ปรับสมาชิก “พิราบขาวเพื่อมวลชน” จากกิจกรรมคาร์ม็อบลำปาง 600 บาท ฐานใช้เครื่องเสียงและขับรถกีดขวางจราจร

หลังจากวานนี้ (1 ส.ค. 64) ที่จังหวัดลำปาง กลุ่ม “พิราบขาวเพื่อมวลชน” ได้จัดกิจกรรมคาร์ม็อบ พร้อมกับจังหวัดอื่นๆ เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีการนัดหมายรวมตัวที่บริเวณสวนสาธารณะเขลางค์นคร และนำตัวขบวนรถขับวนไปในตัวเมืองลำปาง ก่อนสิ้นสุดลงที่บริเวณห้าแยกหอนาฬิกา โดยประมาณการว่ามีรถจักรยานยนต์เข้าร่วมมากกว่า 300 คัน และรถยนต์อีกประมาณ 200 คัน

ต่อมาวันนี้ (2 ส.ค. 64) นายพินิจ ทองคำ หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม “พิราบขาวเพื่อมวลชน” และนักศึกษาวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง แจ้งว่าขอให้เดินทางมาพบกับตำรวจ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาจากกิจกรรมคาร์ม็อบ

พินิจ และสมาชิกกลุ่ม “พิราบขาวเพื่อมวลชน” จึงได้เดินทางเข้าไปสอบถามรายละเอียด ด้านพนักงานสอบสวนระบุว่าการจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ เป็นความผิดฐานโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท และความผิดฐานขับขี่ในลักษณะกีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มีโทษปรับตั้งแต่ 400 – 1,000 บาท เพียง 2 ข้อกล่าวหาเท่านั้น

คดีนี้มี ร.ต.อ.ทองทิพย์ พรมเดช รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลําปาง เป็นผู้กล่าวหา จากพฤติการณ์ที่ระบุว่า จากข้อมูลด้านความมั่นคงในพื้นที่พบว่ามีความเคลื่อนไหว โดยผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กเพจ “กลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน” ได้โพสต์เชิญชวนให้ร่วมกิจกรรม “คาร์ม็อบ” ในวันที่ 1 ส.ค. 2564 เวลา 16.00 น. ต่อมาตามวันเวลาที่ได้นัดหมาย เจ้าหน้าที่ตํารวจได้ไปตรวจสอบบริเวณสวนสาธารณะเขลางค์นคร พบว่ามีรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมตัวกันบริเวณดังกล่าว และมีการปราศรัยบนรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟ โดยมีนายพินิจ ทองคํา เป็นผู้ปราศรัยอยู่บนรถดังกล่าว โดยที่ไม่ได้แจ้งขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่ก่อนแต่อย่างใด

ต่อมาเวลา 17.30 น. ได้มีรถยนต์ขับขี่มาจอดกีดขวางการจราจร บริเวณถนนข้างสวนสาธารณะห้าแยกหอนาฬิกา โดยมี นายพินิจ ทองคํา เป็นผู้ปราศรัยอยู่บนรถดังกล่าว

ร.ต.ท.หญิง นันทวัน ไพทูรย์ พนักงานสอบสวน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ทําการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาต และขับขี่ในลักษณะกีดขวางการจราจร” กับพินิจ

พินิจได้ให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา และได้ยินยอมให้เปรียบเทียบปรับในชั้นตำรวจ พนักงานสอบสวนจึงทําการเปรียบเทียบปรับตามคดีเปรียบเทียบปรับ ทั้งสองข้อกล่าวหาจำนวน 200 บาท และ 400 บาท ตามลำดับ รวมเป็นเงิน 600 บาท ผลจากการจ่ายค่าปรับ ทำให้คดีจากกิจกรรมคาร์ม็อบจังหวัดลำปาง ถือว่าเป็นอันสิ้นสุดลง 

ภาพกิจกรรมคาร์ม็อบ จ.ลำปาง จากเพจ “พิราบขาวเพื่อมวลชน”

More from my site

X