เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2568 เวลา 9.00 น. ที่ศาลจังหวัดเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กิตติพงค์ จวนวันเพ็ญ พ่อค้าเสื้อผ้าในกรุงเทพฯ วัย 45 ปี ผู้ถูกกล่าวหาในคดีตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากการโพสต์เฟซบุ๊กจำนวน 2 โพสต์ ได้เดินทางเข้ารายงานตัวตามนัดในช่วงกำหนดฝากขัง ก่อนพบว่าอัยการได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว และต่อมาศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวต่อในชั้นพิจารณา โดยใช้หลักทรัพย์เดิม
.
สำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2568 กิตติพงค์ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมจากย่านบางบอน ในกรุงเทพฯ ตามหมายจับของศาลจังหวัดเวียงสระ โดยไม่เคยได้รับหมายเรียกมาก่อน พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง จากนั้นได้ถูกนำตัวไปทำบันทึกการจับกุมที่ สน.บางขุนเทียน และส่งตัวไปยัง สภ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี
ต่อมาพบว่าคดีนี้มี ทรงชัย เนียมหอม แกนนำกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน เป็นผู้ไปกล่าวหาไว้ที่สถานีตำรวจดังกล่าว โดยอ้างว่าเปิดดูเฟซบุ๊กขณะนั่งรถทัวร์ ถึงบริเวณจุดจอดรถในอำเภอชัยบุรี และพบข้อความในเฟซบุ๊กของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง จำนวน 2 โพสต์ ที่เห็นว่าเข้าข่ายมาตรา 112 จึงได้ไปแจ้งความกล่าวหา
หลังจากนั้น ในช่วงวันที่ 14 มิ.ย. 2568 พนักงานสอบสวนได้นำตัวกิตติพงค์ไปขอฝากขังต่อศาลต่อศาลจังหวัดเวียงสระ ก่อนศาลคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง แต่อนุญาตให้อนุญาตประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 100,000 บาท โดยได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ พร้อมกับกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำการในลักษณะเดียวกันกับคดีนี้อีก
จากน้้น ศาลได้กำหนดนัดให้ผู้ต้องหามารายงานตัวทุก 12 วัน ตามระยะเวลาฝากขังแต่ละครั้ง โดยเขาต้องเดินทางไปที่ศาลทุกครั้งในรอบเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ก่อนอัยการจะมีคำสั่งฟ้องคดีไปเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา และในนัดรายงานตัววันนี้ กิตติวงค์ต้องถูกนำตัวไปฟ้องต่อศาล
.
วิษณุพงษ์ เกลี้ยงกล่อม พนักงานอัยการจังหวัดเวียงสระ ได้เป็นผู้เรียงฟ้องในคดีนี้ โดยฟ้องเป็น 2 กระทง จากข้อความในเฟซบุ๊ก 2 โพสต์ ได้แก่
1. ข้อความเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2568 เป็นข้อความที่แชร์ภาพข่าวของเพจ The Momentum ที่โค้ดข้อความของสุชาติ ชมกลิ่น และ รักชนก ศรีนอก กรณีมีการฟ้องร้องในคดีหมิ่นประมาทจากกรณีการใช้จ่ายเงินในกองทุนประกันสังคม ผู้ใช้เฟซบุ๊กได้มีการเขียนข้อความประกอบ มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ผู้โหนและคลั่งสถาบันฯ ซึ่งไม่ตักเตือนกรณีวางตัวไม่เหมาะสมจากการไปประทับประเทศเยอรมนี
อัยการบรรยายว่าข้อความดังกล่าวกล่าวหาว่ารัชกาลที่ 10 ประพฤติตนไม่เหมาะสมที่ประเทศเยอรมัน และกล่าวหาผู้ไม่ตักเตือนพระมหากษัตริย์ ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมลง อันเป็นการทำให้พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
2. ข้อความเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2568 เป็นข้อความที่แชร์ภาพจากเพจของ “สุชาติ ชมกลิ่น” เรื่องเรารักราชวงศ์จักรี ปกป้องสถาบัน โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวได้เขียนข้อความประกอบที่มีเนื้อหาในทำนองเดียวกับในข้อความแรก เรื่องการไม่ตักเตือนกรณีวางตัวไม่เหมาะสม ซึ่งอัยการบรรยายฟ้องว่าเป็นการทำให้พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง อันเป็นความผิดมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) เช่นกัน
อัยการยังระบุขอคัดค้านการประกันตัวจำเลย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี
หลังจากทราบคำสั่งฟ้อง กิตติพงค์ได้ถูกควบคุมตัวไปเพื่อรอการประกันตัว ทนายความได้ยื่นขอประกันตัวระหว่างพิจารณา โดยขอใช้หลักทรัพย์เดิมจากชั้นฝากขัง
ต่อมาเวลา 12.00 น. ศาลจังหวัดเวียงสระมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว โดยใชัหลักทรัพย์เดิม จำนวน 100,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำการในลักษณะเดียวกันกับคดีนี้อีก
นอกจากนั้น ศาลกำหนดวันนัดคุ้มครองสิทธิในวันที่ 24 ก.ย. 2568 เวลา 13.30 น. และนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 20 ต.ค. 2568 เวลา 09:00 น.
.
สำหรับกิตติพงค์ประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้า และเพิ่งเริ่มทำงานเป็นไรเดอร์แพลตฟอร์มออนไลน์ได้เพียงวันที่สองก่อนถูกจับกุม โดยหลังถูกยึดโทรศัพท์ที่ใช้ในการประกอบอาชีพ ทำให้ส่งผลกับการทำงานดังกล่าวด้วย นอกจากนั้น เขายังมีภาระต้องเดินทางไปต่อสู้คดีทางไกล
ทั้งนี้ จากการติดตามของศูนย์ทนายฯ พบว่า ทรงชัย เนียมหอม ผู้กล่าวหาในคดีนี้ เป็นผู้แจ้งความคดีมาตรา 112 และ 116 ไว้ในหลายสถานีตำรวจในหลายจังหวัดทางภาคใต้ อาทิ ในจังหวัดพัทลุง, สงขลา, ตรัง, กระบี่, สุราษฎร์ธานี รวมทั้งในกรุงเทพฯ โดยมีผู้ถูกดำเนินคดีไม่น้อยกว่า 19 คดีแล้ว โดยส่วนใหญ่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นประชาชนทั่วไป ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ถูกแจ้งความ ทำให้แต่ละคนมีภาระและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่อสู้คดี
.
ย้อนอ่าน เมื่อกฎหมายเป็นอาวุธ: ทบทวนคดี ม.112 ที่เกือบครึ่งของทั้งหมด เป็นการกล่าวหาจากกลุ่มปกป้องสถาบันฯ
.
