วันที่ 10 เม.ย. 2569 ทนายความเดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เข้าเยี่ยม “เวหา แสนชนชนะศึก” ผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 วัย 41 ปี ซึ่งถูกลงโทษใน 3 คดี รวมจำคุกประมาณ 9 ปี
การพบกันครั้งนี้เป็นช่วงก่อนหยุดยาวสงกรานต์เพียงไม่กี่วัน เวหานั่งทำหน้าเหม่อ ๆ อยู่ที่จุดโทรศัพท์ก่อนจะยิ้มสดใสเมื่อเจอหน้า บทสนทนาในวันนั้นพาผ่านทั้งเรื่องที่ทำให้ยิ้มได้ อย่างรางวัลที่ 1 จากกิจกรรมสงกรานต์ในแดนที่ไม่เคยได้รับรางวัลมาก่อน และเรื่องที่ทำให้ถอนหายใจ อย่างผลการพักโทษที่ออกมาว่าไม่ผ่าน
ขณะเดียวกันก็ยังติดตามข่าวสารภายนอกอย่างใกล้ชิด ทั้งสถานการณ์น้ำมันโลก นโยบายรัฐบาลอนุทิน และกรณี ป.ป.ช. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกากรณี 44 สส.จากพรรคก้าวไกล ยื่นขอแก้ไขมาตรา 112 ในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง ที่เขาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา
สิ่งที่เวหาสื่อสารออกมาในวันนี้เหมือนกับคนที่กำลังนับถอยหลังอย่างระมัดระวัง รู้ว่าปลายทางอยู่ใกล้แค่ไหน และยังเป็นห่วงแม่ที่พิษณุโลก ซึ่งยังไม่ได้เจอหน้ากันมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
_______________________________________________________________
เป็นช่วงก่อนหยุดยาวสงกรานต์เพียงไม่กี่วัน ทำให้วันที่เข้าเยี่ยมคิวยาวและต้องรอนานกว่าปกติ กว่าจะได้พบเวหาก็ล่วงเข้าบ่ายโมงครึ่ง เขาอยู่ในชุดเสื้อแขนสั้นสีฟ้า นั่งทำหน้าเหม่อ ๆ อยู่ที่จุดโทรศัพท์ เมื่อเจอหน้าจึงค่อยยิ้มสดใสออกมาให้ ก่อนเปรยว่าอากาศข้างในร้อนมาก จึงต้องอาศัยดื่มน้ำบ่อย ๆ และหลบตามร่มบ้าง ช่วงนี้เริ่มถ่ายงานให้ผู้ช่วยคนอื่นบ้างแล้ว
ก่อนเล่าด้วยท่าทีตื่นเต้นว่าครั้งนี้ เขาได้มีส่วนช่วยจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ในแดน โดยออกแบบขบวนในธีมยุคก่อนประวัติศาสตร์ อิงจากช่วงประวัติศาสตร์ผาแต้มและบ้านเชียง แทนที่จะเป็นชุดไทยสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาแบบแดนอื่น ๆ วิธีนี้ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ และยังค้นพบว่ามีผู้ต้องขังในแดนที่มีฝีมือด้านงานศิลปะวาดเขียน เพ้นท์ลายได้สวยงามสมจริงอีกด้วย ประกอบกับการแสดงระบำหม้อบ้านเชียง ผลปรากฏว่าแดน 3 ได้รางวัลที่ 1 “ทุกคนดีใจมาก เพราะในแดนไม่เคยได้รับรางวัลเลย” เวหากล่าว
เมื่อถามถึงเรื่องการพักโทษ เวหาถอนหายใจก่อนจะตอบว่าผลออกมาแล้วว่าไม่ได้ คณะกรรมการระบุว่าไม่ผ่านตามกฎเกณฑ์ เมื่อถามว่ารู้สึกเสียใจไหม เวหาตอบว่ามีบ้าง แต่เพราะได้คุยกันก่อนหน้าถึงสถานการณ์แล้วว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่ผ่าน จึงทำใจได้ และขอบคุณที่ช่วยดำเนินการ แม้จะไม่ได้ผลตามที่หวัง แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าไม่ได้จริง ๆ ไม่ค้างคาใจ
จากนั้น มีการพูดคุยข่าวสารจากภายนอก ให้ทราบ ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง เวหาฟังแล้วให้ความเห็นว่าเรื่องนี้กระทบถึงทุกคนจริง ๆ เพราะเมื่อไม่นานมานี้รถเรือนจำน้ำมันหมดต้องจอดกลางทาง
ด้านข่าวการเมือง รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายไปเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2569 มีทั้งเรื่องสมัครใจเกณฑ์ทหาร เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่ภาคประชาสังคมจับตามอง และการยกเลิก MOU 44 กับกัมพูชา แต่ที่น่าจับตาคือรัฐบาลไม่ได้พูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญเลย ทั้งที่มีการลงประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
เรื่องที่เวหาแสดงความเห็นถึงกรณีที่ ป.ป.ช. ส่งคำร้องต่อศาลฎีกา กรณี 44 ส.ส.พรรคก้าวไกลยื่นขอแก้ไขมาตรา 112 ในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง เมื่อฟังเนื้อความในคำร้องที่ตีความว่าเป็นการมุ่งทำลายล้างสถาบันฯ และล้มล้างการปกครอง พร้อมขอให้เพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต เวหาบอกว่า “นี่มันเรื่องบ้าอะไร สังคมที่มีวุฒิภาวะจริง ๆ เขาไม่เอาเรื่องแบบนี้มาตัดสิทธิทางการเมือง การแก้กฎหมาย 112 มันคือการแก้ไขกฎหมายอาญามาตราหนึ่งเท่านั้น จะตีความถึงขนาดว่าล้มล้างการปกครองได้อย่างไรกัน”
ก่อนจากกัน เวหาบ่นเรื่องระบบเยี่ยมออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ของแดน 3 ที่มีปัญหาเรื่องซิม ทำให้เขาไม่สามารถเยี่ยมญาติผ่านไลน์ได้ ทำให้ยังไม่ได้เจอแม่ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 2568 เขาเป็นห่วงแม่มากโดยเฉพาะในสถานการณ์น้ำมันแพง เพราะเชื่อว่าแม่คงเป็นหนึ่งในคนที่ต้องไปยืนต่อแถวซื้อน้ำมัน และอยากบอกแม่ว่าถ้าจำเป็นต้องเลือกระหว่างหยุดร้านค้าชั่วคราวกับปรับขึ้นราคา ก็ต้องเลือกปรับราคาเพื่อไม่ให้จมทุน
.
จนถึงปัจจุบัน (17 เม.ย. 2569) เวหาถูกคุมขังมาแล้ว 1,065 วัน หรือ 2 ปี 11 เดือน 6 วัน
ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงเวหา และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการFree Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
1,021 วันของ “เวหา” ผู้ต้องขัง ม.112: โลกเดินเร็ว เวลาข้างในเดินช้า ไม่รู้ออกไปจะเจอโลกแบบไหน
