เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2568 ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ทนายความเข้าเยี่ยม “อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน อดีตแม่ค้า ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่ถูกพิพากษาจำคุก 8 ปี 48 เดือน จากการโพสต์เฟซบุ๊ก 8 ข้อความ อายถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค. 2567 และอยู่ระหว่างอุทธรณ์คำพิพากษา
ครั้งนี้อายเล่าถึงชีวิตภายในทัณฑสถานที่เปลี่ยนไป หลังจากเพื่อนร่วมห้องคนเก่าย้ายออกไปที่แดนเด็ดขาด ทำให้ต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่และคนใหม่ ๆ ที่เข้ามา อายยังคงเป็นคนที่แบ่งปันและช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ แม้บางครั้งจะเกิดความเข้าใจผิดบ้างก็ตาม
เธอประทับใจอย่างมากกับเพลง “อาย…เสียงแม่หลังกำแพง” ที่มีผู้เผยแพร่อยู่ในยูทูป และภาพกิจกรรม Run2free รวมถึงกิจกรรมของคนข้างนอกที่ยังคงเคลื่อนไหว เมื่ออ่านเนื้อเพลงโดยเฉพาะตอนที่พูดถึงลูกชาย เธอซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหล รู้สึกได้ว่ายังมีคนจำและให้กำลังใจเธอและเพื่อน ๆ ผู้ต้องขังทางการเมืองอยู่
ก่อนจากกัน อายพูดถึงความหวังที่อยากได้ยิน ข่าวสารจากนักการเมืองที่เธออยากพบ และฝากให้ผู้คนเขียนจดหมายหาเธอบ้าง เพื่อให้รู้สึกว่ายังนึกถึงกัน
_______________________________
ขั้นตอนการเข้าเยี่ยมวันนี้เริ่มต้นด้วยการจัดการเอกสารและยื่นให้เจ้าหน้าที่ จากเวลา 09.30 น. เป็นการรอคอยอันยาวนานจนกระทั่งถึง 11.00 น. จึงได้ยินเสียงเรียกชื่อให้เข้าพบ
อายนั่งรออยู่ฝั่งตรงข้าม สีหน้าเครียด คิ้วขมวด ตาตก เมื่อเจอหน้ากันเธอยกมือไหว้ พยายามยิ้มให้มากกว่าจะยิ้มออกมาจริง ๆ หลังจากทักทายและนั่งลงแล้ว ค่อยยกหูโทรศัพท์ขึ้นเพื่อพูดคุยผ่านกระจกกั้น คำถามแรกที่ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้รับคำตอบด้วยแววตาที่ไม่สดใสว่าช่วงนี้ไม่ค่อยดี
เธอเริ่มเล่าถึงความต้องการย้ายออกไปที่แดนเด็ดขาด เพราะที่แดนเด็ดขาดมีพื้นที่มากกว่า ห้องเยอะกว่า ในจำนวนคน 2,000 คน แต่ถ้าเป็นแดนที่อายอยู่ปัจจุบัน พื้นที่น้อยกว่าแต่ผู้ต้องขังมากกว่า น่าจะประมาณ 3,000 คนได้ เธอเขียนคำร้องไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ สิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่โอเคขึ้นไปอีก คือเพื่อน ๆ ที่เคยอยู่ด้วยกันทยอยย้ายออกไปที่แดนเด็ดขาดหมดแล้ว เหลือแต่คนหน้าใหม่ ๆ ที่เข้ามา
เธอเล่าถึงปัญหาข้างใน จะมีข้าวของที่เรียกว่า ‘เตร็ด’ ซึ่งหมายถึงของที่มี “ลิมิเต็ด” คือมีจำกัด เช่น รองเท้า ชุดนอน อย่างอาย ซื้อรองเท้าสีชมพู เบอร์ 38 แล้วก็มีหลายคนที่ซื้อรองเท้าลักษณะเดียวกัน เพราะข้างในนั้นซื้อได้ไม่กี่สี วันหนึ่งมีของคนหนึ่งหายไป เธอถูกกล่าวหาว่าเอารองเท้าของคนอื่นไป
“เราก็ไม่โอเค เพราะอยู่นี่ อายไม่เคยขโมยของใคร อายแบ่งให้ด้วยซ้ำ คนที่เข้ามาใหม่ไม่มีชุดนอน ไม่มีของกิน อายก็แบ่งให้ตลอด”
เมื่อเห็นอายสงบลงบ้าง จึงบอกว่าวันนี้เอาภาพกิจกรรมภายนอกมาให้ดู และมีคนแต่งเพลงให้เธอด้วย อายทำหน้าฉงน แววตาเริ่มมีประกายตื่นเต้น ภาพแรกคือกิจกรรม Run2free เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2568 เธอค่อย ๆ ไล่ดูไปทีละภาพ อ่านชื่อคนที่เห็น “มี เท้ง ณัฐพงษ์ ,ช่อ พรรณิการ์, ป้านก” เธอหยุดชั่วครู่ “อายทราบถึงเรื่องสามีป้านกเสีย อายได้ยินข่าว อายรู้สึกเสียใจกับป้านก”
ก่อนเธอเห็นหน้าตัวเองที่นักวิ่งติดไว้บนเสื้อ “อยากจะให้เปลี่ยนรูปมาก” เธอพูดอย่างติดตลก “รูปในเฟซบุ๊กก็มีแต่ทรงนี้ อายอยากได้รูปปัจจุบัน” ก่อนคุยกันว่าคงไม่สามารถถ่ายรูปปัจจุบันได้ อายก็หัวเราะอีกครั้ง
ภาพต่อมาคือโพสต์บันทึกเยี่ยมเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีคนวาดรูปอายส่งเข้ามาในคอมเมนต์ เมื่อเห็นรูป เธอดูตื้นตันใจ น้ำตาซึมออกมา
จากนั้นแจ้งว่ามีคนแต่งเพลงให้เธอ พร้อมกับแสดงภาพที่บันทึกหน้าจอจากยูทูป เป็นปกอัลบั้มเพลงชื่อ ‘อาย… เสียง แม่ หลังกำแพง’ สีหน้าของอายเปลี่ยนไป มีความตื่นเต้นมากขึ้น อายขอให้เปิดภาพปกเพลง เป็นภาพเธอในทรงผมถักเปีย ใส่เสื้อสีดำ “อายชอบมาก”
ก่อนเธอจะขออ่านเนื้อเพลง พร้อมกับตกอยู่ในความเงียบขณะอ่าน ตาเธอไล่ไปตามบรรทัดของเนื้อเพลงที่ถอดมา
“ฉันเขียนบนขวดน้ำใส ถามศาลเมื่อไหร่จะได้ประกัน 112 อย่ายืนนิรันดร์ อย่าผูกโซ่พัน กักขังหัวใจ ล็อกเกอร์ถูกค้นซ้ำซาก กด ๆ เรามาก ไร้เหตุผลใดสิทธิ์ของคน คือสิทธิ์ของใคร ฉันขอสู้ไป ไม่ก้มหัวลง
อย่าลืมฉัน อย่าลืมพวกเรา ใต้ฟ้าเทา ถึงแม้กำแพง เรายังส่องแสง ยังร้องเพลง ฝากเสียงบรรเลง ข้ามกรงไป
ฉันเขียนไว้บนขวดน้ำเมื่อไหร่ศาล จะให้ประกัน ยกเลิก 112 ได้ไหม เสียงเล็ก ๆ ที่ดังข้างใน ล็อกเกอร์ถูกค้น ไม่มีเหตุผล ฉันพูดออกมาไม่ก้มหัวให้ใคร กฎที่กดทับ ฉันไม่ยอมรับ นี่คือสิทธิ์ ของคนไม่ใช่ของใคร เสียงนกหวีดดัง เพียงขันเดียว บังคับเราหยุดทั้งที่ยังไม่พอ ฉันยืนยันไม่ก้มไม่ขอเปลี่ยนกฎเล็กน้อย ให้โลกได้ยล
ลูกชายโตขึ้นเร็วเกินใจ เพียง 1 ปีไปฉันพลาดเวลาไม่ได้กอด ไม่ได้พา เพียงเจอหน้าน้ำตาหลั่งริน ทุกครั้งเจอ ฉันร่ำไห้ ลูกชายเบือนหน้า บอกแม่อีกแล้ว ฉันพยายามจะฝืนทนไป แต่ในดวงใจ แตกสลายสิ้น
อย่าลืมฉัน อย่าลืมพวกเรา ใต้ฟ้าเทา ถึงแม้กำแพง เรายังส่องแสง ยังร้องเพลง ฝากเสียงบรรเลง ข้ามกรงไป
น้องสาวส่งจดหมายถ้อยคำกวนกวน แต่ทุกถ้อยถ้วนคือแสงแห่งฝัน เธอมองเรือนจำ ชี้ฟ้าเบื้องบน อย่างน้อยเรายังอยู่ภายใต้ฟ้าเดียวกัน ฉันยังจำคำหมอพร่ำ สิ่งที่เกิดซ้ำคือดีเสมอ อย่าเก็บโกรธ อย่ากดดันไว้ เขียนระบายไว้ แทนทำร้ายใจ
อย่าลืมฉัน อย่าลืมพวกเรา ใต้ฟ้าเทา ถึงแม้กำแพง เรายังส่องแสง ยังร้องเพลง ฝากเสียงบรรเลง ข้ามกรงไป
ฝากบอกทุกคน อย่าลืมพวกเรา นักโทษการเมือง จากใจ แม่ที่มีลูกชาย แต่ฉันอยู่ในเรือนจำ อาย กันต์ฤทัย”
หลังอ่านเนื้อร้องจบ “อยากฟังว่าเพลงร้องยังไง” อายบอก เราจึงร้องเพลงคร่าว ๆ ให้ฟัง “ดีมาก” เธอพูด
เธอใช้เวลาอ่านเนื้อเพลงและดูภาพอยู่พักใหญ่ ๆ “นี่อายอยู่มานาน ถึงขนาดมีคนแต่งเพลงให้ อายรู้สึกดีใจมาก ขอบคุณคนแต่งเพลงมาก ๆ มันไม่ใช่แค่เพลง แต่มันทำให้อายรู้สึกว่ายังมีกำลังใจ รู้สึกได้ว่าคุณยังไม่ลืมอาย”
แต่แล้วเธอก็หยุดชั่วครู่ “แต่พอคิดไปแบบนี้ ก็ให้นึกเสียใจถึงเพื่อนที่เคยเดินมาด้วยกัน อายรอคุณเท้งมาเยี่ยม อยากให้เขาเข้ามาอัปเดตให้ฟัง อยากฟังจากปากเขาเพราะเราเคารพเขา”
และมีอีกบุคคลที่อายอยากพบในระหว่างนี้ “กับพี่เต้น ณัฐวุฒิก็เหมือนกัน เราก็อยากถามเขา เราอยู่มาตั้งแต่พ่อแม่เราเป็นเสื้อแดง จนตอนนี้ เราเป็นรุ่นลูกรุ่นหลานจากเสื้อแดง กลายเป็นเสื้อดำ ตั้งแต่ม็อบ 63 เรากลายเป็นคนชอบใส่เสื้อสีดำ อยากถามกับพี่เต้นว่า ที่เขาบอกว่าจะต่อสู้กับพวกเรา ใช่สิ่งที่เขากำลังทำตอนนี้อยู่หรือเปล่า”
หลังจากนั้นอัปเดตเรื่องทางคดีของเพื่อน ๆ ผู้ต้องขังคดีทางการเมือง และเมื่อถามถึงเรื่องสุขภาพ อายตอบว่า “ช่วงนี้กินอาหารได้น้อย ไม่ค่อยอยากกิน เหมือนคิดมาก ส่วนใหญ่จะกินพวกขนม กินน้ำ แต่ถ้าเป็นข้าวไม่ค่อยหิว แล้วพออายไม่กินข้าว แล้วกินยาเลยมันทำให้ยาออกฤทธิ์เร็ว คือตอนนี้ช่วงเวลานอน กินยาแล้วก็หลับเลย แล้วเหมือนเอฟเฟ็กยามันเยอะ บางทีกินแล้ว เราก็จะเป็นสะลึมสะลือ เดิน ๆ อยู่จะวูบจนเพื่อนต้องมาประคอง”
ช่วงท้ายของบทสนทนา อายฝากข้อความให้ผู้คนเขียนจดหมายหาอายบ้าง ทุกวันนี้เหมือนอายเขียนออกไปคนเดียว อยากได้ข่าวสารจากผู้คนภายนอกอยู่
จนถึงปัจจุบัน (7 ต.ค. 2568) อายถูกคุมขังมาแล้ว 406 วัน หรือ 1 ปี 1 เดือน 11 วัน
.
📩 สามารถเขียนจดหมายถึงอาย ฝากถึง “กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน” เรือนนอนทับทิม ทัณฑสถานหญิงกลาง 33/3 ถนนงามวงค์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900”
📩 หรือเขียนจดหมายออนไลน์ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
1 ปีแห่งการส่งเสียงของ “อาย กันต์ฤทัย” : “ไม่อยากให้คนลืมว่ายังมีพวกเราที่อยู่ในคุก”
