ในวันจันทร์ที่ 15 ก.ย. 2568 เวลา 09.30 น. ที่สำนักประธานศาลฎีกา กลุ่มเพื่อนของ “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ และเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมซึ่งทำงานด้านเด็กเยาวชนและชุมชนเมือง จะได้ร่วมกันเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงประธานศาลฎีกา กรณีขอให้พิจารณาอนุญาตให้ประกันตัว “ตัน สุรนาถ และเพื่อนรวม 5 คน” ที่ถูกคุมขังและไม่ได้รับการประกันตัวในระหว่างฎีกา จากกรณีที่ถูกฟ้องในข้อหาหลักประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 จากเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563
ในการยื่นจดหมายต่อประธานศาลฎีกาและแถลงข่าว นำโดย ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาจนาภิเษก, อำนาจ แป้นประเสริฐ ตัวแทนครอบครัวตัน สุรนาถ, ชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว และ จิรพงษ์ อินกอง ตัวแทนจากบางกอกฮับ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568 ศาลอุทธรณ์ได้กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จากที่เคยยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา เป็นเห็นว่าจำเลยทั้งห้ามีความผิดตามฟ้อง โดยเชื่อว่าจำเลยทราบว่าเป็นขบวนเสด็จของสมเด็จพระราชินี ทั้งห้ามีพฤติการณ์ขัดขวางขบวนเสด็จ การกระทำความผิดสำเร็จแล้วแต่ไม่บรรลุผลเพราะขบวนเสด็จเคลื่อนผ่านไปได้
ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาลงโทษบทหนักที่สุด ตามมาตรา 110 จำคุกคนละ 16 ปี และให้เพิ่มโทษของจำเลยที่ 1 (เอกชัย หงส์กังวาน) 1 ใน 3 เนื่องจากเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน รวมโทษจำคุกจำเลยที่ 1 รวม 21 ปี 4 เดือน
หลังจากนั้นในการประกันตัว ศาลอาญาได้ส่งคำร้องให้ศาลฎีกาวินิจฉัย และเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2568 ศาลฎีกาได้มีคำสั่งยกคำร้องไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยเห็นว่าหากปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งห้าอาจจะหลบหนี ทำให้จำเลยทั้ง 5 คนต้องถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยที่ทั้งห้าไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี และศาลสองระดับก็พิจารณาในแนวทางแตกต่างกัน จึงควรได้รับโอกาสในการต่อสู้คดีในชั้นฎีกาโดยได้รับการประกันตัว
ทั้งนี้ ทางองค์กรเครือข่ายพัฒนาชุมชนกว่า 70 องค์กรได้ยืนยันว่า การใช้สิทธิประกันตัวมิใช่สิทธิพิเศษ แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญมอบให้แก่ประชาชนทุกคน การที่ศาลใช้ดุลพินิจให้สิทธิประกันตัวแก่นายสุรนาถและเพื่อนรวม 5 คน ในครั้งนี้ จึงเป็นทั้งการคุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ตามหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ (Presumption of Innocence) จนกว่าคดีจะถึงที่สุด จึงควรได้รับสิทธิในการประกันตัว เพื่อให้การควบคุมหรือการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลเป็นไปเท่าที่จำเป็นและสมควรแก่เหตุ
.
ย้อนอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
บันทึกทนายความ: สรุป 11 ข้อเท็จจริงในคดีมาตรา 110 หลังศาลยกฟ้อง
