อานนท์ นำภา เขียนคำแถลงประกอบยื่นประกันตัว 9 คดี ม.112 ขอศาลปล่อยตัวออกไปใช้สิทธิ เพื่อเป็นอีก 1 เสียง “เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

อานนท์ นำภา เขียนคำแถลงด้วยลายมือของตนเอง แนบประกอบคำร้องขอประกันตัวคดีมาตรา 112 ทั้ง 9 คดี ที่ทนายความได้ยื่นประกันตัวไปในวันที่ 30 ม.ค.​ 2569 เพื่อให้มีโอกาสออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 และเพื่อยืนยันว่าศาลได้ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นพลเมืองของจำเลย ซึ่งยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

คำแถลงมีใจความสำคัญในการขอให้ศาลอนุญาตให้ประกันตัวเพื่อที่จะได้ออกไปใช้สิทธิทางการเมืองขั้นพื้นฐานในการเลือกตั้งและลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ โดยระบุว่า “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” คือทางออกเดียวที่จะนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยสันติวิธี และเรียกร้องให้ศาลยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ ด้วยการปล่อยตัวจำเลยและนักโทษการเมืองทุกคนเพื่อไปลงมติออกเสียงแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นประชาธิปไตย

ในครั้งนี้ กรณีของอานนท์ได้ยื่นประกันตัวในคดีมาตรา 112 ทั้งสิ้น 9 คดี ได้แก่ คดีปราศรัยจากการชุมนุม #ม็อบ14ตุลา63, คดีโพสต์เฟซบุ๊ก 3 ข้อความ, คดีปราศรัยจากชุมนุมม็อบแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ 2, คดีโพสต์เฟซบุ๊ก 2 ข้อความ, คดีโพสต์ #ราษฎรสาส์น, คดีปราศรัยจากการชุมนุม ชุมนุมม็อบแฮร์รี่ พ็อตเตอร์, คดีปราศรัยจากการชุมนุมหน้า สน.บางเขน, ชุมนุม #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว และคดีปราศรัยจากการชุมนุม #กูสั่งให้มึงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ หน้ารัฐสภา พร้อมกับมีการยื่นประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองอีก 14 คน

______

สำหรับคำแถลงทั้งหมดของอานนท์ นำภา ระบุดังนี้ 

“จำเลยเขียนคำแถลงฉบับนี้ระหว่างสืบพยานคดี “คนอยากเลือกตั้ง” ซึ่งจำเลยถูกทหารฟ้องเมื่อปี 2561 จากเหตุการณ์ชุมนุมเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งและเรียกร้องให้ คสช.ออกจากอำนาจ หลังจากวันนั้น คณะ คสช. จึงจัดให้มีการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปในปี 2562

หลังจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 บังคับใช้ เราได้เห็นข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญหลายประการในทุกหมวด ในปี 2563 จำเลยกับพวกซึ่งร่วมกันชุมนุมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์และแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ขณะนี้จำเลยถูกขังจากการชุมนุมเรียกร้องครั้งนั้นด้วยโทษจำคุกกว่า 29 ปี และต้องขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดีที่เหลืออีก 3 คดี รวมจำคุกมาแล้วจากการเรียกร้องประชาธิปไตยกว่า 3 ปี

เป็น 3 ปีที่อยู่ในคุกเพื่อรอให้ประชาชนพร้อมที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ เป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เหมือนดังนานาอารยประเทศ มีโครงสร้างของสถาบันการเมืองในทุก ๆ องค์กรที่ดำรงอยู่อย่างสอดคล้องกับระบอบอย่างแท้จริง

“การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” จึงเป็นทางออกเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยโดยสันติวิธีและปราศจากความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความสูญเสียทั้งเสรีภาพและชีวิตของพี่น้องประชาชน

“การเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” จึงเป็นการแสดงออกที่สำคัญที่สุดในฐานะ “เจ้าของอำนาจอธิปไตย”

จำเลยจึงขอเรียนมาเพื่อขอให้ศาลปล่อยตัวเพื่อออกไปใช้สิทธิในวาระอันสำคัญนี้ เพื่อเป็นอีก 1 เสียงที่เห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญและออกเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในคราวเดียวกัน

“สิทธิ” ในการเลือกตั้งและการเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นข้อเรียกร้องและการต่อสู้ที่จำเลยสู้มาตั้งแต่ต้น จนต้องสูญเสียอิสรภาพ ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของการยับยั้งการเปลี่ยนแปลง

การขังจำเลยเพราะเรียกร้องประชาธิปไตยคือการยับยั้งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งขณะนี้กำลังจะสิ้นผลลงเมื่อเกือบ 10 ปีของการต่อสู้ทางการเมืองของจำเลยได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดโลกทัศน์และมีส่วนเปลี่ยนโลกทัศน์ของคนในสังคม

จำเลยขอเรียกร้องให้ศาลยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ได้โปรดใช้อำนาจเท่าที่มี ปล่อยตัวจำเลยและนักโทษการเมืองทุกคนเพื่อไปลงมติออกเสียงแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับสมดังเจตนาการต่อสู้ของจำเลยกับพวก เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นประชาธิปไตย เพื่อลูกหลานที่จะถือกำเนิดมาบนแผ่นดินนี้จะได้ไม่ต้องมาต่อสู้ และต้องเผชิญกับการปราบปรามอย่างที่จำเลยกับเยาวชนคนรุ่นใหม่กำลังเผชิญในเวลานี้อีกเลย

อนึ่ง หากศาลจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ในการปล่อยตัวจำเลย เพื่อไปลงประชามติครั้งนี้ จำเลยยินดีรับเงื่อนไขทุกประการ”

_______

ปัจจุบันอานนท์ยังถูกขังระหว่างอุทธรณ์อยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2566 หลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีมาตรา 112 จำนวน 10 คดี และโทษจำคุกในคดีต่างๆ ที่ยังไม่สิ้นสุดรวมกัน 26 ปี 37 เดือน 20 วัน หรือประมาณ 29 ปี 1 เดือนเศษ และยังคงเรียกร้องสิทธิประกันตัวเรื่อยมา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

คดีทางการเมืองทั้งหมดของ ‘อานนท์ นำภา’ 

X