อัยการสั่งฟ้องคดี ม.112 “เวหา” กรณีกล่าวหาเป็นเจ้าของทวิต “ฟ้าฝน ver. เกรี้ยวกราด” และโพสต์ข้อความหมิ่นประมาท ร.10

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 64 ที่ศาลอาญา รัชดาฯ นายเวหา แสนชนะศึก อายุ 37 ปี ได้เดินทางไปรายงานตัวต่อศาลตามนัด ในคดีที่เขาถูกกล่าวหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เหตุถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ “ฟ้าฝน ver. เกรี้ยวกราด” ที่ทวิตข้อความเล่าเรื่องประสบการณ์การถูกคุมขังในคุกเรือนจำชั่วคราวพุทธมณฑล เขตทวีวัฒนา หรือที่ถูกเรียกว่า “คุกวังทวีวัฒนา” จนเกิดเป็นกระแสแฮชแท็ก #แอร์ไม่เย็น ในทวิตเตอร์

หลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ศาล พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ฝ่ายคดีอาญา 3 ได้ยื่นฟ้องคดีในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) 

ต่อมาทนายความได้ยื่นประกันตัวเวหา และศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี โดยใชหลักทรัพย์ประกันเดิมที่เคยใช้ในชั้นสอบสอน เป็นจำนวน 90,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ พร้อมทั้งกำหนดนัดวันตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 20 ธันวาคม 2564 เวลา 09.00 น. 

เปิดคำฟ้องอัยการระบุ “ข้อความที่จำเลยนำเข้าเป็นเท็จและเป็นการจาบจ้วง ร.10 เจตนาทําลายสถาบันพระมหากษัตริย์”

ในคำฟ้องพนักงานอัยการได้กล่าวเกริ่นว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวกันจะแบ่งแยกไม่ได้ และมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบันทรงเป็นประมุขดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้ 

คำฟ้องบรรยายโดยสรุปว่า มีผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อ “lll ฟ้าฝน ver. เกรี้ยวกราด” ซึ่งพบว่าเป็นของจำเลย ได้ทำการหมิ่นประมาทหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ โดยจำเลยได้พิมพ์และโพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ ในช่วงวันที่ 4-5 สิงหาคม 2564

พนักงานอัยการระบุว่าข้อความที่ทวิต เป็นข้อความเท็จและเป็นการจาบจ้วง ล่วงเกิน ดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ โดยประการที่น่าจะทําให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสื่อมเสียพระเกียรติ ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง โดยจําเลยมีเจตนาทําลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนชาวไทย ทําให้เสื่อมศรัทธา ไม่เคารพต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา

สำหรับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดี พนักงานอัยการได้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว โดยระบุว่า เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงและเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง รวมถึงจําเลยยังเป็นบุคคลคนเดียวกันกับจําเลยในคดีอาญาของศาลแขวงพิษณุโลกอีกด้วย จึงขอให้ศาลนับโทษจําคุกของจําเลยในคดีนี้ต่อจากในคดีดังกล่าวด้วย

ทั้งก่อนหน้านี้เวหาถูกจับกุมเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 64 ก่อนถูกฝากขังมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 64 และเพิ่งได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 64 รวมระยะเวลาถูกคุมขัง 53 วันในชั้นสอบสวน

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หลังการกลับมาบังคับใช้มาตรา 112 อีกระลอกในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ไปแล้วอย่างน้อย 155 คน ใน 159 คดี

.

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง 

สถิติผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ปี 2563-64

X