ช่วงวันที่ 15 ต.ค. 2568 และ 5 พ.ย. 2568 ทนายเดินทางไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เข้าเยี่ยม “พิชัย” (สงวนนามสกุล) ผู้ชุมนุมทะลุแก๊สและผู้ต้องขังทางการเมือง อายุ 33 ปี จากคดีที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันพกพาและขว้างปาวัตถุระเบิดใส่รถยนต์สายตรวจที่แยกราชประสงค์ เมื่อเช้าวันที่ 4 ต.ค. 2564 ในระหว่างการชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊ส
พิชัยถูกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน 15 วัน เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2568 ทำให้เขาถูกคุมขังมาตั้งแต่นั้น โดยไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นฎีกา
สำหรับพิชัย เขาจบการศึกษาระดับ ปวช. สาขาช่างยนต์ ก่อนไปเกณฑ์ทหารหนึ่งปี และออกมาทำงานหาเลี้ยงชีพ โดยในช่วงโควิด เคยทำงานแผนกไฟในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แต่ต้องออกจากงานเนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ทำให้เริ่มไปร่วมการชุมนุมทางการเมือง พร้อมกับหันไปทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหารแทน
การพบกันครั้งนี้พิชัยพูดคุยถึงสภาพการอยู่ในเรือนจำที่ลำบาก ทั้งความแออัด ฝุ่นเยอะ การเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดแต่หายาลำบาก ปัญหาน้ำท่วมและยุงกัด รวมถึงได้เล่าว่ามีผู้ต้องขังจำนวนหนึ่งตรวจพบเป็นวัณโรค นอกจากวันเวลาเหล่านั้น ชีวิตข้างในเขายังได้อ่านและศึกษาชีวิตบุคคลทางประวัติศาสตร์จากหนังสือของจิตร ภูมิศักดิ์ และ เนลสัน แมนเดลา
พิชัยคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ หรือกฎหมายนิรโทษกรรม จะครอบคลุมคดีของเขาด้วย และติดตามขั้นตอนการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอย่างใกล้ชิด
และสุดท้าย พิชัยได้แสดงความดีใจกับเพื่อนผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัว และยังหวังว่าจะมีกิจกรรมเกี่ยวกับผู้ที่ยังอยู่ในเรือนจำต่อไป และภาวนาขออย่าให้มีใครต้องเข้ามาเพิ่มอีก
____________________________________________
.
วันที่ 15 ต.ค. 2568
เช้านั้นที่ห้องเยี่ยมของเรือนจำ ค่อนข้างคับคั่งไปด้วยทนายและญาติผู้มาเยี่ยม เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกชื่อให้เข้าไปในห้อง เห็นพิชัยนั่งอยู่ม้านั่งด้านหลังอีกฝั่งของห้องกระจก เมื่อเจอหน้า เขายืนขึ้นพยักพะเยิบราวกับจะทักทาย โบกมือให้แล้วยืนรอตรงด้านหลัง
ยังไม่ได้นั่งคุยในทันทีเพราะที่นั่งทนายยังไม่ว่าง มาตรการใหม่ของเรือนจำดูเหมือนจะให้ทนายคนอื่นมายืนรออยู่ด้านหลังเพื่อกดดันทนายที่เยี่ยมอยู่ก่อน ผ่านไปสักพักใหญ่ที่ว่างของทนายจึงว่างลง
เมื่อเดินเข้าไปตรงจุดนั่งโทรศัพท์ พิชัยเดินเข้ามานั่งลง มีท่าทีอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ตามีอาการแดงเล็กน้อย เมื่อถามถึงอาการป่วย พิชัยบอกว่ายังไม่ดีขึ้น แต่ดีกว่า 2-3 วันก่อนหน้าที่นอนซมเลย พิชัยพูดพร้อมกับเอามือกุมหัวไปพลาง เมื่อถามว่าไหวหรือไม่ เขายิ้มน้อย ๆ บอกว่าพอได้อยู่
เมื่อสอบถามเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยเพิ่มเติม พิชัยเล่าว่าปกติเขามีอาการภูมิแพ้อยู่แล้วเหมือนเป็นการแพ้อากาศ โดนฝนนิดหน่อยร่างกายก็ไม่สบายแล้ว และยิ่งพอมาอยู่ในนี้มีความแออัดทั้งจำนวนคนและขนาดของห้อง เขาถึงขนาดเคยขอร้องผู้ต้องขังด้วยกันว่าอย่าสะบัดผ้าห่มในห้องเพราะฝุ่นคลุ้งมาก จากที่สังเกตตอนอยู่ที่แดน 2 ยังไม่ขนาดนี้ แต่พอมาอยู่ที่แดน 8 ฝุ่นเยอะมาก
พอมาถึงพิชัย “ไผ่ จตุภัทร์” และ “ครูใหญ่ อรรถพล” ที่ขณะนั้นอยู่แดนเดียวกัน ได้เอาผ้าห่มเอาฟูกที่นอนลงไปซักไปตากแดดก่อน เพราะคนข้างในไม่ค่อยได้ซักผ้าห่มกัน พิชัยฉายภาพว่าที่แดน 8 มีคนพันกว่าคนเข้าไปแล้ว แต่แดนอื่นไม่ถึงพัน เดินทีแทบจะเดินชนกันอยู่แล้ว
เขาแจ้งเรื่องลงชื่อพบแพทย์ไว้ แต่ยังไม่ได้ออกไปหา รอบการหาหมอในแดนคือวันพุธและศุกร์ หากอาการไม่หนักก็ไม่สามารถที่จะออกไปแดนพยาบาลได้ ส่วนยายังหายาก มีแค่พาราเซตามอลยังหาไม่ได้ง่าย ๆ วันหนึ่งขอได้สองรอบคือช่วง 09.00 น. และก่อนขึ้นนอน การขอจะต้องลงชื่อขอก่อนหนึ่งชั่วโมง เช่น รอบได้ยา 09.00 น. ก็ต้องลงชื่อตั้งแต่ 08.00 น
พิชัยย้อนเล่าถึงวันเวลาอันทรมาน เพราะตัวร้อนและปวดหัวมาก พร้อมกับมีอาการแน่นจมูกหายใจไม่ค่อยสะดวก คิดว่าถ้าเป็นอะไรในนี้ก็อาจจะไม่รอด เขาบอกว่าได้คุยกับคนที่อยู่มาก่อน พูดกันว่าอยู่ในคุกทำยังไงก็ได้ให้ร่างกายแข็งแรง แต่ตอนนี้ไข้หวัดเหมือนจะติดไปทั้งแดนเพราะนอนติดกัน ขนาดตอนนอน เขาใส่หน้ากากอนามัยแล้วยังไม่รอด
ก่อนจากกันพิชัยสอบถามถึงเรื่องนิรโทษกรรม ที่ยังคาดหวังว่าจะรวมคดีของเขาด้วย พร้อมเล่าว่าตอนนี้เขาอ่านหนังสือเกี่ยวกับ จิตร ภูมิศักดิ์ จบแล้ว อ่านแล้วรู้สึกดี อยากเป็นคล้าย ๆ กับจิตร อยากกลับไปพัฒนาชนบท ชอบใช้ชีวิตอยู่บ้านนอก แล้วก็อยากพัฒนาให้บ้านนอกมันเจริญ คนหนุ่มสาวจะได้ไม่ต้องเข้ามาขายแรงงานในกรุงเทพฯ แบบนี้
ตอนนี้ก็เริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับ เนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ แต่เพิ่งอ่านได้ 10 หน้า คงยังไม่มีเรื่องเล่ามาก
.
วันที่ 5 พ.ย. 2568
รอไปถึงช่วงเที่ยงกว่า ๆ จึงได้ยื่นเอกสารสำหรับขอเข้าเยี่ยม และนั่งรอหลังจากนั้นนั่งไปอีกเกือบบ่ายโมง จึงได้เข้าไปยังห้องเยี่ยม เห็นพิชัยยืนโบกมือให้อยู่อีกฝั่งของห้องกระจกเยี่ยม พยักหน้าทักทายแล้วไปนั่งรอตรงม้านั่ง
วันนี้มีทนายความเข้าเยี่ยมค่อนข้างเยอะ คงจะอั้นมาจากน้ำท่วมเมื่อสองวันก่อนที่ทางเรือนจำไม่ได้เปิดให้เข้าเยี่ยม นั่งรอไปสักพักใหญ่ก็มีผู้คุมเข้าไปพูดคุยกับพิชัย มองตามแล้วพิชัยก็ชี้มา จากนั้นผู้คุมก็ทำมือลักษณะว่าให้ไปอีกห้องเป็นห้องเบอร์ 4 ซึ่งหมายถึงห้องเยี่ยมญาติเบอร์ 4 จึงเดินออกจากห้องเยี่ยมทนายแล้วเดินไปฝั่งห้องเยี่ยมญาติ
เมื่อมาถึงห้องเยี่ยมญาติเบอร์ 4 พิชัยนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขายกมือสวัสดี จึงได้เริ่มต้นบทสนทนา ถามถึงเรื่องทั่วไปว่าอาการเป็นไข้หวัดดีขึ้นหรือยัง พิชัยตอบว่าอาการป่วยดีขึ้นมาก ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นหวัดหรือไข้แล้ว แต่มีอาการไออยู่เป็นระยะ ๆ
พิชัยแจ้งว่าไผ่กับครูใหญ่ได้ถูกย้ายแดนไปที่แดน 4 แล้ว ก่อนพูดคุยเรื่องที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ งดเยี่ยมญาติเพราะน้ำท่วม พิชัยบอกว่าข้างในน้ำก็ท่วมสูงถึงประมาณหน้าแข้ง เพิ่งจะลดลงเพราะเมื่อคืนฝนไม่ตก แต่ถ้าฝนตก น้ำก็อาจจะท่วมอีก ข้างในมีการเอากระสอบทรายไปกั้น
พิชัยยังเล่าว่า ตอนนี้ยุงก็เยอะมาก ขนาดเปิดไฟนอน ไฟสว่างยุงยังเยอะ อยู่ชั้น 4 ยุงยังขึ้นไปกัดได้ หาซื้อยากันยุงก็ไม่ได้ ขณะเล่าพิชัยให้ดูบริเวณแขนสองข้าง ซึ่งก็ทำให้เห็นจุดแดง ๆ อยู่
เขาบอกว่า ข้าวของในร้านค้าภายในแดนก็ขาดแคลน ผู้ต้องขังคนอื่น ๆ ต้องฝากญาติสั่งซื้อจากข้างนอก จะซื้ออะไรก็ลำบากเพราะเขาจำกัดสินค้า ปกติจะซื้อนมกล่องขึ้นไปกินตอนกลางคืนเพราะขึ้นห้องนอนตั้งแต่ช่วงบ่าย ข้าวเย็นมื้อสุดท้ายต้องกินก่อน 15.00 น. แต่พอดึกมาก็เริ่มหิว ก็เลยต้องหาอะไรไปรองท้องกันหิว แล้วไม่อนุญาตให้เอาอาหารอย่างอื่นขึ้นไป อนุญาตให้เอาขึ้นไปได้แค่นมกับขนมปัง 1 ชิ้น แต่ตอนนี้นมกล่องก็ขาด
ขณะที่การพบแพทย์เมื่อช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา หมอเข้ามาเอกซเรย์แล้วก็เจาะเลือดไปตรวจ ผลออกมาเมื่อวานบอกว่าไม่มีอะไร มีคนไปตรวจด้วยประมาณ 50-60 คน มีคนที่ตรวจพบว่าเป็นเอชไอวีด้วย แล้วก็ตรวจพบว่าเป็นวัณโรค 20 กว่าคน
พอตรวจแล้วรู้ว่าเป็นวัณโรคหรือพวกโรคแบบนี้ ทางเรือนจำก็จะแยกออกไปก่อน แต่ก็คือแยกนับตั้งแต่วันที่รู้ว่าเป็น ก่อนหน้านั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญหาอะไรไหม ในห้องที่พิชัยอยู่พบคนเป็นวัณโรค 2 คน แต่ก็ได้แยกออกไปตอนที่ผลตรวจรู้ว่าเป็นวัณโรค
พิชัยได้สอบถามว่าขั้นตอนนิรโทษกรรมหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร จึงอัปเดตว่ากฎหมายเพิ่งผ่านประชุมของสส. หลังจากนี้จะเป็นการเข้าวาระการประชุมของ สว. ระยะเวลาในการพิจารณาก็ประมาณ 60 วัน ถ้า สว. เห็นชอบสามวาระก็รอประกาศเป็นกฎหมายต่อไป แต่ถ้าไม่เห็นชอบมีการตีร่างกลับมาที่ สส. หรือแก้ไขเพิ่มเติมอะไรต่าง ๆ ระยะเวลาก็จะขยายออกไปอีก 180 วันได้
หลังจากกฎหมายผ่านสองสภาแล้ว ให้นายกฯ รอกฎหมายฉบับนั้นไว้ 5 วัน ก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าเพื่อลงพระปรมาภิไธย ซึ่งถ้าระหว่างนั้นมีนายกรัฐมนตรีหรือสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของทั้งหมดของแต่ละสภาเห็นว่าร่างกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญก็ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าขัดก็ให้ตัดข้อความนั้นออก แต่ถ้าข้อความที่ขัดเป็นสาระสำคัญก็ให้ร่างกฎหมายตกไป
ในส่วนเรื่องทางคดีของเขา พิชัยเห็นว่ายังอยากจะยื่นฎีกาคำพิพากษาต่อไป แม้เขารับทราบว่าโอกาสเปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาจะค่อนข้างน้อย และต้องใช้เวลาอีกเป็นปี
พิชัยได้ดูภาพข่าวกิจกรรมช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีกิจกรรมรำลึกถึง “ลุงนวมทอง ไพรวัลย์” กิจกรรม Run2free กิจกรรมมอบรางวัลให้กับ “ทนายอานนท์ นำภา” ภาพที่ “แดง ชินจัง” ถูกปล่อยตัว พิชัยบอกว่าวันนั้นได้คุยกับพี่ชินจัง เหมือนเขาเพิ่งกลับจากศาล เขาบอกว่าศาลยกฟ้องจะได้กลับแล้ว ก็ดีใจกับเขาด้วย
ก่อนพิชัยบอกว่ายังอยากให้มีกิจกรรมที่นึกถึงคนที่อยู่ในเรือนจำอยู่ ทั้งเกรงว่าปีหน้าจะต้องมีคนเข้ามาอยู่ข้างในเพิ่ม พิชัยได้แต่ภาวนาลึก ๆ ขออย่าให้มีใครเข้ามาเพิ่มเลย
จนถึงปัจจุบัน (21 พ.ย. 2568) พิชัยถูกคุมขังมาแล้ว 60 วัน
.
ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงพิชัย และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล
