จับวัยรุ่น 2 ราย อ้างเหตุร่วมปาระเบิดเพลิงใส่ป้อมจราจรพญาไท #ม็อบ30กันยา ก่อนศาลไม่ให้ประกัน – อุ้มหายเยาวชนหลังจับฝ่าเคอร์ฟิว ก่อนพบตัว ที่ สน.ดินแดง ตอนเช้า

8 ต.ค. 2564 ตั้งแต่เช้าจนล่วงเข้าหลังเที่ยงคืนเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมวัยรุ่นและเยาวชนรวม 5 ราย เป็นการจับตามหมายจับของศาลอาญา 2 ราย จากเหตุการณ์ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวบริเวณหน้า สน.พญาไท ขว้างปาวัตถุเพลิงและปาระเบิดขวดใส่ป้อมจราจรแยกพญาไท เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 30 ก.ย. 2564, จับที่บ้านพักของผู้ถูกจับกุมตามหมายจับและที่ด่าน หลังตรวจค้นแล้วพบวัตถุระเบิด 2 ราย และจับกุมหลังเคอร์ฟิวที่ด่านใต้ทางด่วนดินแดง 1 ราย 

โดยทุกรายได้พบทนายความหลังตำรวจทำบันทึกจับกุมเสร็จแล้ว กรณีหลัง ผู้ถูกจับกุมเป็นเยาวชน 16 ปี หลังถูกจับกุมถูกควบคุมตัวไว้ที่ห้องสืบสวน สน.ดินแดง ทั้งคืน โดยไม่แจ้งให้ครอบครัวรวมถึงทนายความทราบ อีกทั้งปฎิเสธว่ามีการจับกุม จนกระทั่งทนายความติดตามไปจนพบด้วยตนเองเช้านี้ การกระทำของตำรวจชุดสืบสวนไม่ได้ดำเนินการตามสิทธิของผู้ถูกจับ ซึ่งจะต้องแจ้งให้บิดามารดา หรือผู้ปกครองให้ทราบถึงการจับกุมและสถานที่ที่ถูกควบคุมตัวโดยทันที รวมถึงให้ผู้ถูกจับกุมได้พบทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมาย ถือเป็นการควบคุมตัวโดยมิชอบ เข้าข่ายบังคับให้สูญหายไปแล้วในขณะหนึ่ง (short term disappearance) อันเป็นการละเมิดสิทธิขั้นร้ายแรง โดยเฉพาะผู้ถูกจับกุมยังเป็นเยาวชน ซึ่งต้องได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่รัฐเป็นพิเศษ 

จับ 2 วัยรุ่นที่บ้านพัก ตามหมายจับศาลอาญา กล่าวหาก่อเหตุหน้า สน.พญาไท และปาระเบิดป้อมจราจรแยกพญาไท คืน 30 กันยา 

ประมาณ 11.00 น. ทนายความได้รับแจ้งจากแม่ของขจรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ว่าขจรศักดิ์ถูกตำรวจนำหมายจับเข้าจับกุมในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊สที่ดินแดง นำตัวไปที่ สน.พญาไท  

เมื่อทนายความติดตามไปที่ สน.พญาไท พบวัยรุ่นอีกรายถูกจับกุมมาจากบ้านพักตามหมายจับในกรณีเดียวกัน ชื่อ คเชนทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี โดยชุดสืบสวน สน.พญาไท ซึ่งจับกุมทั้งสองมาจัดทำบันทึกการจับกุมเสร็จแล้ว โดยที่ไม่มีทนายความและผู้ไว้ใจเข้าร่วม ระบุว่าทั้งสองให้การรับสารภาพ

ทั้งนี้ ตามบันทึกจับกุมระบุว่า ขจรศักดิ์ถูกจับกุมที่บ้านในเขตราชเทวีในเวลา 09.40 น. ก่อนเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันจะเข้าจับกุมคเชนทร์ที่บ้านพักในเขตดินแดงในเวลา 10.20 น. เป็นการจับกุมตามหมายจับศาลอาญาที่ 1934/2564 และ 1935/2564 ลงวันที่ 7 ต.ค. 2564 ในข้อหา ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดๆ จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตราย, ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป, ร่วมกันพาอาวุธไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และออกนอกเคหสถานในเวลาห้าม (22.00 – 04.00 น.)

ในการเข้าจับกุม ชุดจับกุมยังได้เข้าตรวจค้นบ้านที่ทั้งสองพัก โดยไม่พบสิ่งผิดกฎหมายในห้องพักของคเชนทร์ ส่วนในห้องพักของขจรศักดิ์ ตำรวจพบระเบิดควัน (CS Smoke) 1 ลูก 

บันทึกการจับกุมยังระบุว่า ชั้นจับกุม คเชนทร์ได้ให้การเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564 เวลาประมาณ 02.00 น. ขณะตนกําลังชุมนุมกับพวกอยู่ที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ได้มีผู้ชักชวนไปหน้า สน.พญาไท จากนั้นได้รวมกลุ่มจักรยานยนต์ประมาณ 20 คัน มีเยาวชนไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง ซ้อนท้าย เมื่อไปถึง หน้า สน.พญาไท ตนได้เร่งคันเร่งรถ และบีบแตรเพื่อให้เกิดเสียงดัง และเยาวชนที่ซ้อนท้ายได้ลงจากรถไปดูเหตุการณ์ จากนั้นได้ใช้เส้นทางเดิมกลับไปที่สามเหลี่ยมดินแดง

พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งสองตามหมายจับ และได้แจ้งข้อหาขจรศักดิ์เพิ่มเติมว่า มียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ชั้นสอบสวนทั้งให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ภายหลังการสอบปากคำทั้งสองถูกขังอยู่ที่ สน.พญาไท โดยพนักงานสอบสวนจะนำตัวฝากขังต่อศาลอาญาในวันรุ่งขึ้น (9 ต.ค. 2564)

จับอีกราย หลังตรวจค้นบ้านพักของคเชนทร์ พบวัตถุระเบิดในห้องพักเยาวชน

ที่ สน.พญาไท นอกจากขจรศักดิ์และคเชนทร์แล้ว ทนายความยังพบเยาวชนอายุ 17 ปี อีก 1 ราย ถูกจับกุมมาพร้อมคเชนทร์ แต่ไม่ใช่การจับกุมตามหมายจับ และไม่ใช่เหตุจากคดีเดียวกัน 

บันทึกการจับกุมซึ่งทำเสร็จแล้วก่อนทนายความไปถึง ระบุว่า ขณะชุดสืบสวน สน.พญาไท เข้าจับกุมคเชนทร์และตรวจค้นห้องเลขที่ 1 ที่คเชนทร์พัก ยังได้ทําการตรวจค้นตามห้องต่างๆ ภายในบ้านหลังเดียวกัน ตามหมายค้นของศาลอาญา และพบระเบิดแสวงเครื่องแบบกระแทกและแก๊สน้ำตาชนิดขว้างอย่างละ 1 ลูก บนชั้นในห้องเลขที่ 4 ซึ่งเป๊ก (นามสมมติ) นอนอยู่ เมื่อสอบถาม เป๊กยอมรับว่า วัตถุระเบิดและแก๊สน้ำตา เก็บมาจากบริเวณม็อบสามเหลี่ยมดินแดงเมื่อหลายวันก่อนหน้านี้  เพื่อที่จะนํามาแกะออกดูว่าภายในมีส่วนประกอบอะไรบ้าง 

ในชั้นจับกุมตำรวจได้ตั้งข้อหา มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง 

ต่อมา ในช่วงค่ำ เป๊กถูกส่งตัวไปที่ สน.ดินแดง เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวอยู่ในเขตดินแดง และควบคุมตัวไว้ที่ สน.ดินแดง ก่อนส่งให้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางตรวจสอบการจับในวันนี้

เยาวชนขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านด่านช่วงค่ำ ถูกจับหลังพบระเบิดในกระเป๋ากางเกง 

เวลาประมาณ 21.30 น. ที่ สน.ดินแดง ทนายความได้พบ ภู (นามสมมติ) วัย 14 ปี ถูกจับที่ด่านบริเวณปากซอยราชประสงค์ตั้งแต่ประมาณ 1 ทุ่ม และถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องสืบสวนอยู่กับเป๊ก โดยพ่อแม่ของภูที่ทราบข่าวการจับกุมแล้วติดตามมาที่ สน.ดินแดง ยังไม่สามารถเข้าพบภูได้ 

ทนายความและพ่อแม่ภูได้พบหลัง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมซึ่งเป็นตำรวจ สน.เพชรเกษม ทำบันทึกจับกุมเสร็จแล้ว ระบุพฤติการณ์จับกุมว่า ระหว่างตํารวจตั้งด่านตรวจด่านสกัดในพื้นที่ดินแดง ได้พบภูขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยมีเด็กชายพงษ์ (นามสมมติ) ซ้อนท้าย เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจค้น พบวัตถุระเบิดแบบประดิษฐ์เอง จํานวน 1 ลูก อยู่ใน กระเป๋ากางเกงด้านหน้าซ้ายของภู จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เมื่อสอบถาม ภูรับว่าระเบิดดังกล่าวเป็นของตนเองจริง 

ชุดจับกุมตั้งข้อหาภูว่า มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ก่อนควบคุมตัวไว้ในห้องเดียวกับเป๊ก เพื่อส่งให้ศาลเยาวชนฯ ตรวจสอบการจับในวันนี้เช่นเดียวกัน

อุ้มหายเยาวชนหลังจับฝ่าเคอร์ฟิวใต้ทางด่วนดินแดง ไม่แจ้งครอบครัว – ทนายความ 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยังได้รับแจ้งในราว 01.30 น. วันที่ 9 ต.ค. 2564 ว่า เบียร์ (นามสมมติ) เยาวชนอายุ 16 ปี ถูกจับบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง ตอนประมาณเที่ยงคืน คาดว่าถูกควบคุมตัวไปที่ สน.ดินแดง แต่มีผู้ทราบเหตุการณ์จับกุมติดตามไปที่ สน.ดินแดง แต่ถูกตำรวจชุดสืบสวน ไล่กลับ และเมื่อทนายความสอบถามไปที่ พ.ต.ท.สุรพล จันทร์สมศักดิ์ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ดินแดง ก็ให้ข้อมูลว่า มีผู้ถูกจับกุมอยู่ที่ สน.ดินแดง 2 ราย คือ เป๊กและภู ที่ สน.พญาไท 2 ราย คือขจรศักดิ์และคเชนทร์ ไม่มีคนถูกจับมาเพิ่ม ส่วนทนายความที่ยังอยู่ที่ สน.ดินแดง ก็ไม่พบเห็นว่า มีผู้ถูกจับมาอีก

อย่างไรก็ตาม ในตอนเช้า แม่ของเบียร์ รวมทั้งทนายความได้ไปที่ สน.ดินแดง อีกครั้ง จึงได้พบตัวเบียร์ ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่ห้องสืบสวนทั้งคืน ตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อประมาณ 00.30 น. โดยชุดจับกุมของกองปราบทำบันทึกจับกุมเสร็จแล้ว ไม่มีที่ปรึกษากฎหมายและผู้ไว้ใจเข้าร่วมอีกเช่นเดียวกับกรณีอื่น

พฤติการณ์การจับกุมตามบันทึกการจับกุมระบุว่า ขณะตํารวจตั้งจุดสกัดบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง ได้พบเบียร์ขี่จักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเคอร์ฟิวส์ จึงเรียกตรวจและค้นพบมีดพับพกสั้น อยู่ในกระเป๋าสะพาย และเสื้อกั๊กคล้ายเสื้อเกราะอยู่ใต้เบาะรถ จึงตรวจยึดเป็นของกลางและวัตถุพยาน และจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง 

ชุดจับกุมตั้งข้อหา ออกนอกเคหะสถานในเวลาห้าม และพาอาวุธ ไปทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร บันทึกจับกุมยังระบุว่า เบียร์ให้การรับสารภาพ 

ช่วงสายวันนี้ พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง นำตัวเบียร์ส่งศาลเยาวชนฯ ตรวจสอบการจับพร้อมเป๊กและภู

ศาลเยาวชนฯ ให้ประกันเยาวชนทั้ง 3 ราย ขณะศาลอาญาไม่ให้ประกันวัยรุ่น 2 ราย อ้างคดีอัตราโทษสูง

หลังศาลเยาวชนฯ ตรวจสอบการจับเยาวชนทั้งสาม มีคำสั่งให้ควบคุมตัวไว้ระหว่างการสอบสวน ที่ปรึกษากฎหมายและครอบครัวจึงได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ต่อมา ศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว กรณีของเป๊กและภู ให้วางหลักประกันในวงเงิน 20,000 บาท ส่วนเบียร์ไม่ต้องวางหลักประกัน หากผิดสัญญาประกันให้ปรับ 3,000 บาท กำหนดนัดเยาวชนทั้งสามไปพบพนักงานคุมประพฤติที่สถานพินิจฯ บางนา ในวันที่ 20 ต.ค. 2564 และนัดรายงานตัวต่อศาลวันที่ 13 ธ.ค. 2564

ด้านขจรศักดิ์และคเชนทร์ พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้ควบคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง ขณะที่นายประกันได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองระหว่างการสอบสวน 

หลังศาลอนุญาตให้ฝากขัง ต่อมา เวลาประมาณ 14.30 น. พริษฐ์ ปิยะนราธร รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวขจรศักดิ์และคเชนทร์ ระบุในคำสั่งไม่ให้ประกันขจรศักดิ์ว่า ได้ไต่สวนพนักงานสอบสวนทางวีดีโอคอลแล้ว ได้ความว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด เมื่อไปตรวจค้นที่ห้องพักพบระเบิดประกอบเอง และระเบิดพลาสติกรวมทั้งหมด 5 ลูก คดีมีอัตราโทษสูง พนักงานสอบสวนค้านประกันตัว หากปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนี

ส่วนคำสั่งไม่ให้ประกันคเชนทร์ระบุคล้ายกันว่า ได้ไต่สวนพนักงานสอบสวนทางวีดีโอคอลแล้ว ได้ความว่าผู้ต้องหาเป็นผู้จุดระเบิดขว้างใส่ตำรวจ ทั้งขณะเกิดเหตุมีการวีดิโอคอลเพื่อเผยแพร่การกระทำความผิดโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนมีภาพถ่ายของผู้ต้องหาขณะกระทำความผิด คดีมีอัตราโทษสูงพนักงานสอบสวนค้านประกันตัว หากปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนี

ทำให้ขจรศักดิ๋และคเชนทร์ถูกควบคุมตัวไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ และทำให้ผู้ต้องขังที่เกี่ยวเนื่องกับการแสดงออกทางการเมือง มีจำนวนถึง 22 รายแล้ว 

>> ‘เบนจา อะปัญ’ ผู้ต้องหา ม.112 รายล่าสุดที่ไม่ได้ประกัน ดันเลขรวมผู้ต้องขังทางการเมืองพุ่งเป็น 20 ราย

ทั้งนี้ Mob Data Thailand ได้รายงาน #ม็อบ30กันยา : #ทะลุแก๊ซ ว่า พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวประจำวันเกี่ยวกับการชุมนุม #ม็อบ30กันยา ว่า เวลาประมาณ 02.00 น. (วันที่ 1 ต.ค. 2564) ได้มีกลุ่มของผู้ชุมนุมรวมตัวกันและใช้วัตถุเพลิงขว้างปาบริเวณหน้า สน.พญาไท ซึ่งเจ้าหน้าที่ สน.พญาไทได้แสดงกำลัง กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก็ได้แยกย้ายกันบริเวณแยกพญาไท และใช้ระเบิดขวดปาไปที่ป้อมจราจรพญาไท แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมเพลิงและดับไว้ทัน ไม่ได้เกิดความเสียหายต่อป้อมจราจรบริเวณแยกพญาไทแต่อย่างใด

More from my site

X