ในวันที่ 4 ก.ย. 2568 เวลา 10.00 น. ที่ศาลปกครองกลาง เชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนร่วมติดตามกรณี ดร.พอล เแชมเบอร์ส (Dr.Paul Chambers) นักวิชาการชาวอเมริกัน และอดีตอาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้มอบอำนาจให้ทีมทนายความเข้ายื่นฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีทำให้ได้รับความเสียหายและผลกระทบจากคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (เพิกถอนวีซ่า) ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยจะขอให้ศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และให้ผู้ถูกฟ้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
—————————————
เหตุในกรณีนี้ ดร.พอล ถูก พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ในนามผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 (ผอ.รมน. ภาค 3) มอบอำนาจให้ พ.อ.มงคล วีระศิริ แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความเชิญชวนเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งในกองทัพและตำรวจไทย ในเว็บไซต์ของสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2567
ภายหลังจากถูกกล่าวหาและคุมขังในคดีมาตรา 112 เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2568 ร.ต.อ.ชยพล ธรรพรังษี รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพิษณุโลก ยังได้เข้าแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ต่อ ดร.พอล โดยอ้างเหตุผลว่ามี “พฤติการณ์ต้องหาว่ากระทำความผิด” ตามมาตรา 112 ซึ่งเข้าลักษณะต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 (8) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
วันที่ 11 เม.ย. 2568 หลังได้รับการประกันตัว ดร.พอล เดินทางไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพิษณุโลก เพื่อยื่นอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ต่อคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง โดยยืนยันว่าพฤติการณ์ไม่เข้าข่ายตามที่ ตม. อ้าง และกระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ต่อมาวันที่ 18 เม.ย. 2568 ดร.พอล พบหนังสือคำสั่งของ ตม.พิษณุโลก อีกฉบับหนึ่งติดไว้ที่หน้าที่พัก โดยแจ้งขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงเรื่อง “พฤติการณ์ต้องห้าม” โดยอ้างว่า “มีข้อผิดพลาดที่ผิดหลง” ของเจ้าหน้าที่ จากเดิมที่อ้างมาตรา 12 (8) (เช่น การค้าประเวณี ยาเสพติด หรือกิจการที่ขัดต่อศีลธรรม) ไปเป็น มาตรา 12 (7) คือ “น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ ตม. ยังขอแก้ไขเนื้อหาเรื่องคำสั่งที่ใช้เป็นฐานอ้างอิงอำนาจในการเพิกถอนวีซ่า แก้ไขเป็นคำสั่งที่ใหม่กว่า
วันที่ 21 เม.ย. 2568 ดร.พอล ได้เข้ายื่นอุทธรณ์คำสั่งอีกครั้งที่ ตม.พิษณุโลก โดยระบุว่าการแก้ไขคำสั่งและกระบวนการแจ้งการเพิกถอนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสำคัญ ทำมิได้ตามกฎหมายปกครอง ทั้งตนไม่มีพฤติการณ์ต้องห้ามตามที่แจ้ง คดีมาตรา 112 ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น
แม้ต่อมาในส่วนคดีมาตรา 112 สำนักงานอัยการสูงสุดมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ฟ้องคดีไปเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2568 โดยเห็นว่า พยานหลักฐานไม่สามารถรับฟังได้ว่า ดร.พอล เป็นผู้โพสต์เผยแพร่และจัดทำเอกสารตามข้อกล่าวหา ทำให้คดีดังกล่าวสิ้นสุดลง แต่ปัจจุบันผ่านมาเกือบ 5 เดือน ในส่วนกรณีที่ ดร.พอล ถูกเพิกถอนวีซ่า เรื่องก็ยังอยู่ระหว่างรอผลการอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง แม้ทางทนายความจะพยายามติดตามความคืบหน้าในกรณีนี้
การถูกดำเนินคดี และการเพิกถอนวีซ่าดังกล่าว ได้สร้างผลกระทบต่อหน้าที่การงานและชีวิตของ ดร.พอล โดยเขาถูกมหาวิทยาลัยนเรศวร ออกคำสั่งยกเลิกการจ้างงาน ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษของคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร แม้ต่อมาเขาพยายามยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว
ปัจจุบัน ดร.พอล ได้เดินทางออกนอกประเทศ กลับไปยังสหรัฐอเมริกา โดยยังกังวลถึงความเสี่ยงในการกลับมาอยู่ประเทศไทย ทำให้ตัดสินใจดำเนินการมอบอำนาจยื่นฟ้องหน่วยงานตำรวจดังกล่าว
.
