เรื่อง: พชร คำชำนาญ
ภาพ: เมธาวจี สาระคุณ

ศาลแพ่งนัดไต่สวนคำร้องที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง ยื่นขอให้ยกเลิกการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพากระบี่หน้าองค์การสหประชาชาติ ด้านกลุ่มผู้ชุมนุมย้ำมีเสรีภาพที่จะชุมนุมอย่างสันติ พร้อมปักหลักต่อสู้จนกว่าโครงการฯ จะยุติ

16 .. 2561 เวลาประมาณ 14.30 . ... อรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง นำหมายนัดของศาลแพ่งมาติดประกาศบริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ ซึ่งเป็นสถานที่ปักหลักของกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่เทพา ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน ความว่า ให้นายสมยศ โต๊ะหลัง และ .. จินดารัตน์ เพิ่มลาภวิรุฬห์ และกลุ่มผู้ชุมนุมคนอื่น เข้ารับฟังการไต่สวนคำร้องเรื่องขอยกเลิกการชุมนุมตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะฯ เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับพฤติการณ์การชุมนุมในวันที่ 20 ก.พ. 2561 เวลา 09.00 .

ประกาศดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 13 .. 2561 สน.นางเลิ้ง ได้นำประกาศเรื่องให้แก้ไข ...การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาประกาศ อ้างว่ากลุ่มผู้ชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 16 (1)  คือ กีดขวางและก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชนที่ใช้ทางเท้าและประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนอันพึงคาดหมาย อาทิ เมื่อผู้ชุมนุมลงไปเดินบนถนน อาจถูกรถเฉี่ยวชนได้ โดยมีคำสั่งให้ผู้ชุมนุมทั้งหมดย้ายสถานที่ชุมนุมไปที่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ภายใน เวลา 16.00 . ของวันนั้น

หลังจากนั้น เครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่เทพา ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อผู้กำกับ สน.นางเลิ้ง เพื่อยืนยันการใช้เสรีภาพการชุมนุมในสถานที่เดิม และขอให้เพิกถอนประกาศฉบับดังกล่าว ให้เหตุผลว่า การชุมนุมครั้งนี้ปราศจากอาวุธและความรุนแรงทุกรูปแบบ และการปักหลักชุมนุมในบริเวณนั้นไม่ได้กีดขวางการจราจรบนพื้นผิวถนน การเดินสัญจรไปมาบนทางเท้าก็สามารถทำได้ตามปกติ อีกทั้งยังไม่กีดขวางทางเข้าออกของอาคารสำนักงานใดๆ บริเวณนั้น

นอกจากนั้น ข้ออ้างของเจ้าหน้าที่ที่ว่าอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุถูกรถเฉี่ยวชนก็ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่ต้องดูแลการชุมนุมสาธารณะตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 19  ที่จะต้องช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ชุมนุมที่ใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญโดยชอบด้วยกฎหมาย

เครือข่ายฯ ย้ำ ชุมนุมอย่างสันติและไม่กีดขวางการจราจร

ต่อมา ในวันที่ 15 .. 2561 สน.นางเลิ้งได้แจ้งผลอุทธรณ์ว่าไม่รับอุทธรณ์ เจ้าพนักงานจึงดำเนินการร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ทางเครือข่ายฯ ยุติการชุมนุม โดยทางเครือข่ายฯ ต้องเข้ารับฟังการไต่สวนคำร้องในวันที่ 20 ก.พ. 2561 ต่อไป

ทั้งนี้ วันนี้เป็นวันที่ห้า นับตั้งแต่ชาวบ้านจากเทพาและกระบี่ย้ายจากทำเนียบรัฐบาลมาปักหลักชุมนุมบริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ โดยก่อนหน้านั้นกลุ่มผู้ชุมนุมถูกสั่งเคลื่อนย้ายออกจากบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากเจ้าหน้าที่อ้างอำนาจตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 7 วรรคท้าย ว่าการชุมนุมดังกล่าวกีดขวางการจราจรและทางเดินเท้า จึงห้ามไม่ให้มีการชุมนุมในรัศมีไม่เกิน 50 เมตรรอบทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา