‘ตัน’ สุรนาถ ยังถูกขังในเรือนจำ หลังศาลฎีกายกคำร้องประกันตัวระหว่างฎีกาคดี ม.110 ระบุไม่มีเหตุต้องไต่สวนแต่งตั้งผู้กำกับดูแล-ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องประกันตัว “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ นักพัฒนาชุมชนเมืองและเยาวชน หลังจากทนายความยื่นประกันตัวเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2569 ส่งผลให้สุรนาถยังคงถูกคุมขังระหว่างฎีกาในข้อหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพพระราชินี ตามประมวลฎหมายอาญามาตรา 110 ซึ่งคดีดังกล่าว เกิดขึ้นจากการชุมนุม #ม็อบ14ตุลา ในปี 2563 โดยสุรนาถถูกกล่าวหาว่าขัดขวางขบวนเสด็จ 

เหตุผลที่ศาลฎีกาใช้ประกอบคำสั่งยกคำร้อง ระบุว่า ไม่มีเหตุให้ศาลต้องไต่สวนเพื่อตั้งผู้กำกับดูแลตามที่ผู้ขอประกันร้องขอ ซึ่งพฤติการณ์คดียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

.

เกี่ยวกับคดีนี้ ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับเป็นลงโทษจำคุกสุรนาถและจำเลยอีกสามคน ให้จำคุกคนละ 16 ปี ส่วนเอกชัยถูกลงโทษจำคุก 21 ปี 4 เดือน จึงเป็นเหตุให้จำเลยทั้งหมดถูกคุมขังต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2568 และไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวต่อสู้คดีระหว่างฎีกา แม้ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งห้าคน

.

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2569 ทนายความยื่นประกันตัวสุรนาถเป็นครั้งที่ 6 (นับตั้งแต่ถูกขัง) ระบุยินยอมให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) และขอให้ไต่สวนเพื่อแต่งตั้งผู้กำกับดูแลจำนวน 3 คน คือ ที่ปรึกษามูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว, ประธานมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว และเลขาธิการมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว ซึ่งเป็นบุคคลที่จำเลยนับถือและรู้จักมานานกว่า 20 ปี จากการทำงานเพื่อสังคมด้านเด็กและเยาวชน

คำร้องขอประกันตัวมีใจความสำคัญว่า จำเลยยืนยันความบริสุทธิ์และประสงค์จะต่อสู้คดีจนถึงที่สุด โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องไปก่อนหน้านี้ด้วยเหตุผลว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน และไม่มีหลักฐานยืนยันเจตนาขัดขวางขบวนเสด็จ จำเลยยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ถูกดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2563 ได้ให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอดและไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี แม้เคยถูกคุมขังมาบ้างในอดีตแต่ก็ได้รับสิทธิประกันตัวมาโดยตลอด การถูกคุมขังในชั้นฎีกาขณะนี้เป็นเวลากว่า 11 เดือน ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม สิทธิในการประกันตัว และหลักการสันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

จำเลยเป็นหัวหน้าองค์กรพัฒนาเอกชน “บางกอกฮับ” ซึ่งดำเนินโครงการสร้างเสริมสุขภาวะและพัฒนาชุมชนร่วมกับเครือข่ายเยาวชนและหน่วยงานรัฐ เช่น กรุงเทพมหานคร การที่จำเลยถูกคุมขังส่งผลกระทบเชิงลบต่อเครือข่ายการทำงานและกลุ่มเปราะบางที่จำเลยดูแลอยู่ นอกจากนี้ จำเลยยังได้รับรางวัล “บุคคลเกียรติยศ” ประจำปี 2569 จากมูลนิธิโกมล คีมทอง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี

ต่อมาในวันที่ 11 ส.ค. 2569 นายประกันแจ้งคำสั่งศาลฎีกา ซึ่งมีคำสั่ง “ยกคำร้อง” โดยระบุคำสั่งลงวันที่ 8 ส.ค. 2569 ว่า “พิเคราะห์เหตุผลตามคำร้องของผู้ขอประกันแล้ว กรณียังไม่มีเหตุให้ศาลต้องไต่สวนเพื่อตั้งผู้กำกับดูแลตามที่ผู้ขอประกันร้องขอ ซึ่งพฤติการณ์คดีกรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฏีกา ให้ยกคำร้อง”

.

กรณีดังกล่าว เป็นเหตุให้ “ตัน” สุรนาถ ยังถูกคุมขังต่อไป ปัจจุบันเขาถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรมเป็นเวลามากกว่า 11 เดือนแล้ว และในเดือนหน้า (5 ก.ย. 2569) เขาจะถูกคุมขังครบ 1 ปีเต็ม โดยที่ไม่ได้รับสิทธิประกันตัว

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

“ฎีกาต้องยกฟ้อง เราเชื่ออย่างนั้น” : “ตัน” สุรนาถ กว่า 10 เดือนในเรือนจำ ยังยืนหยัดท่ามกลางอากาศปรวนแปรและชีวิตที่ต้องดิ้นรนทุกวัน 

X