วานนี้ (21 มิ.ย.60) เวลา 06.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารนำโดย พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หรือ “เสธ.พีท” หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ มณฑลทหารบกที่ 23 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองขอนแก่น รวมแล้วราว 30 นาย วางกำลังปิดถนนซอยหน้าบ้านของกลุ่มดาวดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเข้าตรวจค้นโดยไม่มีหมายตรวจค้นจากศาลมาแสดง หลังตรวจไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนผู้บังคับบัญชาสั่งให้ถอนกำลังกลับ แต่ยังมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบขับรถเวียนถ่ายภาพหน้าบ้าน

นายอาคม ศรีบุตตะ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มดาวดินและเป็นผู้พักอาศัยอยู่ในบ้าน กล่าวว่า ตนได้ยินเสียงคนคุยกันเสียงดังอยู่ชั้นล่างบ้านจึงเดินลงมาดู เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินเข้าไปที่บ้านกลุ่มนักกิจกรรม ระหว่างนั้น พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น ก็บอกให้เก็บเอกสารที่วางกองอยู่ใต้ถุนบ้าน โดยบอกว่าเก็บเอาไปเป็นหลักฐาน แต่เมื่อถูกถามว่ามีหมายศาลหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่มีหมายศาลมาแสดง พร้อมกับผายมือไปที่ พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี และบอกว่านี่คือหมายค้น เมื่อถูกถามว่าใช้อำนาจตรวจค้นมาจากไหน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเขียนบันทึกการตรวจค้นอยู่ที่ใต้ถุนบ้านของนักกิจกรรมกลุ่มดาวดิน พร้อมยึดเอกสารรณรงค์แก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 2 ใบ เพื่อเป็นหลักฐาน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่สังเกตการณ์อยู่ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เข้ามาในบ้านลงชื่อในบันทึกการตรวจค้น เจ้าหน้าที่กลับปฏิเสธ และไม่ได้ให้บันทึกดังกล่าวกับนักศึกษาดาวดิน

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 07.10 น. พ.ท.พิทักษ์พลแจ้งกับ ผกก.สภ.ขอนแก่น ว่า นายให้ถอนตัว อย่าไปกวนน้องเค้า แต่ก่อนเจ้าหน้าที่จะถอนกำลังกลับ เจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนขออ่านบันทึกการตรวจค้นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเขียน และขอให้ลงชื่อพร้อมตำแหน่งก่อนกลับทุกคน เพื่อเป็นหลักฐานว่ามีใคร จากสังกัดไหนมาบ้าง แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้บันทึกการตรวจค้นดังกล่าวนั้น และไม่ยอมลงชื่อเจ้าหน้าที่ที่มาตรวจค้นโดยไม่มีหมายศาลในวันนี้ พร้อมกับ ผกก.สภ.ขอนแก่นบอกว่าอยากได้ก็ให้ปิดการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กก่อน แต่นักศึกษายืนยันว่าไม่ปิด จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ถอนกำลังกลับ

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ถอนกำลังกลับไปแล้ว ยังคงมีรถหลายคัน บางคันไม่ติดป้ายทะเบียน เวียนอยู่บริเวณหน้าบ้านของกลุ่มดาวดินจนถึงช่วงบ่าย โดยลำดับตามเวลาดังนี้

08.23 น.มีรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีดำไม่มีทะเบียนขับมาชะลอที่บริเวณหน้าบ้านสองรอบ

09.00 น. รถยนต์ส่วนบุคคลและรถกระบะสีขาว จอดอยู่หัวถนนซอยและท้ายซอยถนนที่เป็นทางเข้าออกบ้านอยู่ในรถและนั่งสังเกตการณ์การเข้าออกบ้านดาว

13.42 น. มีรถยนต์ส่วนบุคคลสีเทาขับมาจอดอยู่หน้าบ้านปิดกระจก จอดอยู่พักหนึ่ง เจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความฯ ยังนั่งสังเกตการณ์อยู่ที่บ้านดาวดินจึงจะเดินออกไปสอบถาม แต่รถคันดังกล่าวก็ขับหนีไป

15.18 น. มีรถยนต์ส่วนบุคคลสีดำขับกลับไป-กลับมาประมาณ 4 รอบ โดยมีการจอดอยู่หน้าบ้านและวนเวียนอยู่หลายรอบ พอคนในบ้านลุกเดินจะไปที่รถรถคันดังกล่าวก็เร่งเครื่องหนีไป

จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00น. นายอาคา ศรีบุตตะ นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และสมาชิกกลุ่มดาวดินซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ที่บ้านดาวดินพร้อมทนายความ เดินทางไป สภ.ย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อทำการลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านโดยไม่มีหมายค้น

อาคม เปิดเผยถึงเหตุผลที่เดินทางมาให้ตำรวจลงบันทึกไว้ว่า ตนเองและเพื่อนรู้สึกถูกคุกคาม การตรวจค้นเกิดขึ้นโดยไม่มีหมาย ไม่แจ้งอะไร “มานั่งเขียนอยู่ที่บ้านแล้วจะบอกว่าเป็นหมายค้นก็ไม่ใช่แล้ว คุณไม่มีอำนาจ หมายค้นต้องออกโดยศาล ค้นเสร็จยึดเอกสารไปก็ไม่ทำบันทึกเป็นหลักฐานให้เรา คุณเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษากฎหมาย คุณไม่ทำตามกฎหมาย เราก็ต้องทำตามกฎหมายเอง”

จากเหตุการณ์ดังกล่าว สมาชิกกลุ่มดาวดินคาดว่าน่าจะมาจากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางมาปาฐกถาเรื่อง “การขับเคลื่อน ไทยแลนด์ 4.0 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ที่หอประชุมกาญจนาภิเษก ม.ขอนแก่น เนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรศัพท์ติดตามและไปที่บ้านของนักกิจกรรมและประชาชนประมาณ 10 ราย โดยเป็นสมาชิกของกลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่ 6 คน ได้แก่ ณัฐวุฒิ กรมภักดี, ณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์ และอีก 4 คนขอสงวนชื่อ, อาคม ศรีบุตตะ นักศึกษากลุ่มดาวดิน, น.ส. จินตนา ศรีนุเดช เจ้าหน้าที่สมาคมคุ้มครองผู้บริโภค จ.ขอนแก่น , น.ส.ณัฐพร อาจหาญ นักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม และน.ส.ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ เจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โดยเจ้าหน้าที่ถามว่าอยู่ไหน ทำอะไรตอนนี้ และพรุ่งนี้ (21 มิ.ย. 60 ) จะทำอะไร หรือมีการเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่

นอกจากนี้ ณรงค์ฤทธิ์, อาคม, ณัฐพร, และดวงทิพย์ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามยังเป็นผู้ต้องหาในคดีพูดเพื่อเสรีภาพ ซึ่งถูกแจ้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จากกิจกรรมพูดเพื่อเสรีภาพ รณรงค์ให้ไปใช้สิทธิลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อ 31 ก.ค. 2559 อีกด้วย