พิพากษาจำคุกช่างซ่อมคอม 1 ปี 6 เดือน ข้อหา พ.ร.บ.คอมฯ 14 (3) เหตุเป็นแอดมินเพจ “รับสมัครนักรบล้มล้างสถาบันกษัตริย์ฯ” ก่อนศาลให้ประกันตัว เตรียมยื่นอุทธรณ์

21 กรกฎาคม 2564 – ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาในคดีความของ บุญมา (นามแฝง) ช่างคอมพิวเตอร์วัย 51 ปี ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา เหตุจากการเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊ก “รับสมัคร นักรบ กองทัพประชาชน ล้มล้างสถาบันกษัตริย์ไทยและสมุนเผด็จการ” 

ในคดีนี้ บุญมาถูกจับกุมเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 โดยเขาเป็นหนึ่งใน 9 รายที่ถูกจับในปฏิบัติการ “ทลายล้างข่าวปลอม 09.09.2019” นำโดย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในขณะนั้น ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก บก.ปอท. 

บุญมาเล่าว่า เขาได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์ในวันดังกล่าวให้เดินทางไปซ่อมคอมพิวเตอร์ที่ย่านเมืองทองธานี ก่อนได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 10 นาย เข้าล้อมจับกุม ตรวจค้นรถ และให้นำไปตรวจค้นยังห้องพัก โดยที่ไม่ได้แสดงหมายค้นและหมายจับแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง และเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 3 เครื่อง รวมไปถึงอุปกรณ์อื่นๆ 

ต่อมา เขาถูกนำตัวต่อไปยัง บก.ปอท. และมีการแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) โดยเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าเขาดำเนินการเป็นแอดมินเพจ “รับสมัครนักรบล้มล้างสถาบันกษัตริย์ไทยฯ” แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา จากนั้นเขาได้รับการประกันตัวออกมาโดยวางหลักทรัพย์จำนวน 1 แสนบาท

คดีนี้อัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 โดยท่อนหนึ่งในคำฟ้องระบุว่า การกระทำของจำเลยถือเป็นการดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ แต่อัยการไม่ได้ระบุในสำนวนว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ยื่นฟ้องแต่เพียงข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เท่านั้น และศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวจำเลยโดยใช้ตำแหน่งของญาติ

อย่างไรก็ตาม ในวันนัดสืบพยานในคดีวันที่ 10 มิถุนายน 2564 บุญมาเลือกที่จะกลับคำให้การเป็นรับสารภาพในข้อเท็จจริง พร้อมทำหนังสือคำให้การยื่นต่อศาล ชี้แจงว่าตนเพียงรับหน้าที่ในการดูแลเพจเฟซบุ๊คของคนรู้จักที่อยู่ต่างประเทศเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระผิดกฎหมาย อีกทั้งยังขอให้ศาลลงโทษสถานเบา เนื่องจากจำเลยมีพ่อแม่สูงอายุที่ต้องดูแล 

นอกจากนั้น จำเลยยังได้ยื่นคำร้องขอศาลให้วินิจฉัยข้อกฎหมาย เกี่ยวกับถ้อยคำใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา โดยเห็นว่าถ้อยคำที่ว่า “อันมีความผิด” แสดงว่ากฎหมายประสงค์จะลงโทษผู้นำข้อมูลซึ่งได้มี “การวินิจฉัยชี้ขาดแล้วว่าเป็นความผิด” เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้เจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อมิให้ความผิดตามมาตรา 14 (3) นั้นซ้ำซ้อนกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาอื่น 

ดังนั้น เมื่อไม่มีการยื่นฟ้องเกี่ยวกับข้อมูลคอมพิวเตอร์นี้ว่า เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จึงไม่มีกรณีต้องวินิจฉัยว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) หรือไม่ ตามที่ศาลอาญาได้เคยมีคำวินิจฉัยไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 76/2564 คดีระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 

ศาลขึ้นอ่านคำพิพากษาในเวลา 10.40 น. โดยบรรยากาศในห้อง มีเจ้าพนักงานจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมารอควบคุมตัวจำเลย หากศาลตัดสินว่าจำเลยกระทำผิดจริง 

ศาลเริ่มกระบวนการด้วยการอ่านฟ้องโดยย่อ ระบุว่า คดีนี้ จำเลยถูกกล่าวหาว่าเป็นแอดมินเพจ “รับสมัครนักรบล้มล้างการปกครองฯ” เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) และจำเลยเลือกที่จะรับสารภาพ โดยที่จำเลยยังได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาในเรื่องข้อกฎหมาย เนื่องจากอัยการไม่ได้ระบุว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จึงไม่อาจลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตราดังกล่าวได้

ต่อมา ศาลกล่าวอย่างรวบรัดว่า จำเลยพอที่จะมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์บ้าง เชื่อจำเลยมีความผิดจริง ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน ในส่วนของคำร้องที่ให้วินิจฉัยในเรื่องข้อกฎหมาย ศาลระบุว่าคดีนี้ โจทก์บรรยายฟ้องมาครบถ้วนแล้ว จึงไม่ต้องวินิจฉัย ให้ยกคำร้อง 

ทั้งนี้ ศาลยังให้ทนายความดูบันทึกการสืบเสาะ ซึ่งพนักงานคุมประพฤติคือ นายชัยจรูญ เหมือนถนอม มีความเห็นหลังการสืบเสาะข้อมูลประกอบคดี เสนอศาลมาด้วย ว่าการกระทำของจำเลยถือเป็นความผิดร้ายแรง จำต้องลงโทษให้หลาบจำ 

ระหว่างที่จำเลยถูกควบคุมตัวไปรอที่ห้องขังใต้ถุนศาล ทางทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวเพื่ออุทธรณ์ต่อไป โดยในชั้นนี้ วางหลักทรัพย์เป็นเงินจำนวน 100,000 บาท โดยเป็นหลักทรัพย์จาก “กองทุนราษฎรประสงค์” 

จนเวลา 15.30 น. ศาลอาญาได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย และกำหนดวันยื่นอุทธรณ์คดีต่อไปภายในวันที่ 21 สิงหาคม 2564 แต่ยังสามารถขอขยายเวลาอุทธรณ์ออกไปได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สั่งฟ้องคดีพ.ร.บ.คอมฯ ผู้ถูกกล่าวหาเป็นแอดมินเพจล้มล้างการปกครอง ก่อนศาลให้ประกันตัว 

ช่างซ่อมคอมฯ กลับคำให้การเป็นรับสารภาพ คดี พ.ร.บ.คอมฯ ‘เพจล้มล้างการปกครองฯ’ แต่ขอศาลวินิจฉัยข้อกฎหมาย

จับตา! ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาพรุ่งนี้ คดี พ.ร.บ.คอมฯ ของ “บุญมา” ช่างซ่อมคอมวัย 50 เศษ ถูกกล่าวหาจากการเป็นแอดมินเพจ “รับสมัครนักรบล้มล้างการปกครอง” 

More from my site

X