วันที่ 17 มิ.ย. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยม “อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่ถูกพิพากษาจำคุก 8 ปี 48 เดือน จากการโพสต์เฟซบุ๊ก 8 ข้อความ และอยู่ระหว่างอุทธรณ์คำพิพากษา โดยถูกคุมขังมาแล้วราว 1 ปี 9 เดือน
ในการเยี่ยมครั้งนี้ อายมาพร้อมกับสารพัดปัญหาที่อัดอั้นอยู่ข้างในใจ เธออยากให้คนข้างนอกได้รู้ว่าชีวิตในทัณฑสถานหญิงกลางเป็นอย่างไรจริง ๆ ทั้งห้องนอนที่รองรับได้เพียง 80 คน แต่อยู่กันจริงถึง 180 คน พัดลมดูดอากาศจากโซนทำอาหารที่หันหน้าตรงเข้าเรือนนอนจนได้กลิ่นควันพริก ทำให้ไอกันตลอดทั้งวัน
ตลอดจนหนูที่กัดสิ่งของในโซนตู้เก็บสัมภาระจนเสียหาย ราคาผลไม้ในร้านค้าของเรือนจำที่แพงแต่คุณภาพไม่สมราคา ไปจนถึงกฎที่บังคับให้ผู้ต้องขังทุกคนต้องนั่งลงเมื่อเจ้าหน้าที่เดินผ่าน แม้แต่ผู้สูงอายุที่ถือไม้ค้ำก็ไม่เว้น เธอระบายสารพัดความรู้สึก ไปจนถึงยาที่ต้องกินตอนสี่โมงเย็นซึ่งทำให้ง่วงแต่ต้องพยายามสู้กับความง่วงในห้องที่ร้อนอบอ้าวจนหายใจไม่ลำบากกลางดึก
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่บีบรัดทุกด้าน อายยังคงยืนหยัดด้วยความเชื่อเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยน ว่าทุกคนล้วนมีสิทธิมนุษยชน แม้จะอยู่ข้างในกำแพงเรือนจำก็ตาม
__________________________
ในวันนี้ (17 มิ.ย.) อายตัดผมสั้นประบ่าแล้ว บอกว่าเพิ่งตัดเมื่อต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ทนายนำรูปงานครบรอบ 2 ปี การเสียชีวิตของบุ้ง เนติพร มาให้ดู รวมถึงภาพการตรวจเยี่ยมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ของรังสิมันต์ โรม และทวี สอดส่อง ซึ่งมีรูปถ่ายผู้ต้องขังทางการเมืองที่เซนเซอร์หน้าไว้ อายดูออกว่าบางคนเป็นใคร และยิ้มได้เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมอุดมการณ์หลายคนยังสบายดี ก่อนจะเล่าถึงปัญหาในเรือนจำหลายเรื่องที่อยากส่งเสียงออกไป
อายเล่าว่าห้องนอนของเธอตามมาตรฐานรองรับได้ประมาณ 60-80 คน แต่ในความเป็นจริงเคยนอนกันสูงสุดถึง 180 คน ก่อนเล่าว่าเคยอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ผู้ต้องขังว่าจะปรับปรุงคุกไทยให้ได้มาตรฐานสากล แต่พอเทียบกับหนังสือคุกหญิงของต่างประเทศปี พ.ศ. 2546 แล้วช่างต่างกันลิบลับ
เธอบอกกับทนายว่า ความแออัดนั้นสะท้อนออกมาชัดเจนในห้องนอนที่มีพัดลมใหญ่ 4 ตัวที่เก่ามาก ผู้ต้องขังนอนกันสองชั้น ชั้นล่างมีฟูก ชั้นบนทำเป็นชั้นยื่นออกมาให้นอนเท้าชนกัน 2 คนเรียงกันไป ลมพัดลมไม่ถึงข้างล่างเลย “เมื่อคืนอายต้องลุกขึ้นมานั่งเพราะหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก แล้วมันก็ร้อนมาก จนอายต้องพับฟูกครึ่งนึงแล้วนอนกับพื้นกระเบื้องให้เย็นลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่”
นอกจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยแล้ว ยังกลายเป็นปัญหาเร่งด่วนเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน อายเล่าถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ถึง 2 สัปดาห์ก่อน มีผู้ต้องขังในแดนปวดท้องหนักกะทันหัน อาสาเรือนจำตรวจไม่ถูก จึงกดกริ่งเรียกเจ้าหน้าที่แต่ก็ไม่มีใครมา จนต้องตะโกนข้ามแดนกันไปเรื่อย ๆ ในหลาย ๆ แดน ใช้เวลาเกือบ 30 นาทีกว่าเจ้าหน้าที่จะมาถึง
สุดท้ายพบว่าผู้ต้องขังคนนั้นปวดท้องเพราะกินมาม่าดิบ แต่ที่น่าตกใจคือผู้ที่ช่วยตะโกนเรียกกลับถูกลงโทษด้วย
อายยังพูดถึงพัดลมดูดอากาศโซนทำอาหารที่หันตรงเรือนนอน ทำให้ได้กลิ่นควันและพริกจนไอกันตลอด และปัญหาหนูในโซนตู้เก็บของที่มีขี้หนูเต็มไปหมด พวกมันกัดของเสียหาย “อายทนไม่ไหวเลยพูดกับเจ้าหน้าที่จนเขายอมทำความสะอาด แต่จากนั้นมันก็กลายเป็นที่ที่อายต้องทำความสะอาดด้วย ทั้งที่งานดูแลหนังสืออายก็หนักอยู่แล้ว”
และยังต้องรับงานนับยอดผู้ต้องขังวันละ 3-4 ครั้ง เธออธิบายว่างานนั้นมีหลายขั้นตอนมาก ไม่ใช่ว่านับไปเฉย ๆ แล้วจบ บางทีต้องตามด้วยว่าเขาอยู่ไหน ต้องนับยอดแบบนี้วันละ 3-4 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ก็อยากให้อายทำ เขาบอกว่าอายเด็ดขาดกว่า ทำได้ดีกว่าคนอื่น
เรื่องอาหาร อายสะท้อนว่าผลไม้ในร้านไม่ได้ชั่งน้ำหนัก ราคาแพง ปริมาณน้อย และคุณภาพไม่สมราคา อย่างส้มไต้หวัน 4 ลูก 65 บาท มะม่วงลูกเล็ก 40 บาท หรือมะไฟถุงละ 50 บาทที่เน่าไปครึ่งถุง เธอระบายไปจนถึงเรื่องการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่บังคับให้ผู้ต้องขังทุกคนนั่งลงเมื่อเจ้าหน้าที่เดินผ่าน แม้แต่ผู้สูงอายุที่ถือไม้ค้ำก็ยังถูกบังคับให้ทำไปด้วย “อายรู้สึกว่ามันละเมิดสิทธิผู้ต้องขังอยู่นะ ทุกคนล้วนมีสิทธิมนุษยชน บางอย่างมันมากเกินไป”
หลังสาธยายสารพันปัญหาในเรือนจำมาพักใหญ่ ก่อนจากกัน อายบอกเล่าเรื่องราวสุขภาพของตัวเอง ที่ยังได้กินยาตามปกติ แต่ยาตัวที่กินอยู่ทำให้ง่วงมากและต้องกินตอนสี่โมงเย็นเท่านั้น ทำให้ต้องพยายามตื่นไม่ให้หลับก่อนเวลา “อากาศร้อนแล้วนอนอัดกันแบบนี้ ยังไงอายก็ต้องตื่นเพราะหายใจไม่ออกกลางดึกอยู่ดี”
.
📩 สามารถเขียนจดหมายถึงอาย ฝากถึง “กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน เรือนนอนทับทิม ทัณฑสถานหญิงกลาง 33/3 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900”
📩 หรือเขียนจดหมายออนไลน์ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
