“เบนจา” รับทราบข้อหาอีกรอบ กรณีปราศรัยกระชากหน้ากากไบโอไซน์ เหตุ ตร.แจ้งวันที่ม็อบผิด ทั้งแจ้งฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ผิดฉบับ

วานนี้ (13 ก.ค. 64) เวลา 11.30 น. ที่สถานีตำรวจปทุมวัน เบนจา อะปัญ หนึ่งในสมาชิกของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในข้อหาฝ่าฝืน “พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” จากกรณีเข้าร่วมชุมนุมและปราศรัยในกิจกรรม กระชากหน้ากากไบโอไซน์ ที่บริเวณหน้าอาคารศรีจุลทรัพย์ เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 64 

ก่อนหน้านี้ วันที่ 11 มี.ค. 64 เบนจาได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีเดียวกันนี้ กับ พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ รองผู้กำกับ (สอบสวน) สน.ปทุมวัน โดยถูกแจ้ง 4 ข้อหา ได้แก่ หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ 

ที่มาของคดี เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 64 พริษฐ์และเบนจาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “กระชากหน้ากากไบโอไซน์” ที่บริเวณหน้าอาคารศรีจุลทรัพย์ ซึ่งเป็นที่ทำการของบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ (Siam Bioscience)  เพื่อทวงถามรัฐบาลถึงความชัดเจนของวัคซีน ทั้งสองกล่าวปราศรัยในหลายประเด็น ตั้งแต่การตั้งคำถามเรื่องความล่าช้าของวัคซีน ไปจนถึงเรื่องการผูกขาดวัคซีน หลังรัฐบาลสั่งวัคซีนจาก 2 บริษัท ได้แก่ ซิโนแวค (Sinovac) และแอสตราเซนเนก้า (AstraZeneca) โดยรัฐบาลได้ให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์  เป็นผู้ผลิตวัคซีนแอสตราเซเนกาเท่านั้น ต่อมามีนายระพีพงษ์ ชัยยารัตน์ ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษทั้งสองคน

>> แจ้ง 4 ข้อหา ‘เบนจา’ รวม ‘ม.112-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ เหตุปราศรัยกระชากหน้ากากไบโอไซน์

ตร.แจ้งเพิ่มฝ่าฝืนข้อกำหนด “พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” ใหม่อีกฉบับ และแก้วันที่ชุมนุม

สำหรับการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในครั้งนี้ ร.ต.อ.พงศกร ข้องสาย รองสารวัตร (สอบสวน) ได้แจ้งพฤติการณ์และข้อกล่าวหาเพิ่มกับเบนจา โดยได้บรรยายพฤติการณ์คดีเช่นเดิมว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 64 ที่บริเวณหน้าอาคารศรีจุลทรัพย์ นายพริษฐ์และเบนจา มาร่วมชุมนุมและกล่าวปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศให้ยุติการชุมนุมเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 นอกจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ได้จัดมาตรการในการป้องกันโรคติดต่อ พร้อมกับมีการกล่าวปราศรัยที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายกษัตริย์

จากพฤติการณ์และการกระทําดังกล่าว พนักงานสืบสวนสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบเพิ่มเติมว่ากล่าวหาเบนจาในฐาน ร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในฉบับที่ 15 ข้อ 3 ลงวันที่ 25 ธ.ค. 63 โดยร่วมกันชุมนุม การทํากิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทําการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจํานวนมาก และมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้โดยง่าย ในพื้นที่มีประกาศหรือคําสั่งกําหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด และร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 16 ในกรณีการห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร์โรค

ทั้งนี้ ในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาเบนจา เรื่องฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในฉบับที่ 18 ลงวันที่ 29 ม.ค. 64 ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ออกภายหลังกิจกรรมการชุมนุมดังกล่าว ทำให้ต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาใหม่

นอกจากการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมดังกล่าวนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้แก้ไขวันที่เกิดเหตุในคำบรรยายพฤติการณ์จากวันที่ 20 ม.ค. 64 เป็นวันที่ 25 ม.ค. 64 ให้ถูกต้องอีกด้วย ทำให้ต้องเรียกให้ผู้ต้องหาในคดีนี้มารับทราบข้อกล่าวหาใหม่อีกครั้ง

หลังรับทราบพฤติการณ์และข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแล้ว เบนจาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาเช่นเดิม และจะขอยื่นคำให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมภายใน 31 ก.ค. 64

More from my site

X