เสียงจาก “ตัน สุรนาถ”:ชีวิตในอากาศร้อนจัด การเข้าถึงหนังสือ และการรักษาความเข้มเข็ง แม้ยังไม่ได้ประกัน

ช่วงปลายเดือนมีนาคมและต้นเดือนเมษายน 2569 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ทนายความเข้าเยี่ยม  “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ นักพัฒนาชุมชนเมืองและเยาวชน ผู้ต้องขังในระหว่างฎีกาในคดีมาตรา 110 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าขัดขวางขบวนเสด็จในการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 โดยเขาไม่ได้รับการประกันตัวมากว่า 7 เดือนแล้ว ท่ามกลางความพยายามเรียกร้องสิทธิการประกันตัวโดยเครือข่ายด้านการพัฒนาชุมชนหลายองค์กร

ทั้งนี้ในวันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย. 2569 นี้ “เครือข่ายพื้นที่นี้…ดีจัง” และองค์กรเครือข่ายต่าง ๆ ยังร่วมกันจัดกิจกรรม #ตันต้องไม่ตัน ว่าด้วยคดีความตามมาตรา 110 และ 116 โดยมีกิจกรรมเสวนา ดนตรี ฉายภาพยนตร์ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ที่อาคาร AllRISE (iLaw) แยกลาดพร้าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ ‘Sentences of Sentenced คำต้องขัง’

.

สภาพอากาศร้อนจัด กระทบสุขภาวะในเรือนจำ

ประเด็นพูดคุยสำคัญในช่วงนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องอากาศร้อนจัด ซึ่งส่งผลต่อชีวิตของผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยทำให้ตันมีอาการป่วยในช่วงก่อนสงกรานต์ เขาบอกว่าตัวเองเป็นหวัดแดด มีอาการระคายคอ น้ำมูกไหล แต่ตัวไม่ร้อน เหมือนร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน

“ข้างในอากาศร้อนจัด นอนเหงื่อแตกยัน 5 ทุ่ม เหมือนนอนเบาะน้ำ ร้อนจนที่นอนเปียกเลย แออัดด้วย พัดลมก็เอาไม่อยู่ แดดมันเผาตึกทั้งวัน กว่าจะคลายความร้อนก็ดึกแล้ว” ตันเล่าถึงบรรยากาศในเรือนจำที่สัมพันธ์กับสภาพอากาศ

ตันบอกว่าสภาพอากาศแบบนี้ ยังทำให้มีความเสี่ยงเรื่องโรคผิวหนังในเรือนจำที่มีความแออัด มีคนที่เป็นกลากเกลื้อน แต่การได้รับยารักษาก็ต้องรอคิว ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับยาทันที

เขาเล่าถึงการพยายามแก้ปัญหาของผู้ต้องขังว่า หลายคนก็พยายามอาบน้ำหลายครั้งในแต่ละวัน เพื่อระบายความร้อน โดยเวลาอยู่ข้างนอกก็จะอาบได้ช่วงอ่างเปิด คือประมาณ 6.30 น. ส่วนบนห้องขัง ก็มีการจัดคิวกันอาบ แต่ก็ทำไม่ได้มาก เพราะคนเยอะ อาบได้แค่เอาน้ำมาราด ๆ ตัว น้ำเองก็โดดแดดเผา กลายเป็นน้ำร้อนไปด้วย

“ขวดน้ำวางอยู่ในที่ร่ม ยังร้อนจนอุ่นเลย ยังดีที่เราสั่งน้ำแข็ง ในเรือนจำจะเป็นน้ำแข็งมือนะ ก้อนใหญ่ ๆ ก้อนละ 7 บาท แล้วก็ยืมถังจากโรงงาน ทุบให้ก้อนน้ำแข็งเล็กลงใส่แก้วได้ แล้วก็เอาผ้าห่อถังไว้อีกทีเพื่อให้มันละลายช้า จะได้น้ำแข็งตอนแปดโมงกว่า ๆ ต้องรักษาให้มันอยู่นานที่สุด เราสั่งน้ำแข็งวันละ 3 ก้อน เพื่อให้พอคนในบ้านด้วย” ตันเล่าถึงความพยายามในการจัดการกับความร้อนในแต่ละวัน

.

ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อผู้ต้องขัง กับการเข้าถึงหนังสือในห้องสมุด

ตันยังสนใจข่าวสารภายนอก โดยเฉพาะเรื่องวิกฤติพลังงานและค่าครองชีพ ที่เขาเห็นว่าข้างใน ข้าวของก็เริ่มราคาแพงขึ้น ผู้ต้องขังก็ต้องประหยัดมากขึ้น เช่น เขาเห็นว่าบ้านข้าง ๆ ที่เคยซื้อไอติมถังมาแบ่งกัน ก็ไม่ซื้อแล้ว เพราะพยายามเซฟเงินกัน สั่งของเท่าที่จำเป็น

“เดาว่าต่อไปน่าจะมีสินค้าขาดตลาด คนที่นี่จะกินน้ำตาล น้ำปลา ซอส พริกป่นเป็นหลัก ไว้ปรุงอาหารในโรงเลี้ยง ก็มีช่วงหนึ่งที่น้ำตาลขาด น่าจะเป็นเรื่องขนส่ง แต่ว่าเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ เงินเทาจะถูกนำออกมาฟอกมากขึ้น ยิ่งช่วงนี้จะมีเลือกตั้งท้องถิ่น ก็อาจจะมีโอกาสที่เราจะเห็นการใช้เงินกับการเลือกตั้งท้องถิ่นมากขึ้น” ตันให้ความเห็น

ตันกล่าวถึงบรรยากาศสงกรานต์ในเรือนจำด้วยว่า ทางเรือนจำเปิดให้เยี่ยมญาติใกล้ชิด ทำให้มีเมนูพิเศษเกือบ 30 เมนู มาแปะตรงบอร์ด มีขาหมู ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ให้เลือกสั่งซื้อ แล้วก็มีงานรดน้ำดำหัวในเรือนจำ มีการทำฉากสำหรับจัดงาน

ตันยังเล่าถึงหนังสือที่เขาได้อ่านในช่วงหลัง คือหนังสือเกี่ยวกับการรัฐประหาร ปี 2490 ทำให้เขาได้ความรู้เรื่องใหม่ ๆ และสนใจบทบาทของอเมริกาต่อการเมืองไทยด้วย

“ตอนแรกก็ไม่อยากอ่านหรอก ไม่อยากย้อนไปไกลขนาดนั้น แต่พออ่านแล้วก็รู้สึกว่าเรามีความสัมพันธ์กับอเมริกามายาวนานจริง ๆ อันนี้เราได้มาจากเพื่อน ๆ ในวงแลกเปลี่ยนหนังสือ เหมือนพอเค้าเห็นว่าเราอ่านหนังสือแนวไหน เค้าก็จะเอาแนวนี้มาให้อีก”

ตันเล่าถึงหนังสือในเรือนจำนี้ว่า ถ้าอยากอ่านหนังสือวิชาการ หรือหนังสือกฎหมาย จะต้องไปอ่านที่ห้องสมุด ในแดนการศึกษา สามารถลงชื่อไปได้ 1 ชั่วโมง ยืมหนังสือได้ 1 เล่ม เป็นเวลา 7 วัน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถไปได้เลย ต้องลงชื่อล่วงหน้า คนที่จะออกไปได้ ก็ต้องเป็นคนที่กำลังเรียนต่อ มสธ. เจ้าหน้าที่ห้องสมุด หรือคนที่แจ้งความประสงค์ไว้เท่านั้น และเดือนหนึ่งจะไปได้ครั้งหนึ่ง โดยประมาณ 20-30 คน

“คือไปลงชื่อไว้ก่อนแหละ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะจัดคิว ได้ไปวันไหนก็ไม่รู้ ถ้าได้ไป ก็ออกแดนตอนสิบโมงกว่า ตรวจนู่นตรวจนี่ กว่าจะเดินไปห้องสมุดได้ กลับมาอีกทีตอนบ่ายโมง มันจะคาบเกี่ยวกับกินข้าวทันที เพื่อนที่บ้านก็เป็นห่วงว่าถ้าไปจะกลับมาทันกินข้าวไหม เราเลยไม่ได้ลงชื่อไปสักที” ตันเล่าถึงการเข้าวิธีการเข้าถึงหนังสือในเรือนจำ

.

สิ่งที่เรียนรู้ปัญหาจากเรือนจำ และความเข้มแข็งของตัน

จากนั้น ตันยังชวนกันพูดคุยถึงประสบการณ์ในเรือนจำที่เขาเจอ ทำให้ได้เรียนรู้หลาย ๆ อย่าง ถึงภาวะที่บอกว่าคนออกไปกระทำผิดซ้ำ เพราะสภาวะทางโครงสร้างหลายอย่างมันไม่เอื้อต่อการออกไปใช้ชีวิตของหลายคน

“คุกไทยเป็นพื้นที่ปิด สิ้นอิสระ ไม่ให้ผู้ต้องขังทำอะไรคนเดียวเพราะกังวลว่าจะเป็นอันตรายต่อคนอื่น ต้องนอนรวมกันเยอะ ๆ จะได้คอยสอดส่องดูแล พื้นที่ต้องเปิดโล่ง มองเห็นง่าย เจ้าหน้าที่ประเมินว่าถ้าผู้ต้องขังทำอะไรผิดกฎหมายหรือทำร้ายตัวเอง เขาจะซวย

“พอเข้ามาในเรือนจำก็ไม่มีกระบวนการบำบัดหรือกระบวนการให้ความรู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันผิดยังไง อย่างบางคนเข้ามาเพราะเรื่องบัญชีม้า ก็ไม่มีการให้ความรู้ว่าการเปิดบัญชีม้ามันผิดยังไง ควรทำยังไง ซึ่งข้างในมีคนติดคุกเพราเปิดบัญชีม้าเยอะมาก ข้างในมีแต่การฝึกทักษะภาษาอังกฤษ ฝึกสวดมนต์ คอร์สศิลปะที่เกี่ยวกับชีวิตจิตใจ บางคอร์สที่เปิดอบรมมันไม่ได้เอื้อต่อการออกไปใช้ชีวิตมากนัก คนก็เลยทำผิดซ้ำเยอะ

“เราเคยพูดคุยกับเพื่อน ๆ ผู้ต้องขังว่าเราทำหน้าที่เป็นผู้ต้องขังแค่ตอนกลางวันได้ไหมว่ะ กลางคืนขอกลับไปดูแลครอบครัว งานที่ผู้ต้องขังออกไปทำได้ก็เป็นงานกวาดถนน ลอกท่อ เป็นงานที่เลือกไม่ได้ คนไทยจะคิดว่า ถ้าคนอยู่สบายก็จะกลับเข้ามาอีก แต่จริง ๆ ไม่ใช่ ผู้ต้องขังหลายคน เขาก็หวังแค่ว่าจะได้ออกไปดูแลครอบครัว ได้ออกไปใช้ชีวิต แค่นี้เลย” ตันบรรยายถึงประสบการณ์ของเขา

ในส่วนของตัวเอง ตันยังพยายามดูแลสภาพร่างกาย โดยพยายามออกกำลังกายเป็นหลัก น้ำหนักเขาลดลงไปพอสมควร รวมทั้งพยายามรักษาสภาพจิตใจ โดยเขาเตรียมใจสำหรับการถูกคุมขังยาวระดับหนึ่งไว้ หากไม่ได้ประกันตัวระหว่างฎีกา ก็ต้องรอจนมีคำพิพากษาฎีกาออกมา ซึ่งอาจใช้เวลาอีก 1-2 ปี แม้มีความกังวลอยู่ แต่ก็พยายามหาทางจัดการ ยังดีที่เขาได้กำลังใจจากครอบครัวและเพื่อน ๆ อยู่เรื่อยมา

.

ทั้งนี้ “ตัน สุรนาถ” วัย 40 ปี ถูกคุมขังในคดีข้อหาหลักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 กรณีถูกกล่าวหาว่าร่วมกันขัดขวางขบวนเสด็จของพระราชินี ระหว่างเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 เขาถูกขังมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568 หลังจากศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จากที่เคยยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา เป็นเห็นว่าจำเลยทั้งห้ามีความผิดตามฟ้อง โดยลงโทษจำคุกถึง 16 ปี

หลังจากนั้นศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัวทั้งหมดระหว่างฎีกาเรื่อยมา ทำให้สุรนาถและเพื่อนร่วมคดีถูกคุมขังในเรือนจำคลองเปรมเป็นระยะเวลากว่า 7 เดือนแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มูลนิธิโกมล คีมทอง ได้มอบรางวัลบุคคลเกียรติยศประจำปี 2569 ให้กับสุรนาถอีกด้วย

ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงตันและผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

.

ย้อนอ่านเรื่องเกี่ยวกับตัน

เหตุผลที่ “ตัน สุรนาถ” ไม่อาจเป็นผู้หลบหนีในคดีมาตรา 110

ชวนอ่าน #saveตันสุรนาถ: เมื่อ “เพื่อนพี่น้อง” เขียนถึงผู้ต้องขัง ม.110 หลังศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา

มันไม่จำเป็นต้องไปอยู่ในนั้น ชีวิตพี่ตันมีประโยชน์มากกว่านี้”: คุยกับ “แวน จิรพงษ์” ถึงเบื้องหลังงานปั่นจักรยานที่พารู้จักงานชุมชนของผู้ต้องขังคดี ม.110

.

X