จาก “เพื่อน” ถึง “วรพล” อีกผู้เผชิญข้อหา 112: เมื่อกฎหมายถูกหยิบใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง?

หมายเหตุ ธนกฤต ศรีสุวรรณ อาสาสมัครของกลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชนภาคใต้ (Law Long Beach) บันทึกการติดตามสังเกตการณ์การเข้ารับทราบข้อหาคดีมาตรา 112 คดีแรกของจังหวัดชุมพรเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา

.

“นี่คือกฎหมายที่ไม่มีความเป็นธรรม และถูกนำมาแกล้งเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่หยิบใช้ง่ายมาก”

“กรด” ยืนกรานด้วยความหนักแน่น แต่น้ำเสียงกลับปนเปด้วยความสั่นเครือ เพราะตนเองไม่เคยคาดคิดว่าเพื่อนของเขา อย่าง “โอ๊ต” หรือ วรพล อนันตศักดิ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคก้าวไกลที่จังหวัดชุมพร ในวัย 26 ปี จะถูกดำเนินคดีในข้อหามาตรา 112 

เช้าวันที่ 14 ธันวาคม 2565 กรดเดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรเมืองชุมพร พร้อมกลุ่มเพื่อนอีกสี่คน หลังจากทราบข่าวว่าโอ๊ตมีนัดรับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้

“เราเองก็อยู่กับวรพลมานาน นี่เป็นสิ่งเขาไม่ควรโดน และคนไทยคนอื่นก็ไม่ควรเช่นกัน มาตรานี้ควรถูกยกเลิกได้แล้ว”

“เกม” เพื่อนอีกคนที่มาให้กำลังใจโอ๊ต กล่าวขึ้น ทั้งยังคอยกวาดสายตา เหลียวมองโอ๊ตผ่านบานหน้าต่างสี่เหลี่ยม ไร้กระจกกั้นของสถานีตำรวจ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเพื่อนของเขาบ้าง

หลังเสียงเพลงชาติสงบลงเพียงสองชั่วโมง ทั้ง “กรด” และ “เกม” กับกลุ่มเพื่อนก็ยังคงปักหลักให้กำลังใจโอ๊ตหน้าสถานีตำรวจ ท่ามกลางสายตาของเจ้าหน้าที่ซึ่งเหลียวมองมายังกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้เป็นเนืองๆ สลับกันกับที่กรดและเกม ก็ใช้เวลานี้ มาสร้างบทสนทนาร่วมกันกับเรา

.

วรพล คือ เพื่อน และ เป็น “คนการเมือง”

“รู้สึกตกใจ แต่ยังไงก็ตาม มันก็ต้องยอมรับ เพราะวรพลเองก็ทำงานด้านการเมืองด้วย ถึงเราก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะโดน” 

“แน่นอนครับ ผมมองว่าฝ่ายตรงข้ามที่มีจุดยืนต่างจากวรพลคงคิดว่าวรพล จะลงสมัครในสนามเลือกตั้งอีกก็ได้ นี่อาจเป็นการ “เล่น” การเมืองก็ได้ หรือไม่ใช่ก็ได้ครับ”

เกมกล่าวถึงความรู้สึกที่ตนมี ต่อการเห็นเพื่อนของเขาถูกดำเนินคดี และยังคงตั้งข้อสงสัยว่าการถูกดำเนินคดีของโอ๊ต เป็นเพราะเขาคือ “คนการเมือง” คนหนึ่งของจังหวัดชุมพรหรือไม่ ในขณะที่กรดก็ได้ตั้งข้อสังเกตถึงเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันของเขา ที่ดูไม่ได้มีพิษภัยอะไร ในทิศทางเดียวกันกับเกม ว่าโอ๊ตเป็นคนการเมืองที่อาจไม่ได้ถูกใจทุกคนนัก

“ผมรู้จักกับวรพลมาสองปีกว่าๆ ซึ่งพอรู้ว่าโดนคดีก็ตกใจมาก เพราะวรพลก็ดูไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร”

“เราเป็นเพื่อนร่วมงานกันเมื่อปี 63 ตอนนั้นทำงานส่งอาหารค่ายเดียวกัน เป็นไรเดอร์นั่นแหละ เขาเป็นคนอัธยาศัยดีนะ มีเหตุผลพอสมควร เพื่อนร่วมงานที่มีปัญหา โอ๊ตก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเท่าที่ทำได้เสมอ”

“ตั้งแต่รู้จักมา โอ๊ตแสดงออกทางการเมืองแทบทุกวัน และรับรูัว่าโอ๊ตทำงานกับพรรคการเมืองหนึ่งมานานแล้ว” 

“ผมเองก็ติดตามข่าวสารบ้านเมือง มีพรรคโปรดของผม พอวันที่ผมรู้จักกับโอ๊ต ได้เห็นความฝันของเพื่อนคนนี้ ที่เขาอยากเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น ตอนแรกผมคิดว่ามันดูเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนขับรถส่งอาหาร ที่เขากับผมทำตอนนั้นนะ จนวันที่เขาประกาศตัวลงสมัคร ส.ส. สังกัดก้าวไกล ผมไม่ลังเลที่จะช่วยเขาในสนามเลือกตั้งเลย”

“สุดท้าย…เราเองก็ไม่คิดว่าการกระทำของโอ๊ตที่เกี่ยวกับการเมืองมาโดยตลอด จะเป็นการกระทำที่เกินเหตุ ถึงขั้นใช้มาตรา 112”

.

.

กรดยังคงตั้งข้อสงสัยอย่างฉงนต่อไป เพราะเมื่อเราย้อนกลับไปดูถึงประวัติของ โอ๊ต วรพล ทั้งบนหน้าสื่อออนไลน์ และคำบอกกล่าวจากเพื่อนๆ เขาคนนี้คือวัยรุ่นธรรมดา เคยเป็นอดีตไรเดอร์ขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหารธรรมดาๆ ก่อนกระโดดเข้ามามีส่วนร่วมในเหตุการณ์ทางการเมืองหลายเหตุการณ์ นับตั้งแต่การเคยเข้าร่วมชุมนุมของกลุ่ม กปปส. จนมาถึงวันที่เขาเปิดตัว เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคก้าวไกล เขต 1 จังหวัดชุมพร คราวเลือกตั้งซ่อม แทนตำแหน่งที่ว่าง เมื่อต้นปี 2565 นอกจากนี้ฝีไม้ลายมือบนสื่อสังคมออนไลน์ โอ๊ตก็เเสดงความคิดเห็นต่อประเด็นต่างๆ ไว้อย่างเผ็ดร้อน 

ต่อมาพบว่าข้อกล่าวหาต่อโอ๊ต เกิดจากการอัพเดทภาพโปรไฟล์เฟซบุ๊ก ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2564 หรือเกือบ 1 ปีครึ่งก่อนหน้านี้ โดยมีตำรวจสืบสวนจาก สภ.เมืองชุมพร เป็นผู้กล่าวหา คำถามที่เกิดขึ้นคือเหตุใดถึงมีการมาแจ้งข้อกล่าวหาในช่วงเวลานี้

แน่นอนว่า ทั้งกรดและเกม เมื่อได้ลำดับภาพในสิ่งที่เพื่อนของเขา ในฐานะคนการเมืองคนหนึ่งทำทั้งบนหน้าสื่อออนไลน์ กระทั่งในสนามเลือกตั้ง จึงหลบเลี่ยงที่จะคิดไม่ได้ว่าโอ๊ต กำลังถูกกระทำเพื่อหวังผลทางการเมืองก็เป็นได้?

“ผมมองว่าก็คงมีโอกาสที่การดำเนินคดีครั้งนี้ เพื่อต้องการ ‘ตัดขาดทางการเมือง’  เพราะผมคิดว่าบุคคลฝ่ายตรงข้ามกับโอ๊ตเอง ก็คงคิดว่าเขาเป็นผู้สมัครในการเลือกตั้งสนามถัดไปก็ได้ แต่เท่าที่ผมติดตามบนสื่อ วรพลเองก็ไม่ได้ลงสมัครแล้วนะครับ ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวข้องกับการหวังผลทางการเมืองหรือไม่” กรดทิ้งท้ายกับเรา

.

พวกเรายังคงเฝ้ารอความยุติธรรม แด่วรพลและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทุกคน

“ยังไงก็สู้ๆนะครับ เราทุกคนที่ถูกดำเนินคดีนี้คือเพื่อนกัน เราคือเพื่อนทางอุดมการณ์ เราไม่ทิ้งกันอย่างแน่นอนครับ”

“อยากให้ทุกคนสู้ๆนะครับ เป็นกำลังใจให้ตลอด จะพยายามช่วยในทุกๆ เรื่องที่ช่วยได้นะครับ ตามความสามารถที่มี ขอให้ทุกคนสู้กันต่อไปครับ”

เกมกับกรดร่วมสลับกันส่งกำลังใจ เพื่อส่งสารไปถึงทั้งวรพลกับบรรดาประชาชนที่ถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 ทุกคน ว่านอกจากผู้ที่ถูกดำเนินคดีแล้วนั้น ก็ยังมีพวกเขายังคงเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่ร่วมหมุนกงล้อแห่งการเปลี่ยนแปลงของประเทศนี้ไปด้วยกัน

.

X