ยกคำร้องประกันตัว “วิจิตร” แม้ข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เข้าเกณฑ์ตาม กม.นิรโทษกรรมที่ผ่านวาระแรก – ยังต้องรักษาตัวจากปอดติดเชื้ออยู่

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง “ยกคำร้อง” ขอประกันตัว วิจิตร (นามสมมติ) อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างวัย 59 ปี ผู้ต้องขังระหว่างอุทธรณ์คดีข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วยโทษจำคุก 10 ปี จากเหตุโพสต์ข้อความทางการเมืองในช่วงหลังรัฐประหาร ปี 2557-58 รวม 10 โพสต์ หลังทนายความยื่นประกันตัวไปเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ระบุโดยสรุปว่า ‘ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม’

.

สำหรับกรณีของวิจิตร ก่อนหน้านี้เคยมีการยื่นขอประกันตัวไปแล้ว 4 ครั้ง และยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัวอีก 1 ครั้ง ซึ่งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องมาตลอด

ต่อมาในวันที่ 4 ส.ค. 2568 ทนายความยื่นประกันตัววิจิตรอีกเป็นครั้งที่ 5 คำร้องโดยสรุประบุว่า คดีนี้จำเลยยื่นอุทธรณ์และศาลมีคำสั่งรับอุทธรณ์จำเลยแล้ว อีกทั้งระหว่างถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม จำเลยมีอาการไอหนัก ไข้สูง จนถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ต่อมาอาการทรุดหนักจนถูกส่งตัวไปรักษาที่สถาบันโรคทรวงอก และปัจจุบันยังคงรักษาตัวต่อเนื่องอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และแพทย์สถาบันโรคทรวงอกยังมีนัดติดตามอาการทุก 15 วัน

คดีที่จำเลยถูกฟ้องในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จำเลยยื่นอุทธรณ์เพื่อศาลมีดุลพินิจรอการลงโทษและคุมความประพฤติจำเลยแทนการจำคุก เนื่องจากจำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนและได้สำนึกในการกระทำความผิดแล้ว 

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 16 ก.ค.​ 2568 สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีมติรับหลักการ 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับของพรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคกล้าธรรม และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งร่างที่ผ่านการรับหลักการเกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วย ซึ่งคดีของจำเลยอยู่ในหลักเกณฑ์ตามร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ดังกล่าว และจะต้องเข้าสู่การพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณารายละเอียดและปรับปรุงแก้ไข ก่อนที่จะนำกลับมาพิจารณาในสภาต่อไป จำเลยจึงขอศาลพิจารณาอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยด้วย

จำเลยมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และให้ความร่วมมือมาตลอดตั้งแต่ชั้นสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล โดยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมาตลอด และปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัดมาตลอด ไม่มีพฤติการ
ณ์หลบหนี และไม่เคยผิดเงื่อนไขแต่อย่างใด

ทั้งนี้ จำเลยยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขศาลอย่างเคร่งครัดทุกประการ ให้ศาลกำหนดเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยในการปล่อยชั่วคราวจำเลย ไม่ว่าจะเป็นการติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ตั้งผู้กำกับดูแลจำเลย และออกคำสั่งข้อกำหนดเรื่องการรายงานตัวต่อศาลหรือผู้นำชุมชนในท้องที่

ในวันเดียวกัน คำร้องถูกส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์wfhมีคำสั่งลงวันที่ 4 ส.ค. 2568 ให้ยกคำร้อง ระบุว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาเคยไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์มาแล้ว และเหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง”

.

สำหรับวิจิตร เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2568 ทนายความได้เข้าเยี่ยมวิจิตรที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เขาเล่าว่าอาการเจ็บป่วยยังคงทรงตัว ยาที่ต้องกินลดลงจากเดิม แต่ภาวะความร้อนตอนกลางคืนยังมีอยู่ จึงต้องเปิดหน้าอกให้ลมเป่า

วิจิตรตั้งหน้าตั้งตารอวันที่จะได้ไปตรวจที่สถาบันทรวงอก เพราะอยากเห็นสภาพปอดซีกขวาว่าดีขึ้นหรือไม่ ตอนนี้แม้ว่าออกซิเจนในเลือดจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าหายใจได้ไม่สุด เหมือนมีอะไรมารั้งปอดไว้ส่วนหนึ่ง ช่วงนี้เขาพยายามฟื้นฟูร่างกายด้วยการออกกำลังกายด้วยตนเองทุกวัน ปัจจุบันน้ำหนักขึ้นมาที่ 54 กิโลกรัมแล้ว

ทนายยังพูดคุยถึงความคืบหน้าของ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ และมาตรา 112 เขาให้ความเห็นว่า

“เรื่อง 112 น่าจะต้องหวังพึ่งรัฐบาลหน้าแล้ว ขอให้พรรคที่เห็นความสำคัญเรื่องนี้ได้บริหารประเทศ จะได้พูดคุยกันง่ายขึ้น เสียงของประชาชนยังไม่มากพอให้ชนชั้นสูงรับฟัง ส่วนตัวผมคิดว่าพวกเขาก็พร้อมปรับตัวเพื่อไม่ให้เกิดการนองเลือดนะ ถ้าคนเลือกพรรคที่ให้ความสำคัญกับ ม.112 ไปเยอะ ๆ ที่นั่งในสภาเกิน 300 เสียงงี้ เค้าฟังแน่ เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงโดยสันติ“

นอกจากนั้น ทนายความยังได้พูดคุยความคืบหน้าการยื่นประกันตัวของเขา วิจิตรบอกว่าเขาค่อนข้างมีความหวังกับการยื่นครั้งนี้ เพราะว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ผ่านการลงมติไปนั้น คดีของเขา (ข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ) อยู่ในเกณฑ์ที่มีแนวโน้มว่าจะเข้าเกณฑ์ได้นิรโทษกรรม หวังว่าจะได้ประกันตัวและปล่อยตัวจากเรือนจำ

.

อย่างไรก็ตาม ผลของคำสั่งไม่ให้ประกันตัว ทำให้วิจิตรยังคงถูกขังอยู่ในเรือนจำและรักษาตัวจากอาการเจ็บป่วยต่อไป 

ย้อนอ่านบทสัมภาษณ์วิจิตร “วิจิตร”: เมื่อเด็กชายในสงครามคอมมิวนิสต์ ผู้สร้างโบสถ์วิหาร ต้องเผชิญคดีการเมือง

X