ทีมงานเพจ “กระเทยแม่ลูกอ่อน” และนศ.ปวช. ได้ประกันตัวเหตุ #ม็อบ15กันยา หลังถูกตร.ขับรถปาดหน้าระหว่างกลับบ้าน แจ้ง 5 ข้อหา

คืนวานนี้ (15 ก.ย. 64) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งกรณีการจับกุมประชาชน 2 ราย ได้แก่ พรชัย แซ่ซิ้ม ทีมงานเพจ “กะเทยแม่ลูกอ่อน”, เจตนิพัทธ์ เพ็งจำปา นักศึกษาระดับชั้น ปวช.  ปี 2  จากสถานการณ์การชุมนุม #ม็อบ15กันยา บริเวณดินแดง ทั้งสองถูกควบคุมตัวไปทำบันทึกจับกุมที่ สน.พหลโยธิน ในช่วงเที่ยงคืน

ก่อนวันนี้ พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขออำนาจศาลอาญาฝากขังผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยศาลมีคำสั่งให้ประกันตัวทั้งสองคน

คฝ.จับทีมงานเพจ “กะเทยแม่ลูกอ่อน” และนศ. อายุ 19 ปี ขณะเดินทางกลับบ้าน–ปาดรถเข้ามาจับ จนรถประชาชนล้มเสียหลัก มีแผลฟกช้ำที่เท้า

ในช่วงค่ำของวันที่ 15 ก.ย. ประชาชนจำนวนหนึ่งรวมตัวชุมนุมที่บริเวณหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก และ ถ.มิตรไมตรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมอย่างรุนแรง ทั้งยังจับกุมประชาชนนับสิบในยามวิกาลของวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่วานนี้ผู้ชุมนุมยังคงออกมายืนยันข้อเสนอเดิมที่ชูมาตลอดช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา นั่นคือให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และให้ตำรวจยุติการใช้กำลังประทุษร้ายประชาชนในพื้นที่ชุมนุม รวมไปถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมอย่างรุนแรง

ในช่วงเวลา 22.00 น. โดยประมาณ ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมที่  ถ.มิตรไมตรี นอกจากนี้ ยังพบการยิงแสงเลเซอร์สีเขียวไปทางผู้ชุมนุมและผู้สื่อข่าว 

ต่อมาในเวลาประมาณ 22.45 น. สำนักข่าวเดอะรีพอร์ตเตอร์รายงานว่าเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจบัตรสื่อมวลชน และมีประชาชนคนหนึ่งโดนจับกุมที่  ถ.มิตรไมตรี ในขณะที่ยังใส่ปลอกแขนและเสื้อกั๊กที่มีคำว่าสื่อมวลชน ทราบภายหลังว่าผู้ถูกจับกุมคือ พรชัย แซ่ซิ้ม

จากการสอบถามเพิ่มเติมโดยทนายความ พบว่าพรชัยประกอบอาชีพขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง เขาเป็นผู้รับส่งทีมงานของเพจ “กะเทยแม่ลูกอ่อน” ซึ่งจัด “โรงบุญประชาชนร่วมใจ” หรือกิจกรรมขายอาหารกล่องและอื่นๆ ในราคา 1 บาท ที่ถ.ดินแดง และบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในคืนนั้น 

พรชัยเล่าถึงเหตุการณ์ขณะจับกุมว่า ตนได้ขับรถมาส่งนักข่าวที่สี่แยก ถ.มิตรไมตรี ในขณะที่กำลังเดินทางกลับที่พัก พบรถกระบะคันหนึ่งของตำรวจชุดควบคุมฝูงชนขับออกมาจากบริเวณด้านหน้าของกระทรวงแรงงานพอดี เมื่อเห็นตัวพรชัย เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้เขานั่งลง จากนั้นนำเครื่องพันธนาการมารัดมือไพล่หลัง และคุมตัวเขาขึ้นรถกระบะไป

พรชัยระบุว่าตนมีบัตรประจำตัวสื่อมวลชน นอกจากนี้ เจ้าของเพจ “กะเทยแม่ลูกอ่อน” ยังได้ขอใบอนุญาตออกนอกเคหสถานในช่วงเวลา 21.00 – 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น และได้ทำสำเนาแจกจ่ายทีมงานทุกคน อย่างไรก็ตาม ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนยังคงเข้าจับกุมเขา

หลังจากพรชัยถูกนำตัวไปที่ สน.พหลโยธิน ทีมงานเพจ “กะเทยแม่ลูกอ่อน” ได้เดินทางมาที่โรงพักและนั่งรออยู่ที่บริเวณด้านหน้า สน. ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังบันทึกจับกุมของเขา ตำรวจจำนวน 5-6 นายล้อมทีมงานคนหนึ่ง หลังจากนั้นจึงขอดูใบอนุญาตออกนอกเคหสถานและขอถ่ายรูปบัตรประชาชนของทีมงาน สมาชิกของเพจ “กะเทยแม่ลูกอ่อน” จึงพลัดกันส่งเสียงว่า “ตำรวจคุกคามประชาชน” 

คลิปเหตุการณ์ตอนชายคนหนึ่งถ่ายรูปทีมงานเพจ “กะเทยแม่ลูกอ่อน” คาดว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ

นอกจากนี้ ยังมีชายคนหนึ่งถ่ายรูปของทีมงานเป็นระยะ เมื่อถูกทีมงานเพจ “กะเทยแม่ลูกอ่อน” ซักถามถึงสาเหตุที่ถ่ายรูป ชายคนดังกล่าวกลับเดินเข้าไปในโรงพัก ทำให้ทีมงานเพจคาดการณ์ว่าชายคนนั้นเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ

ต่อมา เวลา 23.00 น. มีรายงานว่า เจตนิพัทธ์ เพ็งจำปา นักศึกษาระดับชั้น ปวช. วัย 19 ปี ถูกจับกุมที่ ถ. ราชปรารภ โดยในช่วงเวลาระหว่าง 21.00 – 22.00 น. เจตนิพัทธ์กำลังขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้ากลับที่พัก  ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้ขับรถกระบะเข้ามาปาดหน้าทันที ในขณะที่มีรถกระบะตำรวจอีก 2 คันเข้ามาประกบข้าง ทำให้เขาไม่สามารถหยุดรถได้ทัน และพุ่งชนเข้ากับกระบะของตำรวจที่อยู่ด้านซ้ายมือแทน การขับรถกระบะมาปาดหน้าทำให้รถจักรยานต์ของเจตนิพัทธ์ล้มเสียหลักและทับเท้าด้านขวาของเขา จนเกิดรอยฟกช้ำชัดเจน

เจตนิพัทธ์ระบุว่าตนไม่ใช่ผู้ชุมนุม #ม็อบ15กันยา เมื่อคืนเขาเพียงแต่เดินทางมาพบเพื่อนแยกดินแดง โดยเพื่อนได้ฝากประทัดสำหรับจุดไล่นกไว้กับเขา 2 ลูก ไม่ใช่ระเบิดปิงปองตามที่เจ้าหน้าที่ระบุไว้ในบันทึกจับกุม

ทั้งพรชัยและเจตนิพัทธ์ถูกควบคุมตัวมาทำบันทึกจับกุมที่ สน.พหลโยธิน บันทึกจับกุมบรรยายว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เข้าจับกุมพรชัยและเจตนิพัทธ์ที่บริเวณหน้าสถานกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง ถ.มิตรไมตรี สืบเนื่องจากการณีชุมนุมตลอด ถ.ดินแดง เรื่อยจนไปถึง ถ.มิตรไมตรี หลังจากนั้นจึงค้นตัวทั้งสอง พบของกลางเป็นระเปิดปิงปอง 2 ลูกของเจตนิพัทธ์ 

เจ้าหน้าที่ได้ยึดจักรยานยนต์ 2 คัน รวมไปถึงโทรศัพท์มือถือของทั้งสองเป็นของกลาง  แม้ไม่ถูกตั้งข้อหาที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แต่อย่างใด

ตามบันทึกจับกุม พรชัยและเจตนิพัทธ์ถูกตั้งข้อหาดังนี้

  1. ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความมาตรา 9  แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ “ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มที่มีบุคคลจํานวนรวมกันมากกว่า 25 คนในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคําสั่งกําหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด” 
  2. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 “มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้ร่วมกระทำผิดมีอาวุธ”
  3. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216 “ไม่เลิกมั่วสุมกระทำความผิดตามมาตรา 215 เมื่อเจ้าหน้าที่สั่งให้เลิก”
  4. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 “ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย และได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป”
  5. ฝ่าฝืนข้อกำหนดของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ เรื่องการออกนอกเคหะสถานในเวลาห้าม (21.00 – 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น)

หลังจัดทำบันทึกจับกุมเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้เดินทางมาสอบปากคำพรชัยและเจตนิพัทธ์  ผู้ต้องหาทั้งสองได้ให้การปฎิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา จะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน 

ต่อมาในวันนี้ (16 ก.ย.) พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้ยื่นคำร้องขออำนาจศาลฝากขังทั้งสองกับศาลอาญา รัชดาฯ ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ด้านทนายความได้ทำเรื่องขอประกันตัวผู้ต้องหา โดยวางเงินสดคนละจำนวน 35,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ เป็นหลักประกัน 

ต่อมาในเวลา 17.00 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวทั้งสอง พร้อมกำหนดนัดรายงานตัวในวันที่ 3 พ.ย. 2564 เวลา 08:30 น.

หลังจากถูกควบคุมตัวอยู่ สน.พหลโยธิน ตั้งแต่คืนวันที่ 15 ก.ย. จนถึงช่วงเย็นของวันที่ 16 ก.ย. ทั้งพรชัยและเจตนิพัทธ์จึงได้รับการปล่อยตัวในที่สุด

More from my site

X