“ไบรท์ ชินวัตร” ผู้ต้องขัง ม.112 แจ้งอาการปวดหัวหายแล้ว ปรากฏผลวินิจฉัยแพทย์ระบุเป็น Primary Headache แต่ยังมีอาการชาอยู่ 

จากกรณีเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2569 ทนายความได้ยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อขอติดตามผลการวินิจฉัยโรคและขอให้ส่งตัว “ไบรท์” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง ผู้ต้องขังคดี ม.112 เข้ารับการตรวจรักษาเฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาท

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569 ทนายความได้รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยของชินวัตร โดยพบว่าในช่วงดังกล่าวมีสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ผู้ต้องขังมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง แม้ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่จะนำยาแก้ปวดมาให้รับประทาน แต่ก็ไม่ได้มีอาการทุเลาลง โดยในเวลากลางดึกอาการปวดหัวดังกล่าวได้ทวีความรุนแรงขึ้น และทำให้มีอาการชาซีกขวาของร่างกาย ปวดร้าวไปถึงปลายนิ้วแขนขวา ร่างกายอ่อนแรงจนไม่สามารถก้าวเดินได้ 

ชินวัตรเปิดเผยว่า เขามีอาการปวดหัวบริเวณขมับคล้ายไมเกรนมาโดยตลอด โดยเฉพาะเมื่อความเครียดจากการถูกคุมขังเข้าสู่ช่วงปีที่ 2 และสูญเสียป้าที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็ก โดยไม่สามารถออกไปร่วมงานศพได้ 

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน ชินวัตรอาการไม่ดีขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ส่งตัวเขาไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยเบื้องต้นแพทย์ได้วินิจฉัยอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) จึงได้ทำการเจาะเลือดเพื่อส่งตรวจในวันดังกล่าว เป็นเวลา 1 คืน และภายหลังชินวัตรได้ถูกนำตัวกลับมาให้น้ำเกลือ และนอนพักรักษาตัวเป็นเวลา 5 วัน ที่แดนพยาบาล ก่อนถูกส่งตัวกลับไปคุมขังที่แดนเช่นเดิม โดยตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเรือนจำและสถานพยาบาล เขาได้รับเพียงยาแก้ปวดเพื่อประทังอาการเท่านั้น 

ต่อมา 17 มิ.ย. 2569 เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้ส่งเอกสารใบความเห็นแพทย์ของชินวัตรมาให้ทนายความ โดยมีรายละเอียดผลการตรวจร่างกายระบุว่า ผู้ป่วยมีอาการปวดหัว ชาปลายมือ และอ่อนแรง ไม่พบอาการปากเขียว หรือหน้าเขียว และไม่มีอาการหมดสติ จึงวินิจฉัยว่าเป็นอาการป่วย Primary Headache คือ อาการปวดหัวที่ไม่ได้เกิดจากโรคหรือความผิดปกติร้ายแรง

ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยาแก้ปวด ยาบำรุงประสาท โดยมีการแจ้งว่าอาการดีขึ้น และได้มีการติดตามรักษาต่อเนื่อง 

ต่อมา 1 ก.ค. 2569 ชินวัตร ได้ถูกเบิกตัวมาร่วมการพิจารณาคดีในนัดสืบพยานคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ซึ่งมีนักกิกรรมและประชาชน 22 คน ถูกฟ้องในข้อหาหลักตามมาตรา 112 และมาตรา 116 

ชินวัตรอัปเดตสถานการณ์ว่า ปัจจุบันอาการปวดหัวหายแล้ว แต่ยังคงมีอาการชาอยู่บ้าง หมอได้จัดยาให้กินอยู่เรื่อย ๆ และได้ออกกำลังกายตามที่หมอแนะนำ ก่อนหน้านี้ที่ได้ไป รพ.ราชทัณฑ์ หมอได้ฉีดสีเพื่อดูอาการปวด ทำให้เห็นว่าหลอดเลือดมีการบีบตัว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาปวดหัว และเกิดอาการชาขึ้นตามร่างกายได้ ชินวัตรบอกว่าหมอวินิจฉัยว่าตัวเขาเป็นไมเกรน และให้คำแนะนำว่าอย่าเครียดมาก แต่ด้วยสภาพแวดล้อมในเรือนจำ และการถูกคุมขังเข้าปีที่ 3 ก็ทำให้เขารู้สึกกดดันมากพอสมควร 

เขาบอกว่าตอนนี้มีอาการออฟฟิศซินโดรมด้วย และต้องทำการรักษาด้วยการฝังเข็ม ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 600 บาท/4 ครั้ง ปัจจุบันเขายังไม่ได้ไปเข้ารับการรักษาดังกล่าว แต่ได้ทำการลงทะเบียนขอรับการรักษาไว้แล้ว 

ชินวัตรเล่าต่อว่า ทุกวันนี้เขาได้รับยานอนหลับมาให้กินต่อเนื่อง แต่พยายามจะไม่กินบ่อยมาก จะกินยาเฉพาะช่วงที่มีอาการปวดหัว และนอนไม่หลับเท่านั้น 

.

สำหรับ ไบรท์ ชินวัตร อดีตนักกิจกรรมจากนนทบุรีวัย 33 ปี ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาตั้งแต่วันที่ 29 ก.พ. 2567 โดยเขาถูกศาลชั้นต้นวินิจฉัยโทษจำคุกในคดีข้อหาหลักตามมาตรา 112 รวม 7 คดี 

หากรวมโทษจำคุกทุกคดีที่ไม่รอลงอาญาต่อกัน เขาถูกลงโทษจำคุกรวมเป็น 15 ปี 24 เดือน (หรือประมาณ 17 ปี) ในตอนแรก ไบรท์ได้ตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ในคดีต่าง ๆ แต่ต่อมาเขาได้ตัดสินใจยื่นขอถอนอุทธรณ์ ทำให้คดีในบางส่วนได้สิ้นสุดลง แต่บางส่วนยังรอคำสั่งศาลให้ถอนอุทธรณ์

X