กลุ่มทนายความจากไอร์แลนด์เสนอชื่อ ‘อานนท์ นำภา’ เข้าชิงรางวัลสิทธิมนุษยชนของเนติบัณฑิตยสภาและองค์กรกฎหมายแห่งทวีปยุโรป

15 พ.ค. 2569 กลุ่มทนายความจากประเทศไอร์แลนด์ได้เสนอชื่อ อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน และนักกิจกรรมทางการเมืองที่ถูกคุมขังในเรือนจำจากคดีตามมาตรา 112 เพื่อเข้ารับชิงรางวัลสิทธิมนุษยชนของเนติบัณฑิตยสภาและองค์กรกฎหมายแห่งทวีปยุโรป ประจำปี 2569 (The 2026 Council of Bars and Law Societies of Europe Human Rights Award

สำหรับรางวัลสิทธิมนุษยชน (Human Rights Award) ของเนติบัณฑิตยสภาและองค์กรกฎหมายแห่งทวีปยุโรป (CCBE) มีการเริ่มมอบรางวัลมาตั้งแต่ปี 2550 (ค.ศ. 2007) เป็นต้นมา  วัตถุประสงค์ของรางวัล เพื่อต้องการการยกย่องทนายความและองค์กรทนายความที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและการเสียสละอย่างโดดเด่นในการรักษาคุณค่าพื้นฐานทางวิชาชีพและการทำงานในด้านสิทธิมนุษยชน  รางวัลนี้จะมอบให้แก่ผู้ได้รับรางวัลอย่างเป็นทางการโดยประธาน CCBE ในการประชุมใหญ่ในแต่ละปี

รางวัลนี้ไม่ได้เพียงมอบให้แก่ทนายความในทวีปยุโรป แต่ไม่ได้มีข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ แต่ผู้เข้ารับรางวัลจะต้องผ่านการเสนอชื่อผ่านทางสมาคมทนายความหรือสมาคมกฎหมายที่เป็นสมาชิกหรือผู้สังเกตการณ์ของ CCBE เท่านั้น  จากนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของ CCBE จะรับผิดชอบในการพิจารณารายชื่อผู้สมควรเข้าชิงรางวัลต่อคณะกรรมการถาวร และคณะกรรมการถาวรจะรับผิดชอบในการตัดสินรางวัลในแต่ละปี

ตัวอย่างเช่น ในปี 2023 คณะกรรมการมอบรางวัลให้แก่ Hang Tung Chow, Xu Zhiyong และ Ding Jiaxi สามทนายความจากประเทศจีน ที่ทำงานต่อสู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนและหลักนิติรัฐ, ปี 2024 มอบรางวัลให้แก่ The Legal Clinic of the Panzi Foundation ที่ทำงานให้ช่วยเหลือทางกฎหมายกับเหยื่อของการใช้ความรุนแรงทางเพศในประเทศคองโก, ปี 2025 มอบรางวัลให้แก่ Sonia Dahmani ทนายความที่ทำงานด้านเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพทางวิชาชีพในประเทศตูนีเซีย

ในส่วนการเสนอชื่อ อานนท์ นำภา เพื่อเข้าชิงรางวัลสิทธิมนุษยชนในปี 2026 นี้ เป็นการนำเสนอชื่อร่วมกันของสมาคมนักกฎหมายแห่งไอร์แลนด์ (Law Society of Ireland) และ เนติบัณฑิตยสภาแห่งไอร์แลนด์ (Bar Council of Ireland) ทั้งสององค์กรมีจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า อานนท์ นำภา ควรได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ และได้รับอนุญาตให้กลับไปประกอบวิชาชีพทนายความในการปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิในเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต่อไป

การเสนอชื่อดังกล่าว ทำให้ต้องติดตามการพิจารณาให้รางวัลของคณะกรรมการของ CCBE ในปีนี้ต่อไป

.

อานนท์ถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี 7 เดือนเศษ ยังต่อสู้คดี ม.112 และทำหน้าที่ทนายความแม้ถูกขัง

สำหรับ อานนท์ นำภา เมื่อปี 2025 เขาได้รับรางวัล จากองค์กร Front Line Defenders ที่กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ในฐานะทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่มีบทบาทส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน แม้ต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงอันตรายในชีวิตส่วนตัว

อานนท์ยังคงถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นับตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2566 โดยได้รับการปฏิเสธการประกันตัวในทุกครั้ง ทั้งที่ได้มีการยื่นคำร้องขอประกันตัวไปแล้วกว่า 149 ฉบับ แม้ว่าในขณะเดียวกัน กลุ่มทนายความจากประเทศไอร์แลนด์ได้ยกย่องผลงานและการทำงานตลอดชีวิตของเขา

จนถึงขณะนี้ อานนท์ถูกศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำนวน 11 คดี และโทษจำคุกในคดีต่างๆ ที่ยังไม่สิ้นสุดรวมกัน ประมาณ 31 ปี 9 เดือนเศษ ทุกคดียังอยู่ระหว่างการต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ ถึงแม้ว่าเขาจะยังคงถูกคุมขัง มีสถานะเป็นนักโทษทางความคิด แต่ อานนท์ นำภา ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นทนายความ และยังคงให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่ประชาชนที่ใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีในอีกกว่า 19 คดี อยู่ในเวลาเดียวกัน

“ตลอดระยะเวลาที่อานนท์ถูกคุมขังมา 6 ครั้ง รวมเกือบ 4 ปีแล้ว เขาใช้ทุกโอกาสที่ได้ออกมาศาลไปกับการว่าความให้เพื่อนร่วมอุดมการณ์ในชุดนักโทษ แม้ต้องเดินเท้าเปล่าในห้องที่หนาวเย็น ถูกกีดกันไม่ให้ใส่ครุยทนายความและมีกุญแจล่ามเท้าเขาอยู่ตลอดเวลา อานนท์ก็ยังทำหน้าที่ทนายความอย่างแข็งขันและเชื่อมั่นว่าการต่อสู้ด้วยความจริงจะนำมาซึ่งความยุติธรรม” ปฐมพร แก้วหนู หัวหน้าโครงการ Freedom Bridge กล่าวถึงการทำงานของอานนท์

ทั้งนี้ ในช่วงปี 2569 อานนท์ยังมีนัดสืบพยานในคดีมาตรา 112 อยู่ในศาลอาญาอีก 2 คดี ได้แก่ คดีจากการชุมนุม #ม็อบ25พฤศจิกาไปscb และคดีจากการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร รวมทั้งมีคดีจากการปราศรัยที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่อัยการยังไม่ฟ้องคดีค้างอยู่อีกหนึ่งคดี

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กำหนดบทลงโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ถึง 15 ปี โดยนับตั้งแต่ปี 2563 มีนักกิจกรรมและประชาชนไม่น้อยกว่า 291 คน ถูกกล่าวหาดำเนินคดี 

อีกทั้ง เมื่อเดือนตุลาคม 2567 คณะทำงานว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการได้มีความเห็นว่า การคุมขังอานนท์ นำภา เป็นการควบคุมตัวโดยพลการ และขัดกับหลักการภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ พร้อมทั้งได้เรียกร้องให้มีการปล่อยตัว อานนท์ นำภา โดยทันที สอดคล้องกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญแห่งสหประชาชาติ

.

X