เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยม “ฐาปนา” เยาวชนที่ถูกคุมขังจากคดีการวางเพลิงตู้จราจรพญาไท และขว้างปาวัตถุระเบิดในช่วงการชุมนุมดินแดง เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564 คดีของฐาปนาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นฝึกอบรมขั้นต่ำ 2 ปี และขั้นสูง 3 ปี ลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 4 ปี โดยฐาปนาถูกคุมขังมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 2567
การเข้าเยี่ยมที่บ้านกรุณาฯ ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่แม่ของฐาปนาแจ้งความกังวลว่าลูกชายผอมลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับข่าวที่หนักหน่วงกว่านั้นคือแฟนของเขาได้ส่งข้อความผ่านครูประจำชั้นว่าขอเลิกกัน ท่ามกลางความวิตกกังวลของแม่ การเยี่ยมครั้งนี้จึงมีความสำคัญในการดูแลสภาพจิตใจของเขา
ฐาปนาพูดถึงความรู้สึกภายหลังจากที่แฟนบอกเลิกด้วยความสงบมากกว่าที่คาดไว้ แม้จะเจ็บปวด แต่เขาก็เริ่มจะรับมือได้ แต่สิ่งที่หนักใจจริง ๆ คือความกังวลว่าจะได้เจอลูกชายอีกหรือไม่ เขายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างตัวเองให้พร้อมรับลูกกลับมาอยู่ด้วย
ส่วนในภาพรวมฐาปนาดูเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เขาพูดถึงการจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย การเรียนวิชาชีพต่าง ๆ และที่สำคัญคือการมองเห็นปลายทางของวันที่จะได้กลับบ้าน ความหวังนั้นทำให้เขายังยืนหยัดต่อสู้กับความเหงาและความคิดถึงในสถานคุมขังของเยาวชนได้
__________________________________________
.
เมื่อพบหน้าฐาปนายิ้มกว้างแล้วยกมือไหว้สวัสดี เขาอยู่ในชุดเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีดำ สีหน้าดูปกติ ผมถูกตัดให้สั้นกว่าครั้งก่อน ๆ ที่เข้าเยี่ยม ดูสะอาดตา ทนายกล่าวสวัสดีปีใหม่ย้อนหลัง แล้วทักทายว่าเป็นการเยี่ยมครั้งแรกของปี ต้องสวัสดีปีใหม่ก่อน ฐาปนาหัวเราะเบา ๆ ไปกับประโยคนั้น
บทสนทนาเริ่มต้นด้วยการถามถึงช่วงที่ผ่านมา ฐาปนาเล่าด้วยท่าทีสบาย ๆ แววตาสดใสว่าตอนนี้เรียนจบชั้นม.ปลายแล้ว อยู่ในระหว่างรอรับวุฒิการศึกษา ซึ่งคาดว่าจะได้ช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ส่วนงานปีใหม่ในนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เหมือนทางบ้านกรุณารวมกิจกรรมไปไว้ในวันเด็ก กิจกรรมในวันนั้นมีขนมให้กินและมีให้เล่นดนตรีโฟล์คซอง โดยฐาปนาได้รับหน้าที่เป็นคนตีกลอง พอได้ร่วมกิจกรรมก็สนุกดี
แต่แล้วบรรยากาศก็เปลี่ยนไป เมื่อทนายได้เล่าว่าแม่แจ้งเรื่องที่แฟนฐาปนาบอกเลิก และถามว่าเขาเป็นยังไงบ้าง รับมือได้ไหม รู้สึกเศร้าหรือเปล่า ฐาปนาก้มหน้า เขาเงียบไปอึดใจหนึ่ง บอกว่า “ตอนแรกคิดว่าจะเศร้ามาก ก็รู้สึกเสียใจ รับมือได้อยู่ กังวลเรื่องลูกมากกว่า สงสารลูก ก็คิดว่าออกไปก็ค่อยไปจัดการว่าจะเอาอย่างไรต่อ กลัวอยู่อย่างเดียวตอนนี้ คือกลัวว่าจะไม่ได้เจอลูก ออกไปผมต้องรีบสร้างตัว อยากเอาลูกมาอยู่ด้วย เรื่องอื่นไม่เท่าไหร่ ผมเป็นห่วงก็แค่เรื่องลูกเท่านั้น”
ท่ามกลางหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้น ฐาปนายังคงพยายามสร้างอนาคตให้ตัวเองผ่านการเรียนวิชาชีพต่าง ๆ เรื่องฝึกวิชาชีพ ตอนนี้ฐาปนาจบทั้งหมด 4 วิชาชีพแล้ว คือช่างยนต์ ดนตรี ศิลปะ การดูแลผู้สูงอายุ กำลังรอเรียนอีกวิชาชีพคือช่างแอร์ ซึ่งน่าจะเปิดเรียนช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ไม่ก็เดือนมีนาคม ส่วนช่วงนี้กิจกรรมที่ทำอยู่ในบ้านกรุณาก็คือเข้าเรียนในวิชาชีพเหมือนเดิม แม้จะเรียนจบแล้ว แต่ก็เข้าเรียนด้วยเพราะกิจกรรมไม่ค่อยมีอะไรมาก
สิ่งที่ทำให้ฐาปนายังยืนหยัดต่อไปได้คือการมองเห็นปลายทาง ในเรื่องวันออกจากที่นี่ ฐาปนาบอกว่าถูกขยายไปถึงราวเดือนกรกฎาคม แต่เขาอยากจะลองทำเรื่องขอพักโทษ ทนายถามว่าแผนดังกล่าวครูประจำชั้นหรือเจ้าหน้าที่มาแจ้งหรือเปล่า ฐาปนาบอกว่าไม่ เป็นเรื่องที่เขาคิดเอาเอง ทนายจึงบอกให้ลองถามครูประจำชั้นหรือนักสังคมสงเคราะห์ว่าการทำเรื่องพักโทษดังกล่าวต้องใช้เอกสารจากข้างนอกหรือไม่ ซึ่งถ้าต้องใช้ ให้ฐาปนาฝากบอกกับทางครูประจำชั้นให้แจ้งแม่มาอีกทีได้
นอกจากการเตรียมตัวเรื่องวันปล่อยตัว ฐาปนายังต้องดูแลสุขภาพจิตของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เด็กหนุ่มเล่าต่อว่า วันจันทร์หน้าจิตแพทย์จะนัดพูดคุยผ่านคอนเฟอเรนท์ เพื่อติดตามอาการซึมเศร้าของเขา เป็นการติดตามอาการทั่ว ๆ ไป หมอน่าจะถามเรื่องการปรับยา ปัจจุบันฐาปนากินยารวมประมาณ 3 เม็ดครึ่ง กินตอนเช้า 2 เม็ดหลังอาหาร และกินก่อนนอนอีก 1 เม็ดครึ่ง ยาที่กินก่อนนอนนี้เป็นยาที่ช่วยทำให้หลับ หมอจะพูดคุยว่ายาที่กินในปัจจุบันอาการที่ตอบสนองเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าโอเคก็อาจจะไม่ปรับ แต่ถ้ายังมีปัญหาอยู่ หมอก็คงปรับให้
ทั้งนี้เรื่องสภาพร่างกายที่แม่กังวล กลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นห่วงมากเท่าที่คิด ทนายแจ้งเรื่องที่แม่กังวลว่าฐาปนาตัวผอมลงมาก แต่เท่าที่เจอวันนี้ก็ไม่ได้มากขนาดนั้น ฐาปนาบอกว่าน้ำหนักของเขาขึ้น ๆ ลง ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร เพราะออกตรวจแล้วก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ตัวเขาเองก็ไม่อยากใส่ใจมาก
ทนายบอกกับฐาปนาว่าแสดงว่าเริ่มจัดการความรู้สึกตัวเองได้ แต่ย้ำว่าคงไม่ถึงขนาดไม่ใส่ใจเลย คือต้องสังเกตอาการตัวเองด้วยว่าที่อ้วนหรือผอมลงนั้นร่างกายเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยง่ายไหม หายใจสะดวกหรือเปล่า เดินไปเดินมาเวียนหัวหรือเปล่า หรือนั่งอยู่จะเป็นลมหรือเปล่า แบบนี้ต้องสังเกตตัวเองด้วย ฐาปนารับทราบ และบอกว่าอาการร่างกายอื่น ๆ เขารู้สึกว่าแข็งแรงดี เรื่องริดสีดวงก็หายเรียบร้อยแล้ว
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนคือสภาพจิตใจของฐาปนาที่เริ่มสงบมากขึ้น ฐาปนาเล่าถึงตัวเองว่า พอเปลี่ยนปีใหม่มา รู้สึกว่าใจเย็นขึ้น ไม่ได้คิดลบหรือคิดมากเหมือนเดิม ก็มีคิดอยู่บ้าง แต่ไม่ได้นั่งคิดอยู่กับเรื่องความสัมพันธ์นั้นเรื่องเดียวเหมือนที่ผ่านมา เวลาคิดวนวนซ้ำ ๆ ก็จะหากิจกรรมทำ เล่นกับเพื่อนที่อยู่ข้างในนี้บ้าง
ฐาปนาสะท้อนความรู้สึกอีกว่า “เรื่องแฟนที่บอกเลิก ก่อนที่จะบอกเลิก เวลาคิดถึงเรื่องนี้ ตอนนั้นจะรู้สึกเศร้ามาก ๆ แบบคิดไปว่าเป็นยังไงต่อ คือคิดมาก แต่พอเลิกจริง มันก็ไม่ได้เศร้าขนาดนั้น”
ก่อนกล่าวย้ำอีกครั้ง “ผมรู้สึกห่วงเรื่องลูกมากกว่า กลัวว่าเขาไม่ให้เจอลูก ส่วนเรื่องแฟนผมก็เสียใจ แต่ไม่ได้คิดมากเท่าเรื่องลูก ถ้าออกไปผมจะรีบหาสมัครงาน จะไปวางใบสมัครหลาย ๆ ที่ เพราะมีวุฒิการศึกษาแล้ว จะไปสมัครขับส่งของในบริษัทแห่งหนึ่ง และออกไปแล้วจะรีบทำใบขับขี่เลย ต้องรีบหาเงินจะได้ดูแลลูกด้วย ช่วงนี้เตรียมตัวจะออกด้วย”
ผมสั้นของฐาปนาในวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อม เขาบอกว่าตัดสินใจตัดเอง ไม่ได้มีใครบังคับ มันเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ที่กำลังจะมาถึง
ก่อนที่การเยี่ยมจะสิ้นสุดลง ฐาปนาพูดประโยคส่งท้ายก่อนร่ำลา “ตอนนี้อยากกลับบ้าน อยากกลับไปหาลูก อยากรีบทำงาน จะได้มีเงิน จะได้เริ่มสร้างชีวิตตัวเอง ใกล้ถึงวันของผมแล้ว ตอนนี้รอวันที่จะออกไปอย่างเดียว”
จนถึงปัจจุบัน (11 ก.พ. 2569) ฐาปนาถูกคุมขังที่ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา จังหวัดสมุทรปราการ มาแล้ว 654 วัน หรือ 1 ปี 9 เดือน 19 วัน
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
“อยากกลับบ้านก่อนเมษายน จะได้พาลูกไปเที่ยว” : ‘ฐาปนา’ ยืนหยัดเพื่อคนรักที่รอคอย
