เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2568 จากกรณี “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักกิจกรรมกลุ่มทะลุฟ้า เปิดเผยว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของ สภ.แม่เมาะ จ.ลำปาง พยายามเข้าติดตามการทำค่ายเยาวชน Exchange Youth Camp เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน ที่หมู่บ้านแม่ส้าน โดยอ้างเกี่ยวกับภัยความมั่นคง และยังเข้ามาติดตามกิจกรรมตลอด 3 วัน 2 คืน
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนสอบถามข้อมูลจากผู้จัดกิจกรรมเพิ่มเติม พบว่ากิจกรรมจัดขึ้นโดยกลุ่ม IPAM ซึ่งทำงานกับคนรุ่นใหม่ โดยการจัดค่ายเรียนรู้ปัญหาสังคมในพื้นที่ต่าง ๆ โดยปีนี้เป็นการจัดปีที่สองแล้ว โดยเริ่มจัดค่ายเรียนรู้ที่พื้นที่หมู่บ้านบางกลอย ที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำหรับค่ายซึ่งจัดที่ลำปางเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นค่ายที่สอง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ก.ค. 2568 มีผู้เข้าร่วมประมาณ 30 คน ที่หมู่บ้านแม่ส้าน อำเภอแม่เมาะ ซึ่งเป็นหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ เพื่อร่วมเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนชาติพันธุ์ และการจัดการทรัพยากรที่ทำให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งปัญหาจากนโยบายรัฐต่อชุมชน
ผู้จัดกิจกรรมระบุว่าในการจัดค่ายที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ทั้งในปีที่แล้ว และการจัดครั้งแรกของปีนี้ บางครั้งมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาติดตามกิจกรรมอยู่บ้าง แต่ไม่ได้มีปัญหาการคุกคามการจัดกิจกรรมต่อเนื่องทุกวันเหมือนในครั้งนี้ เข้าใจว่าอาจเกี่ยวข้องกับการที่ผู้จัดกิจกรรมบางส่วน เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองมาก่อนในช่วงปี 2563-65 และเคยถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมทางการเมือง
ผู้จัดระบุว่าตั้งแต่วันแรกที่มีการจัดกิจกรรม ทราบว่ามีชุดตำรวจสืบสวนจาก สภ.แม่เมาะ ในชุดนอกเครื่องแบบ ประมาณ 3 นาย ขับรถเข้ามาในหมู่บ้าน ไปสอบถามผู้ใหญ่บ้านถึงกิจกรรม ต่อมาชุดตำรวจดังกล่าว ยังคอยมาติดตามกิจกรรมต่อเนื่องตลอด 3 วัน มาวันละ 3-4 ครั้ง และพยายามสอบถามข้อมูลต่าง ๆ โดยมีการขอผู้จัดจะเข้าไปถ่ายรูปภาพในค่าย และขอรายชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด แต่ทางผู้จัดไม่ได้ให้ไป แต่เสนอจะถ่ายรูปส่งไปให้เอง พร้อมกับให้เบอร์ติดต่อไว้ด้วย รวมทั้งทราบว่ายังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้ามาถ่ายรูปกิจกรรมด้วย
เจ้าหน้าที่ยังอ้างถึงการติดตาม ว่าเกี่ยวกับเรื่องภัยความมั่นคง แม้ทางผู้จัดจะพยายามสอบถามว่ากิจกรรมนี้จะเกี่ยวกับความมั่นคงได้อย่างไร ไม่ได้มีใครมาเคลื่อนไหวทางการเมืองใด ๆ ตำรวจได้ตอบทำนองว่าเนื้อหาอาจจะไม่เกี่ยว ค่ายไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่เกี่ยวกับนักกิจกรรมทางการเมืองที่มาร่วม และอ้างว่าเป็นคำสั่งจาก “นาย” อีกที
สถานการณ์ดังกล่าว ยังทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่รู้สึกไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่คอยเข้ามาตรวจสอบชาวบ้านในชุมชนด้วย ทางผู้จัดรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่พยายามสร้างบรรยากาศให้รู้สึกว่าการมาจัดค่ายแบบนี้ ทำให้ชาวบ้านเกิดความเดือดร้อน ทั้งที่จริง ๆ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ต่อมาหลังจากเสร็จสิ้นค่าย เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2568 ทางผู้จัดค่าย ได้เดินทางไปยังกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรจังหวัดลำปาง (กอ.รมน.) เพื่อสอบถามถึงการมาติดตามดังกล่าว ว่าเป็นคำสั่งของใคร อย่างไร แต่ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่า เป็นการดำเนินการของทางตำรวจ สภ.แม่เมาะ เอง ยืนยันว่าไม่ได้มีการสั่งการใด ๆ จึงยังไม่ทราบชัดเจนว่าการดำเนินการนี้ใครเป็นผู้สั่งการติดตามค่ายเยาวชนดังกล่าว
ในเดือนนี้ ทางกลุ่มยังมีกำหนดการไปจัดค่ายเยาวชน ในภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร และในภาคอีสานที่จังหวัดอุบลราชธานีต่อไป
.
