“ตัน สุรนาถ” ผู้ต้องขังคดี ม.110 ได้รับรางวัลบุคคลเกียรติยศจาก “มูลนิธิโกมล คีมทอง”

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มูลนิธิโกมล คีมทอง ได้งานแสดงปาฐกถาประจำปี 2569 โดยในงานยังได้มีการประกาศเกียรติคุณบุคคลเกียรติยศ โดยปีนี้มีผู้ได้รับรางวัล 3 คน/องค์กร โดยหนึ่งในนั้น ได้แก่ “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ นักพัฒนาชุมชนเมืองและทำงานด้านเยาวชนวัย 40 ปี และปัจจุบันเป็นผู้ต้องขังระหว่างฎีกาในคดีตามมาตรา 110 จากกรณีถูกกล่าวหาขัดขวางขบวนเสด็จในการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563

มูลนิธิโกมล คีมทอง ได้จัดงานแสดงปาฐกถา และประกาศเกียรติคุณบุคคลเกียรติยศทุก ๆ ปี ในวันที่ 22 ก.พ. ซึ่งตรงกับวันครบรอบการถูกยิงเสียชีวิตของโกมล คีมทอง บัณฑิตจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และครูสอนหนังสือแก่เด็กในพื้นที่ชนบทที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ในปีนี้มีการแสดงปาฐกถาในหัวข้อ “อันอาจนำไปสู่การจัดการศึกษา สำหรับสังคมไทยในอนาคต” โดย ดร.อุทัย ดุลยเกษม อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร  ส่วนผู้ได้รับการประกาศเกียรติคุณบุคคลเกียรติยศ ซึ่งเป็นการเชิดชูบุคคลที่ทุ่มเททำงานในภาคประชาสังคมเพื่อสร้างสรรค์สังคม ได้แก่ สุรนาถ แป้นประเสริฐ, ร.ต.อ.ชนินทร์ ถนนกลาง และมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่

.

.

วีรพงษ์ เกรียงสินยศ กรรมการผู้จัดการของมูลนิธิโกมล คีมทอง ได้เป็นผู้กล่าวประกาศบุคคลเกียรติยศ โดยกรณีของ “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ ระบุว่า “เป็นบุคคลที่ทำงานกับเยาวชนและชุมชนอย่างจริงจังมาตลอดระยะเวลานับสิบปี เป็นผู้ทำงานภาคประชาสังคมโดยมุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ชุมชนมาอย่างยาวนาน

“งานของตันเป็นงานที่เกี่ยวกับการพัฒนา ที่ต้องอาศัยทักษะความคิดสร้างสรรค์และการทำงานเป็นทีม ครอบครัวของเขาทำงานทางสังคมมาโดยตลอด ตันมีคุณพ่อเป็นผู้นำชุมชนและเสียชีวิตจากปัญหาสุขภาพเมื่อหลายปีก่อน จากนั้นครอบครัวของเขาก็ยังทำงานชุมชนมาโดยตลอด 

“งานของเขานอกจากทำให้ชุมชนเข้มแข็งแล้ว เขายังทำงานร่วมกับเครือข่ายหลากหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเด็กและเยาวชน ยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า ความรุนแรงในครอบครัว และเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ เป็นเหมือนเครือข่ายของคนทำงานในพื้นที่ของตนเอง เรียกว่า ‘พื้นที่นี้ดีจัง’ ที่ร่วมกับกลุ่ม ‘ดินสอสี’ เพื่อเปลี่ยนแปลงชุมชนที่มีความเสี่ยงให้กลายเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ เอื้อให้เยาวชนเป็นผู้ออกแบบชุมชนที่ต้องการด้วยตนเอง จัดการเอง และรู้สึกภาคภูมิใจในชุมชนของพวกเขาเอง

“การทำงานของตันเป็นการทำงานกับคนทุกวัย แต่ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนเป็นพิเศษ ตันเป็นคนหนุ่มตั้งใจจริงในการทำงานเพื่อชุมชน เรียกว่า ‘ชุบชีวิตชุมชน’ ในตรอกเล็กซอยน้อย ย่านฝั่งธนฯ ให้หลายแห่งเป็นพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิต ศิลปะ และวัฒนธรรมชุมชนเมืองที่มีคุณภาพให้กับเยาวชนและสังคม 

“วิธีการคือ การชวนกลุ่มเยาวชนมาทำกิจกรรมใหม่ ๆ ปรับแนวคิด วิธีคิดของเด็กและเยาวชน ให้ทำกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ไปหายาเสพติดหรือปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ในพื้นที่ แม้ยามบ้านเมืองมีสภาวะยากลำบาก แต่คนเล็กคนน้อยอย่างตันก็พยายามฝ่าฟันสร้างน้อง ๆ คนรุ่นใหม่ให้กลับมาทำงานเพื่อชุมชนเป็นจำนวนมาก เขาเป็นเหมือนแสงสว่างให้กับพื้นที่เล็ก ๆ ที่อับแสง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ยังขาดแคลน

“ปัจจุบันตันยังคงทำงานพัฒนาชุมชน ภายใต้โครงการชุมชนยกกำลังดี เป็นการพัฒนาชุมชนที่ไม่ได้จดทะเบียนกับ กทม. มีชุมชนที่เข้าร่วมด้วย 60 ชุมชน เริ่มจากการตั้งกรรมการชุมชน รวมคนให้เข้ามาพูดคุยหาความต้องการของชุมชนตัวเอง โดยเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ เช่น สุขภาพและคุณภาพชีวิต มีการจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพ ชุมชนที่ทำงานด้วยส่วนใหญ่อยู่ในเขตธนบุรี เมื่อไม่ได้จดทะเบียนชุมชนเหล่านี้ถูกละเลยจากภาครัฐ โครงการนี้ทำให้คนในชุมชนมีชีวิตที่ดีขึ้น มีกิจกรรมในชุมชนเพิ่มมากขึ้น ชุมชนเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจน

“ตันได้รับการกล่าวถึงจากเพื่อนรุ่นน้องที่ร่วมงานกันมายาวนาน เป็นเหมือนพี่น้องกันจริง ๆ ว่า เป็นคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้น้อง ๆ อยากทำงานเพื่อสังคมมาจนถึงทุกวันนี้ และทำให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้ผ่านงานที่ทำ

ยกตัวอย่างคำกล่าวของรุ่นน้องคนหนึ่งที่ว่า ‘พี่ตันทำงานประเภทนี้ แกลงทุนเรื่องของจิตใจ เอาตัวเองมาพัฒนาในพื้นที่ชุมชนเยอะมาก พยายามทำจากสิ่งที่ไม่เคยมี จากพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่สีแดง แหล่งยาเสพติด คนไม่ค่อยจะเดินพลุกพล่าน แต่ปัจจุบันนี้กลายเป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยากเดิน แกใช้กระบวนการง่าย ๆ ถ้ามันดูน่ากลัว แกก็เติมศิลปะเข้าไปบนกำแพง’ 

“‘สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่น ๆ นำไปพัฒนา พี่ตันเป็นคนที่คอยเสริมพลังให้เรามั่นใจในตัวเอง เชื่อมั่นในศักยภาพของเรา และคนในทีมอยู่เสมอ’”

.

.

หลังการประกาศรางวัล อำนาจ แป้นประเสริฐ พี่ชายของสุรนาถ ได้เป็นผู้รับโล่เกียรติยศแทน พร้อมได้กล่าวในตอนท้ายว่า วันนี้ตันไม่สามารถมารับรางวัลได้ด้วยตนเอง เนื่องจากยังถูกจองจำจากความอยุติธรรมอยู่ โดยครอบครัวและเพื่อนพี่น้องก็พยายามต่อสู้เพื่อความยุติธรรม เพราะตันไม่ได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหา 

ทางครอบครัวมีความยินดีที่ตันได้รับรางวัลในครั้งนี้ และจะนำเรื่องในครั้งนี้ไปเล่าให้ฟังในการเข้าเยี่ยม โดยหวังว่าสิ่งที่ตันได้ทำทั้งหมด จะเป็นส่วนหนึ่งที่พิสูจน์ถึงความบริสุทธิ์ของเขาต่อไป 

.

ทั้งนี้ “ตัน สุรนาถ” ถูกคุมขังในคดีข้อหาหลักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 กรณีถูกกล่าวหาว่าร่วมกันขัดขวางขบวนเสด็จของพระราชินี ระหว่างเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 เขาถูกขังมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568 หลังจากศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จากที่เคยยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา เป็นเห็นว่าจำเลยทั้งห้ามีความผิดตามฟ้อง โดยพิพากษาลงโทษบทหนักที่สุด ตามมาตรา 110 จำคุกคนละ 16 ปี

หลังจากนั้นศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัวทั้งหมดระหว่างฎีกาเรื่อยมา ทำให้สุรนาถและเพื่อนร่วมคดีถูกคุมขังในเรือนจำคลองเปรมเป็นระยะเวลาจะครบ 6 เดือนแล้ว

.

ย้อนอ่านเรื่องเกี่ยวกับตัน

ชีวิตก่อนต้องคดีประทุษร้ายราชินีของ ‘ตัน สุรนาถ’ ผู้พาเยาวชนออกจากทางตัน

เหตุผลที่ “ตัน สุรนาถ” ไม่อาจเป็นผู้หลบหนีในคดีมาตรา 110

ชวนอ่าน #saveตันสุรนาถ: เมื่อ “เพื่อนพี่น้อง” เขียนถึงผู้ต้องขัง ม.110 หลังศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา

“มันไม่จำเป็นต้องไปอยู่ในนั้น ชีวิตพี่ตันมีประโยชน์มากกว่านี้”: คุยกับ “แวน จิรพงษ์” ถึงเบื้องหลังงานปั่นจักรยานที่พารู้จักงานชุมชนของผู้ต้องขังคดี ม.110

70 เครือข่ายพัฒนาชุมชน นัดยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกา ขอให้ประกันตัว “ตัน สุรนาถ” และเพื่อนรวม 5 ราย หลังเผชิญการคุมขังชั้นฎีกา ในคดี ม.110

.

X