“พิชัย” ถูกทำร้ายร่างกายในเรือนจำ หลังมีความเห็นต่างเรื่องการเมืองกับผู้ต้องขังรายอื่น – ปัจจุบันผู้ก่อเหตุถูกย้ายแดนแล้ว

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2569 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ทนายความเข้าเยี่ยม “พิชัย” (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องขังคดีชุมนุมทางการเมือง วัย 34 ปี จากกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันพกพาและขว้างปาวัตถุระเบิดใส่รถยนต์สายตรวจที่แยกราชประสงค์ ในการชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊ส เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 

ในครั้งนี้ พิชัยเปิดเผยว่าเมื่อช่วงวันที่ 23 เม.ย. ตัวเองถูกทำร้ายในเรือนจำจากกลุ่มคนเห็นต่างทางการเมือง โดยเขาถูกต่อย 2 ครั้ง หลังจากที่มีการโต้เถียงความเห็นทางการเมืองกับผู้ต้องขังคนอื่นในเรือนจำ 

“คนที่มาต่อยเขาเพิ่งเข้ามา พวกผมที่อยู่มาก่อนไม่เคยมีปัญหาอะไรกันเลย จนคนนี้เข้ามาอยู่ คือผมกับเพื่อนคุยกันเรื่องพรรคก้าวไกล ตอนนั้นผมก็หันหลังให้เขานะ แล้วเหมือนพอหันหน้าไปเขาก็ใส่ผมเลย ต่อย 2 ที โดนเข้าที่ปาก และตรงโหนกแก้ม”

พิชัยเล่าว่าเหตุการณ์ชกต่อยครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลา 18.00 น. ตอนนั้นเลือดกลบปาก แต่ผู้คุมก็วิ่งขึ้นมาดู อย่างรวดเร็ว และได้มีการสอบถามเรื่องราวกับเขา ตอนแรกเจ้าหน้าที่จะลงบันทึกว่าเกิดการทะเลาะวิวาทกัน แต่พิชัยแจ้งว่าเขาไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น 

“ผมก็ไม่ยอม บอกว่าจะทะเลาะได้ไง ผมไม่ได้ทำอะไรเขาเลย เจ้าหน้าที่ถามคนที่ทำร้ายผม เขาบอกว่าน้ำลายผมกระเด็นไปโดน ผมก็บอกว่าพี่ไปดูกล้องวงจรปิดเลย เจ้าหน้าที่ก็พากันไปดูกล้องวงจรปิด จนเห็นเหตุการณ์ เลยบอกว่าจะรายงานว่าผมโดนทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่บอกผมด้วยว่าถ้าจะเอาเรื่องค่อยไปตามเอกสาร”

จากนั้นพิชัยถูกนำตัวไปแดนพยาบาล ตอนนั้นตรงโหนกแก้มของเขามันบวมแดงขึ้นมาก ๆ แล้ว เลือดก็ยังไหลออกปากอยู่ 

“ผมรู้สึกว่าฟันโยกด้วย เขาก็ดูตกใจกันรีบหาน้ำแข็งมาประคบให้ และเขาก็คงกลัวว่ากระดูกจะแตก เขาเลยตามหมอมาดู แล้วเขาก็ทำเรื่องพาผมออกไปตรวจเพิ่มที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งตอนนั้นเวลาประมาณ 2 ทุ่ม”

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พิชัยได้รับการสแกนใบหน้าเพื่อตรวจเช็กอาการบาดเจ็บ แล้วหมอก็มาถ่ายรูปบาดแผลให้ และต้องนอนโรงพยาบาล 1 คืนเพื่อรอดูอาการ ส่วนเรื่องปากแตก โหนกแก้มม่วงบวม หมอก็แจ้งว่าสแกนดูแล้วกระดูกไม่หักไม่แตก เป็นอาการเนื้อเยื่ออักเสบจากการถูกกระแทกอย่างแรง พิชัยก็ได้ย้ำกับหมอว่าเขาโดนทำร้าย หมอก็เลยบันทึกการบาดเจ็บให้ว่าเป็นการโดนทำร้ายมา

พิชัยเล่าต่อว่า เขาได้นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ 1 คืน และถูกส่งกลับเรือนจำในช่วงเย็นของวันถัดมา (24 เม.ย. 2569)

.

“หมอให้ยามากิน 1 เดือน มียาแก้อักเสบ ยาลดบวม ยาทาเป็นเหมือนลิปบาล์ม และก็มียาแก้ปวด  ตอนที่กลับมาคลองเปรมเจ้าหน้าที่เขาก็มีพูดแซวว่าผมอย่าไปพูดใกล้ใครอีกล่ะ เดี๋ยวน้ำลายจะโดนเขา ผมก็บอกว่าผมหันหลังให้เขาตอนคุยมันจะไปโดนได้ไง แล้วเขาก็ตรวจว่าผมได้ยาอะไรมาบ้าง เขาก็ถามว่าผมได้ยามาเยอะเลย ผมก็พูดไปว่าหมอเขากลัวผมปวดบ่อย จะได้ไม่ต้องตะโกนขอบ่อย”

พิชัยแจ้งความคืบหน้าของสถานการณ์ว่า ปัจจุบันคนที่ก่อเหตุถูกย้ายไปที่คุมขังที่แดนอื่นแล้ว 

ในเรื่องอื่น ๆ พิชัยยังเล่าว่าอาการโรคหิดที่เคยเป็นก่อนหน้านี้หายเป็นปกติแล้ว ไม่มีอาการเกิดขึ้นใหม่ มีแค่รอยแผลเล็กน้อย หมอให้ยาทาแก้คันมาทา

สำหรับพิชัยถูกคุมขังจากกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 2568 และไม่ได้รับการประกันตัวในระหว่างฎีกาเรื่อยมา ปัจจุบันเขาถูกคุมขังมาเป็นระยะเวลานานกว่า 228 วันแล้ว 

.

ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงพิชัย และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล

.

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง 

พลุสิ้นปีในเวลาที่ถูกคิดถึง เรือนจำใหม่ที่ถูกย้ายไม่ทันตั้งตัว : “พิชัย” ต้องปรับตัวอีกครั้งหลังกำแพงคลองเปรม

X