ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ถึงต้นเดือนมิถุนายน 2568 ทนายความได้เดินทางไปยังศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเข้าเยี่ยม “ฐาปนา” (นามสมมติ) เยาวชนวัย 20 ปี ที่ถูกคุมขังจากคำพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ให้รับการฝึกอบรม 4 ปี จากคดีการวางเพลิงตู้จราจรพญาไท และขว้างปาวัตถุระเบิดในช่วงการชุมนุมดินแดง เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564
การเยี่ยมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2568 โดยศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 5 ปี 6 เดือน แต่เปลี่ยนโทษจำคุกให้เป็นฝึกอบรมขั้นต่ำ 2 ปี และขั้นสูง 3 ปี ลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 4 ปี พร้อมจ่ายค่าเสียหายทางแพ่ง 2,500 บาท
การพบกันทั้งสามครั้งนี้ ฐาปนามีท่าทีเปลี่ยนแปลงไปตามลำดับเวลา จากความวิตกกังวลค่อนข้างมาก หลังจากทราบโทษจากศาลอุทธรณ์ที่ลดหย่อนลง นำมาสู่การผ่อนคลายและมองอนาคตข้างหน้าด้วยความหวังมากขึ้น ดังที่ปรากฏในบันทึกเยี่ยมแต่ละครั้ง
______________________________________________________
วันที่ 21 พ.ค. 2568
ฐาปนาปรากฏตัวด้วยรูปร่างที่ผอมลง ใบหน้าซูบซีด เขาเล่าถึงสุขภาพตัวเองที่ยังคงมีอาการหน้ามืดอยู่บ้าง โดยเฉพาะเมื่อต้องวิ่งไปเข้าห้องน้ำหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างรีบเร่ง เมื่อสอบถามเบื้องต้น เขาแจ้งว่าได้บอกกับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลแล้ว แต่ยังต้องรอคิวการตรวจสุขภาพไปก่อน
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น หลังจากได้ฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แล้ว ความวิตกกังวลของเขาลดน้อยลงอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้เขามีความกลัวว่าจะได้รับโทษที่หนักขึ้นกว่าเดิม แต่เมื่อทราบว่าโทษขั้นต่ำเหลือสองปี และเขาได้รับโทษมาแล้วประมาณหนึ่งปี จึงรู้สึกว่าใกล้จะครบกำหนดแล้วมากขึ้น
ในส่วนของความคิดถึงครอบครัว ฐาปนาแสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าอยากให้แม่และแฟนของเขาเข้าเยี่ยมแบบใกล้ชิดบ่อย ๆ เพราะการได้พบครอบครัวและลูกในตอนที่ไปฟังคำพิพากษา ทำให้เขาคิดถึงลูกอย่างมาก อยากให้พาลูกมาเยี่ยมบ่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อเขาเห็นเพื่อนคนอื่นมีญาติเข้ามาเยี่ยมอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งทำให้ความคิดถึงลูกและครอบครัวทวีความรุนแรงขึ้น
ก่อนจะพูดคุยเรื่องน่าสนใจคือระบบการจัดเกรดในบ้านกรุณา ฐาปนาอธิบายว่ามีการแบ่งเกรดของเด็กที่ถูกควบคุม โดยคนที่มีเกรดห้าจะเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมเกเรและไม่ได้รับการบรรเทาหรือลดโทษ ส่วนเด็กที่มีพฤติกรรมดีจะอยู่ในเกรดสองและเกรดหนึ่ง ซึ่งจะได้ทำกิจกรรม เช่น สวดมนต์ นั่งสมาธิ หรือช่วยงานตัดหญ้า กิจกรรมเหล่านี้สามารถนำมาลดหย่อนโทษได้ ขณะนี้ฐาปนาอยู่ในเกรดสอง ซึ่งถือเป็นเกรดที่ดี และได้รับโอกาสทำกิจกรรมเพื่อขอลดโทษอยู่บ่อยครั้ง
.
วันที่ 29 พ.ค. 2568
การพบกันครั้งนี้เป็นการติดตามอาการและอัปเดตสถานการณ์ทั่วไป ฐาปนาเล่าให้ฟังว่าหลังจากที่พบกันครั้งก่อน สถานการณ์โควิดที่ศูนย์ฝึกอบรมลดน้อยลง ทำให้ผู้ต้องขังสามารถลงมาทำกิจกรรมด้านล่างอาคารได้ หลังจากมีการระบาดและให้กักตัวก่อนหน้านั้น โดยตอนนี้มีกิจกรรมให้เข้าร่วมหลายประเภท เช่น วาดรูป ทำให้บรรยากาศในศูนย์ฝึกอบรมดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
เมื่อถามเรื่องการรับประทานอาหาร ฐาปนาตอบว่าเขาทานอาหารตามปกติเหมือนเดิม แต่น้ำหนักยังไม่เพิ่มขึ้น ทั้งยังไม่มีเจ้าหน้าที่พาไปตรวจโรคข้างนอก เพราะต้องรอคิวแพทย์ก่อน
บทสนทนายังพูดถึงแผนอนาคต ฐาปนาเล่าอย่างกระตือรือร้นว่าอยากได้ใบคดีสิ้นสุดให้เร็วที่สุด ซึ่งเขาจะต้องใช้ในการไปสมัครทหารเกณฑ์ และหากออกไป ก็สามารถไปทำงานที่บริษัทต่าง ๆ ที่เปิดรับได้ ทนายจึงแจ้งว่าจะต้องรอระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ถ้าโจทก์ไม่ได้ฎีกา คดีก็จะสิ้นสุดลง
หลังจากเข้าพบฐาปนาแล้ว ทนายความได้ยื่นหนังสือติดตามอาการป่วยของเขา และเข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลและนักจิตวิทยา เพื่อถามถึงความคืบหน้าเรื่องการขอเข้ารักษาอาการป่วย นักจิตวิทยาแจ้งว่าได้มีการประเมินอาการป่วยแล้วเบื้องต้น พบว่ามีการเครียดสะสมและมีน้ำหนักลดลงผิดปกติ จึงได้นัดหมายแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เท่าที่ติดตามข้อมูลเบื้องต้นแพทย์น่าจะว่างวันที่ 20 มิ.ย. 2568 แต่กำลังหาวันที่ว่างเร็วกว่าวันดังกล่าวอยู่ เพื่อให้ฐาปนาได้รับการรักษาโดยเร็ว
.
วันที่ 9 มิ.ย. 2568
การเข้าเยี่ยมในช่วงเช้าดำเนินไปอย่างราบรื่น ทำเรื่องเอกสารไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็แจ้งให้เดินเข้าไปยังห้องครูที่ปรึกษา ซึ่งถูกใช้เป็นห้องเยี่ยมเยาวชน ก่อนถูกเชิญให้ไปนั่งบนโซฟากลางห้อง มีเจ้าหน้าที่ที่เป็นครูดูแลเด็กเยาวชนด้านใน นั่งบนเก้าอี้พลาสติกทางขวามือ
นั่งไม่ถึง 5 นาที ฐาปนาก็ถูกเบิกตัวมาพบ เขาแต่งกายด้วยชุดวอร์มเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีดำ ด้วยทีท่าผ่อนคลาย เขายกมือไหว้ด้วยท่าทีสุภาพ และทักทายกันเล็กน้อย
ฐาปนาบอกย้ำเช่นเดียวกับก่อนหน้านั้นว่า พอรู้เรื่องโทษแล้ว ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นจากเดิมมาก สถานการณ์ในครอบครัวที่เคยตึงเครียดก็โอเคขึ้น เรื่องการกินเขากินปกติ แต่น้ำหนักตัวยังคงเท่าเดิมอยู่ที่ 52-53 กิโลกรัม เขาเล่าอย่างขบขันว่า “ผมกินข้าวเยอะ แต่ไม่อ้วน” ส่วนเรื่องการนอนก็หลับได้ดีขึ้น ไม่เครียดเท่าเดิม
เมื่อถามเรื่องการพบจิตแพทย์หรือแพทย์อื่น ๆ ฐาปนาตอบว่ายังไม่ได้เจอหมอ มีเพียงเจ้าหน้าที่ของบ้านกรุณามาแจ้งว่าให้รอพบแพทย์ เมื่อถามว่ายังอยากพบหมอหรือไม่ ฐาปนาตอบอย่างจริงใจว่า หากพบได้ก็อยากพบ เพราะน้ำหนักตัวยังไม่ขึ้นมา ทั้งที่กินปกติ แม้สภาพจิตใจจะโอเคขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าร่างกายป่วยอะไรหรือไม่
ก่อนที่จะจากกัน ฐาปนาเล่าถึงการฝึกอาชีพเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ได้เรียนเกี่ยวกับเรื่องเครื่องยนต์และหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุไปแล้ว เขาตอบด้วยรอยยิ้มว่า ตอนนี้มีกิจกรรมพวกเดินจงกรม นั่งสมาธิในช่วงเช้าของวันจันทร์ถึงศุกร์ และกิจกรรมนี้สามารถเก็บเป็นวันลดโทษได้
นอกจากนั้น เขายังแจ้งว่าได้เปลี่ยนจากเรียน กศน. เป็นเรียนผ่านศูนย์การเรียนเซนต์ ยอห์นบอสโก แทน เหตุผลที่เปลี่ยนก็เพราะจะใช้ระยะเวลาเรียนสั้นกว่าการเรียน กศน. แต่ยังไม่มั่นใจว่าเทียบโอนหน่วยกิตได้มากน้อยเพียงใด
.
ปัจจุบัน (11 มิ.ย. 2568) ฐาปนาถูกคุมขังมาแล้วรวม 408 วัน เท่าที่ทราบข้อมูล เขาเป็นผู้ต้องขังเยาวชนคนเดียวที่มีเหตุจากการแสดงออกทางการเมืองซึ่งถูกคุมขังอยู่ในขณะนี้
สามารถเขียนจดหมายออนไลน์ถึงฐาปนาผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล
.
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
“ข้างในนี้ผมนับคืนนับวัน”: 1 ปี ของ “ฐาปนา” วัยเยาว์ที่เลือนหาย ก่อนรอฟังคำพิพากษาชี้ชะตา
