหประชาชาติ กดดันชนชั้นนำไทยให้หนักขึ้น โดยผมขอเสนอแนะให้ท่านส่งคำวิจารณ์ไปยังชนชั้นปกครอง ตั้งแต่คณะรัฐบาล องค์กรรัฐที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐบาล กระทรวงยุติธรรม องค์กรตุลาการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ชนชั้นนำพูดคุยถกเถียงกันเรื่องผลประโยชน์ แต่ชาวบ้านอย่างพวกเราเรียกร้องเพื่อความอยู่รอด เรียกร้องเพื่อโอกาสในการมีชีวิตที่ดี สำหรับข้อเรียกร้องของผม ท่านไม่จำเป็นต้องเห็นแก่ผมก็ได้ แต่ขอให้ท่านเห็นแก่คนไทย ในฐานะพลเมืองโลกที่อัตคัดเสรีภาพ และยังถูกกดทับให้อยู่กับความไม่เจริญ.

กรกฎาคม 2568

โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง

.

เก็ท โสภณ จะถูกคุมขังครบ 3 ปี ในวันที่ 24 ส.ค. นี้ เขาถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 จำนวน 4 คดี  โดยหากรวมโทษจำคุกในทุกคดี เขาถูกลงโทษจำคุก 10 ปี

ร่วมเขียนจดหมายถึงเก็ท โดยฝากถึง “โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง แดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เลขที่ 33 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900”

หรือเขียนจดหมายออนไลน์ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

.

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

คณะทำงานฯ UN ชี้การคุมขัง “เก็ท โสภณ” ในคดี ม.112 เป็นการควบคุมตัวโดยพลการ

HRF succeeds in UN petition: Thailand condemned for arbitrary detention of pro-democracy activist Sopon “Get” Surariddhidhamrong

อ่านความเห็นของคณะทำงานว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการ (UNWGAD) ฉบับเต็ม

.

X