ช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ทนายความเข้าเยี่ยม “บัสบาส” มงคล ถิระโคตร ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่เรือนจำกลางเชียงราย ทั้งหมดสองครั้ง เขาถูกจองจำมาตั้งแต่ 18 ม.ค. 2567 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 1 ปี 9 เดือน 26 วันแล้ว จากโทษจำคุกในสามคดีรวมกัน 54 ปี 6 เดือน โดยทุกคดียังอยู่ระหว่างฎีกา
.
ภาพรวมสุขภาพ–จิตใจ–ความหวังของบัสบาสในเรือนจำ
จากภายนอก บัสบาสดูร่างกายแข็งแรง ดูอารมณ์ดี และพูดคุยเก่งขึ้นกว่าครั้งก่อน ๆ เมื่อถามถึงเรื่องสุขภาพ บัสบาสบอกว่ายังสุขภาพดี ตอนนี้กินอาหารได้ปกติแล้วหลังจากอดอาหารมา และอยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกายก่อนหน้านี้ แต่เขาไม่ได้ออกกำลังกายเลย เพราะในเรือนจำมีเพียงกีฬาตระกร้อ แต่เขาเล่นไม่เป็น เลยไม่ค่อยได้เล่นกีฬาเท่าไร
บัสบาสชอบเล่นดนตรีมากกว่า ที่ผ่านมาในเรือนจำ ไม่มีเครื่องดนตรีให้เล่น แต่เขาได้ยินมาว่าทางแดน 1 กำลังสั่งเครื่องดนตรีมา พวกกีต้าร์ เบส และกลอง เขาตื่นเต้นมากที่จะได้เล่นเครื่องดนตรีบ้าง โดยสมัยก่อนหน้านี้เขาเคยทำวงดนตรีกับเพื่อนด้วย
“อยากจะทานข้าวกับพวกเขาอีกสักครั้ง” บัสบาสเล่าว่าถ้าคดีของเขาสิ้นสุดเมื่อไร สิ่งแรกที่เขาอยากทำคือการได้เยี่ยมใกล้ชิดกับคุณพ่อและแม่ที่อายุมากแล้ว และต่อมาก็คงจะลงทะเบียนเรียนต่อระดับ ปวศ. ในเรือนจำ คิดว่าคงมีหลักสูตรช่างให้ลงเรียนอยู่บ้าง
หลังจากบัสบาสได้รับการปรับยารักษาโรคซึมเศร้าจากแพทย์ในเรือนจำ อารมณ์ของเขาปกติดี ตอนนี้ไม่ค่อยมีอาการซึมเศร้าเหมือนเคย เขายังเล่าต่อว่าช่วงหลังมานี้เจ้าหน้าที่นำยาไปบดเป็นผงให้ทาน ซึ่งปกติจะเป็นเม็ด บัสบาสไม่แน่ใจถึงเหตุผลว่าทำไมต้องบด แต่ก็คาดว่าน่าจะเป็นมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังลักลอบเก็บยาไว้
.
“ส่งมาใหม่นะ” – บัสบาสขอให้ส่งจดหมายมาหาเขาอีกครั้ง
ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา บัสบาสสังเกตได้ว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในเรือนจำมีแนวโน้มดีขึ้น สังเกตจากเมื่อก่อนเขาไม่ค่อยได้จดหมายที่ส่งเข้ามา โดยเฉพาะที่มีเนื้อหาแตะ ๆ การเมือง เพราะก่อนหน้านี้ เอกชัย หงส์กังวาน เคยบอกว่าได้เขียนจดหมายมาหา แต่เขาก็ไม่ได้รับ แต่ปัจจุบัน เขาได้รับจดหมายมากขึ้น คิดว่าน่าจะครบทุกฉบับที่มีคนส่งเข้ามาในช่วง 2-3 เดือนนี้
“ใครเคยส่งจดหมายมาแล้วถูกตีกลับ ขอให้ส่งมาใหม่นะ”
บัสบาสอยากจะฝากใครก็ตามที่ส่งจดหมายมาหาเขาก่อนหน้านี้ แล้วถูกตีกลับลองส่งเข้ามาใหม่อีกสักครั้ง เขาอยากจะอ่านข้อความของทุกคน และเฝ้ารอจดหมายอยู่ตลอด
อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ดีใจอย่างมากคือ บัสบาสเห็นว่าเริ่มมีหนังสือที่เขาสนใจอยากอ่านเข้ามาหาเขาบ้างแล้ว เช่น หนังสือ “ท่านประธานที่(ไม่)เคารพ” ของอดีต สส. อมรัตน์
บัสบาสชอบหนังสือแนวนี้และอยากจะอ่านหนังสืออีก อยากให้ช่วยส่งเข้ามาให้เขาด้วย เขายกตัวอย่างชื่อหนังสือ “The almost prime minister” ของพิธา, หนังสือ “Common Sense” ของโธมัส เพน และหนังสือ 1984 ของจอร์จ ออเวลล์
.
แผลถลอก น้ำหนักเหล็ก และสนิม
ช่วงวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา บัสบาสถูกลงโทษให้ใส่โซ่ตรวนที่ขาเป็นเวลา 1 เดือน แม้จะอยู่ในเรือนจำ และยังถูกย้ายจากแดน 1 ไปแดน 2 ชั่วคราวประมาณ 1-2 อาทิตย์ เนื่องจากเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้ต้องขังที่เข้ามาใหม่ ส่วนอีกคนก็โดนลงโทษวินัย
บัสบาสเล่าว่า การใส่โซ่ตรวนทรมานมาก เนื่องจากเป็นเหล็กที่รัดกับข้อเท้า มีน้ำหนักมาก เดินลำบาก และเสียดสีจนขาถลอกและเกิดบาดแผล อีกทั้งต้องทำความสะอาดเพราะโซ่ตรวนเป็นเหล็ก ขึ้นสนิมง่าย หากไม่เช็ดทุกวันสนิมจะขึ้นทันที เขาเล่าต่อไปว่าตอนที่อาบน้ำจะทรมานที่สุด เพราะแสบจากบาดแผลที่ใส่โซ่ตรวน ต้องให้เพื่อนช่วยเช็ดทำความสะอาดตรวนและล้างแผลให้ทุกวัน ซึ่งจะครบ 1 เดือนวันที่ 19 พ.ย. นี้
“อยู่ในนี้ก็ยังสู้อยู่ แม้จะมีโซ่ตรวนพันธนาการ ก็ถือว่าเป็นบทเรียนและมาถึงเรือนจำแบบเต็ม ๆ รับรู้รสชาติของคนที่ถูกขัง ใครที่อยู่ในเรือนจำก็ใจเย็น ๆ กันนะครับ เดี๋ยวจะเป็นแบบผม ใส่โซ่ตรวนนี่ลำบากมาก” บัสบาสกล่าวพร้อมหัวเราะเบา ๆ
อย่างไรก็ตาม เขายังฝากให้กำลังใจทุกคน ทั้งคนที่อยู่นอกเรือนจำ หรืออยู่ในเรือนจำก็ตาม “จะสู้จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง”
นอกจากนี้บัสบาสยังถามถึงกิจกรรมรำลึก 6 ตุลา และ 14 ตุลา ว่าภายนอกเรือนจำมีการจัดงานอะไรบ้าง และสถานการณ์ของตะวันและแบม ว่าคดีเป็นอย่างไรบ้าง เขายังฝากให้กำลังใจกับทั้งสองคน
สุดท้ายก่อนจากกันเขาฝากข้อความถึงแฟนเก่าที่เคยคบหากัน ถ้าเห็นข้อความนี้ขอให้ส่งจดหมายเข้ามาได้นะ
.
| สามารถส่งจดหมายไปที่ มงคล ถิระโคตร แดน 1 เรือนจำกลางเชียงราย เลขที่ 222 หมู่ที่ 3 ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย 57000 (ส่งแบบลงทะเบียน) หรือเขียนจดหมายออนไลน์ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล สามารถบริจาคหนังสือส่งไปที่ แดน 1 เรือนจำกลางเชียงราย เลขที่ 222 หมู่ที่ 3 ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย 57000 |
.
