7 ผู้ร่วม #คาร์ม็อบลำปาง2 เข้ารับทราบข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยืนยันสู้คดี พร้อมสวมถุงดำคลุมหัวแสดงออกต่อต้านการทรมาน

วันที่ 3 กันยายน 2564 เวลา 10.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง นายพินิจ ทองคำ แกนนำกลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน และประชาชนในจังหวัดลำปาง รวม 7 คน ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา เหตุจากการเข้าร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบลำปาง ครั้งที่ 2 เพื่อร่วมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา

คดีนี้มี ร.ต.อ.ทองทิพย์ พรมเดช เป็นผู้กล่าวหา โดยมีคณะทำงานของพนักงานสอบสวนสภ.เมืองลำปาง นำโดย พ.ต.ท.วิเชียร ใจสันกลาง พร้อมพนักงานสอบสวนอีก 6 นาย ได้เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาในคดีนี้  พฤติการณ์ข้อกล่าวหาระบุว่าผู้ต้องหากับพวก รวม 9 คน ได้ร่วมกิจกรรมชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรค โดยเฟซบุ๊คเพจ “พิราบขาวเพื่อมวลชน” ได้โพสต์เชิญชวนให้ร่วมกิจกรรม “Carsmobลำปาง ครั้งที่ 2” ในวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2564 บริเวณสวนสาธารณะเขลางค์นครฯ เริ่มเคลื่อนขบวนเวลา 16.00 น. 

ต่อมาตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ มีรถยนต์และรถจักรยานรวมตัวกันบริเวณหน้าสวนสาธารณะเขลางค์นครฯ ที่เกิดเหตุ มีการปราศรัยบนรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียง โดยมีการชักชวนประชาชนให้เข้าร่วมกิจกรรม มีนายพินิจ ทองคำแจ้งกำหนดการ เส้นทาง และรูปแบบการจัดรูปแบบจัดรูปขบวน จะมีรถแห่คันที่ 1 ใช้รถยนต์กระบะติดตั้งเครื่องขยายเสียงเป็นรถนำขบวน และปิดท้ายด้วยรถยนต์ของกลุ่มแกนนำพิราบขาวเพื่อมวลชน 

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีประมาณ 60 คน รถยนต์และจักรยานยนต์ มีการติดป้ายกระดาษ มีข้อความไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาล การจัดหาวัคซีนโควิด-19 พบว่าระหว่างทางมีรถจักรยานยนต์มาร่วมกิจกรรมเพิ่มประมาณ 20 คัน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 80 คน โดยขับรวมกลุ่มกันไป ก่อนเลิกกิจกรรมที่สวนสาธารณะเขลางค์นครฯ 

ข้อกล่าวหาได้ระบุถึงบทบาทของผู้ต้องหาแต่ละคนที่มีในระหว่างกิจกรรมคาร์ม็อบ พร้อมระบุว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าว ผู้เข้าร่วมมีการสวมใส่หน้ากากอนามัย แต่ไม่พบว่ามีการตั้งจุดวัดอุณหภูมิ จุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และไม่มีการเว้นระยะห่าง ไม่เป็นไปตามมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำปางในการป้องกันโควิด-19 และมีการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต 

พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดซึ่งออกตามมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต่อทั้ง 7 คน และได้แจ้งข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อพินิจ และนักกิจกรรมอีก 2 ราย ที่ระบุว่าได้ร่วมปราศรัยบนรถเครื่องขยายเสียง

ทั้ง 7 คน ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะให้การเป็นหนังสือต่อไป ก่อนพนักงานสอบสวนจะแจ้งวันนัดรายงานตัวเพื่อส่งสำนวนต่ออัยการในวันที่ 27 กันยายน 2564 เวลา 9.00 น. 

หลังเสร็จสิ้นกระบวนการ นักกิจกรรมได้ร่วมกันถ่ายรูปหน้าสถานีตำรวจ บางส่วนได้แสดงออก โดยสวมถุงดำคลุมหัว พร้อมชูสามนิ้ว เพื่อสื่อสารถึงประเด็นต่อต้านการซ้อมทรมานผู้ต้องหาจนเสียชีวิตโดยชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองนครสวรรค์

นักกิจกรรมพิราบขาวเพื่อมวลชนแสดงออกถึงประเด็นการซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
(ภาพจากเพจพิราบขาวเพื่อมวลชน)

นอกจากนั้น ยังมีผู้ถูกออกหมายเรียกอีก 2 คน ที่นัดหมายจะเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 7 กันยายน 2564 ต่อไป

ทั้งนี้ น่าสังเกตว่าในการจัดกิจกรรมคาร์ม็อบครั้งที่ 1 ของกลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน ในวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ซึ่งมีลักษณะกิจกรรมคล้ายคลึงกันกับครั้งที่ 2 อาทิ การรวมขบวนรถที่สวนสาธารณะเขลางค์นครเช่นเดียวกัน มีการขับรถไปรอบเมืองเช่นเดียวกัน หรือมีการใช้รถเครื่องขยายเสียงนำขบวนเช่นเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง มีการดำเนินคดีในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงและขับรถกีดขวางการจราจร โดยเปรียบเทียบปรับรวม 600 บาท ทำให้คดีสิ้นสุดลง ไม่ได้มีการกล่าวหาเรื่องการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่อย่างใด

More from my site

X