#ม็อบ4ตุลา จับกุมปชช. 26 ราย เป็นเยาวชน 5 ราย ถูกปรับครึ่งแสน ข้อหาฝ่าฝืนเคอร์ฟิว

วันที่ 5 ต.ค. 64 เวลาประมาณ 08.36 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งกรณีการจับกุมประชาชน รวมจำนวน 26 ราย ไปที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ภายในสโมสรตำรวจ แบ่งเป็นเยาวชน 5 ราย และผู้ใหญ่ 21 ราย ทั้งหมดถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนเคอร์ฟิว และให้การรับสารภาพ โดยการจับกุมเกิดขึ้นตั้งแต่กลางดึกช่วงวันที่ 4 ต.ค. โดยไม่มีทนายความเข้าร่วมในการทำบันทึกจับกุมและการสอบสวน

ก่อนในช่วงสายวันที่ 5 ต.ค. พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง นำตัวผู้ใหญ่ 20 ราย ไปส่งตัวให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือในข้อหาฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร โดยออกนอกเคหะสถานในเวลาห้าม (22.00 – 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น) โดยศาลพิพากษาปรับคนละ 2,500 บาท รวมใช้เงินค่าปรับ 50,000 บาท โดยเป็นเงินจากกองทุนราษฎรประสงค์ 30,000 บาท ส่วนอีก 8 ราย ผู้ต้องหาใช้เงินส่วนตัวจ่ายค่าปรับเอง

ส่วนเยาวชน 5 ราย หลังตำรวจยื่นคำร้องตรวจสอบการจับกุม ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ศาลได้มีคำสั่งว่าการจับเยาวชนทั้งห้าเป็นไปโดยชอบ และให้ออกหมายควบคุมตัวไว้ระหว่างสอบสวน แต่อนุญาตให้ประกันตัว โดยไม่ต้องวางหลักประกัน แต่หากผิดสัญญาประกัน จะปรับเงินเป็นจำนวน 3,000 บาท 

ศาลกำหนดนัดที่สถานพินิจฯ กรุงเทพ เพื่อพบพนักงานคุมประพฤติในวันที่ 14 ต.ค. 64 และกำหนดนัดรายงานตัวต่องานรับฟ้อง ในวันที่ 29 พ.ย. 64

ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 1 ราย ถูกตั้งข้อหามีสารเสพติดไว้ครอบครองอีกข้อหาหนึ่ง ทำให้พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง แยกดำเนินคดี และจะพาตัวไปขอฝากขังในวันนี้ (6 ต.ค. 64)

อนึ่ง หลังการสอบถามผู้ต้องหาระบุว่า ในคืนการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์ผู้ต้องหาไว้ ทั้งนี้ไม่ได้ห้ามใช้โทรศัพท์แต่อย่างใด โดยทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งถึงการจับกุมในช่วงเช้าแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนและรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยไม่มีทนายความเข้าร่วมกระบวนการด้วย 

นอกจากการจับกุมดังกล่าวแล้ว ในคืนวันที่ 4 ต.ค. เวลาประมาณ 21.00 น. หลังการเข้ายึดพื้นที่บริเวณแยกมิตรไมตรี เกิดเหตุประชาชน 3 ราย ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ขับรถจักรยานยนต์มาและรถเสียหลักล้มลง บริเวณที่สื่อมวลชนทำการไลฟ์สดอยู่ โดยระบุว่าได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตาที่เจ้าหน้าที่ยิงใส่ขณะขับขี่ ด้านเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ไม่มีการใช้แก๊สน้ำตา พร้อมกำชับให้สื่อรายงานข้อเท็จจจริงให้ถูกต้อง จึงยังไม่แน่ชัดว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจากอะไร

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นใต้เบาะรถจักรยานยนต์ของผู้ประสบเหตุ พบถุงชุดชั้นในและน้ำกระท่อมผู้ประสบเหตุระว่า น้ำดังกล่าวไม่ใช่ของตน แต่รับฝากจากคนรู้จักเท่านั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พาตัวทั้งสามไปบันทึกประวัติที่ สน.ดินแดง ภายหลังสื่อรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวไป โดยไม่แจ้งข้อหาใดต่อหญิงสาวทั้ง 3 คน

อีกทั้งในคืนดังกล่าว สื่อได้รายงานเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ คฝ. และหน่วยปฎิบัติการพิเศษ SWAT บุกขึ้นแฟลตยามวิกาล เพื่อค้นหาตัวผู้ชุมนุมที่อาจหลบหนีเข้าไปในแฟลตอีกด้วย

More from my site

X