อัยการสั่งฟ้องคดี ม.112 ของ “อภิรักษ์” ช่างไฟฟ้า โพสต์-แชร์เฟซบุ๊ก 4 ข้อความ ก่อนศาลให้ประกัน

3 พ.ย. 2568 ที่ศาลอาญา พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องคดีของ “อภิรักษ์” (นามสมมติ) ช่างไฟฟ้าวัย 31 ปี ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) เหตุจากการโพสต์และแชร์ข้อความบนเฟซบุ๊กรวม 4 ข้อความ 

เหตุในคดีนี้ มาจากการโพสต์ภาพและข้อความจำนวน 2 โพสต์ ระหว่างวันที่ 8-9 ส.ค. 2568 และจากการแชร์ภาพจากเพจเกี่ยวกับราชวงศ์และเขียนข้อความประกอบอีก 2 โพสต์ ระหว่างวันที่ 9-10 ส.ค. 2568 รวมทั้งหมดจำนวน 4 โพสต์  

.

ในชั้นสอบสวน ถูกคุมขังกว่า 19 วัน ทั้งยังไม่มีทนายความ-ผู้ไว้วางใจเข้าร่วมฟังการสอบปากคำ

ก่อนหน้านี้ ในช่วงคืนวันที่ 10 ส.ค. 2568 อภิรักษ์ได้ถูกชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมจากบริเวณที่ทำงาน ตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 10 ส.ค. 2568 ในข้อหาตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) โดยเขาระบุว่าในตอนแรกตำรวจไม่ได้แสดงหมายจับ แต่ได้พาตัวไปที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) บริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นเจ้าของคดี แล้วจึงมีการแสดงหมายจับในภายหลัง

จากการตรวจสอบเอกสารในคดีพบว่าตำรวจจัดทำบันทึกจับกุม โดยระบุวันเวลาที่จับกุมเป็นเวลา 01.00 น. ของวันที่ 11 ส.ค. 2568 โดยระบุว่าชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายอภิรักษ์ได้มาปรากฏตัวอยู่บริเวณ บก.สอท.1 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นตำรวจ พร้อมแสดงบัตรเจ้าพนักงานและแสดงหมายจับ ก่อนอภิรักษ์จะรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ และให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ทั้งตำรวจชุดจับกุมยังมีการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือของเขาจำนวน 1 เครื่องด้วย

คดีนี้มี พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผู้กำกับการ 1 จากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นผู้กล่าวหา หลังได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ตรวจสอบบัญชีเฟซบุ๊กที่โพสต์ข้อความพาดพิงเบื้องสูงและผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

ทั้งนี้ในการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำอภิรักษ์โดยพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 เกิดขึ้นโดยไม่มีทนายความหรือผู้ไว้วางใจเข้าร่วม 

จากนั้นในช่วงสายวันที่ 11 ส.ค. 2568 พนักงานสอบสวน ได้นำตัวอภิรักษ์ไปขอฝากขังต่อศาลอาญา โดยยังคัดค้านการประกันตัว ระบุว่าคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และยากแก่การติดตามาดำเนินคดีในภายหลัง

จากนั้น ศาลได้อนุญาตให้ฝากขัง ทำให้อภิรักษ์ถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันนั้น เนื่องจากไม่ได้มีการยื่นประกันตัวแต่อย่างใด

หลังจากนั้น ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งจากผู้ต้องขังทางการเมืองว่า พบประชาชนรายหนึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในคดีตามมาตรา 112 และยังไม่มีทนายความ รวมทั้งยังไม่ได้ยื่นประกันตัว จึงได้เข้าติดตามตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าอภิรักษ์ถูกคุมขังเข้าสู่การฝากขังผัดที่ 2 แล้ว จึงได้ยื่นขอประกันตัวเขาต่อศาลอาญา ก่อนได้รับการประกันตัวในวันที่ 29 ส.ค. 2568 รวมระยะเวลาถูกคุมขังทั้งหมด 19 วัน

.

พนักงานอัยการสั่งฟ้อง ต่อมาได้รับการประกันตัวออกมาต่อสู้คดี

3 พ.ย. 2568 ในช่วงเช้า อภิรักษ์ได้เดินทางไปรายงานตัวที่ศาลอาญา และเมื่อครบกำหนดผัดฟ้องในผัดสุดท้าย  ก่อนพบว่า สัณห์สิทธิ์ ยุทธภัณฑ์บริภาร พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ได้มีคำสั่งฟ้องคดีต่อศาลแล้ว

คดีนี้อัยการฟ้องเป็น 4 กระทง แยกไปตามข้อความในเฟซบุ๊กแต่ละโพสต์ที่กล่าวหาว่าจำเลยโพสต์และแชร์ โดยไม่ได้คัดค้านการประกันตัวในคดีนี้ แต่ระบุคำขอท้ายฟ้องให้ศาลสั่งริบโทรศัพท์มือถือและซิมการ์ดที่ถูกตรวจยึดไว้เป็นของกลางในชั้นสอบสวน

หลังจากนั้นอภิรักษ์ได้ถูกควบคุมตัวไปยังห้องขังชั้นล่างบริเวณใต้ศาลอาญา ระหว่างนั้นทนายความได้ทำเรื่องขอประกันตัว ในเวลาต่อมา 15.30 น. โดยประมาณ ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวโดยให้วางหลักทรัพย์ 90,000 บาท ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ เท่ากับที่เคยวางประกันในชั้นสอบสวน

ศาลอาญาได้กำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 15 ธ.ค. 2568  เวลา 09.00 น.

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นับตั้งแต่เริ่มมีการนำมาตรา 112 กลับมาบังคับใช้ ตามแถลงการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเดือน พ.ย. 2563 ในระหว่างการชุมนุมของนักศึกษา-ประชาชน จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลาเกือบ 5 ปี มีผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหานี้ไปแล้วอย่างน้อย 284 คน ในจำนวน 317 คดี

X