ศาลให้ประกัน! “ณัฐวุฒิ” ชายราดน้ำมันเตรียมเผาทำเนียบ ประท้วงนายกฯ เหตุพ่อติดโควิดแต่หาเตียงไม่ได้

วันนี้ (12 ก.ค. 64) ที่ศาลอาญา รัชดาฯ ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ณัฐวุฒิ (สงวนนามสกุล) อดีตทหารเกณฑ์ วัย 28 ปี ในวงเงิน 37,000 บาท จากกรณีเทน้ำมันราดประตูทำเนียบรัฐบาล ประท้วงนายกรัฐมนตรี เหตุพ่อติดโควิดหาเตียงไม่ได้ หลังจากถูกจับกุมตามหมายจับของศาลอาญา รัชดาฯ ลงวันที่ 10 ก.ค. 64 และแจ้งข้อหา “เทหรือทิ้งสิ่งปฏิกูล มูลฝอย น้ำโสโครกหรือสิ่งอื่นใดลงบนถนน และตระเตรียมเพื่อกระทำความผิดวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น” ตามมาตรา 33 พ.ร.บ.ความสะอาดฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 219 ตามลำดับ

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 64 เวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต ได้รับรายงานเหตุ มีบุคคลต้องสงสัยมาจอดรถจักรยานยนต์บริเวณประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล และเมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ ได้พบบุคคลขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบถังสแตนเลสขนาดเล็กวางอยู่ ซึ่งผู้ต้องสงสัยได้เทราดของเหลวหรือน้ำมันไว้บริเวณพื้นหน้าประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งน่าเชื่อได้ว่ามีการตระเตรียมเพื่อกระทำความผิดกฎหมาย พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำความผิด และขออนุมัติศาลอาญารัชดาเพื่อออกหมายจับ (อ้างอิง: สำนักข่าวเดอะสแตนดาร์ด – The Standard) 

สำหรับบันทึกการจับกุมระบุพฤติการณ์ในการจับกุมว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 64 เวลา 20.25 น. เจ้าพนักงานตํารวจประจํา สน.ดุสิต ภายใต้การอํานวยการของ ว่าที่ พ.ต.อ.จตุพร พลภักดี ผู้กำกับ สน.ดุสิต โดยมีชุดจับกุมนำโดย ร.ต.อ.พนม ศรีสุวรรณ และ ร.ต.ท.ชนะ แม้นเจริญ รองสารวัตรสืบสวน สน. ดุสิต นำกำลังตำรวจ รวม 7 นาย ร่วมกันจับกุมตัว ณัฐวุฒิ ที่บ้านพัก หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่า พบชายมีลักษณะคล้ายกับบุคคลในภาพตามหมายจับ 

เมื่อพนักงานสืบสวนไปถึงสถานที่ดังกล่าว พบชายลักษณะคล้ายกับบุคคลในภาพตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตํารวจ หลังสอบถามณัฐวุฒิ พบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลาญา รัขดาฯ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวณัฐวุฒิมาที่สน.ดุสิตในคืนเดียวกันเพื่อส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน 

ในชั้นจับกุม ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับดังกล่าว ได้กระทําความผิดตามข้อกล่าวหาในหมายจับ และไม่เคยถูกจับกุมในคดีเดียวกันมาก่อน ทั้งนี้ ขณะถูกจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา ไม่มีทนายความเข้าร่วมการสอบสวนกับณัฐวุฒิแต่อย่างใด

ต่อมา พนักงานสอบสวนจึงควบคุมตัวณัฐวุฒิไว้ที่ สน.ดุสิต ตั้งแต่คืนวันที่ 10 ก.ค. 64 โดยระบุว่าจะนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังในวันจันทร์ที่ 12 ก.ค. 64 ทำให้ณัฐวุฒิถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน.ดุสิต เป็นเวลา 2 คืน

สำหรับข้อหาที่พนักงานสอบสวนแจ้งแก่ณัฐวุฒินั้น ได้แก่ ข้อหาตามมาตรา 33 พ.ร.บ.ความสะอาดฯ “เทหรือทิ้งสิ่งปฏิกูล มูลฝอย น้ำโสโครกหรือสิ่งอื่นใดลงบนถนน” มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 219 “ตระเตรียมวางเพลิงเผาทรัพย์” โดยต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาทถึง 140,000 บาท

.

ศาลอาญาให้ประกันตัวในวงเงิน 37,000 บาท

หลังศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหา ทนายความได้ยื่นคําร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยวางเงินสดเป็นหลักประกันจํานวน 37,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ พร้อมกับเหตุผลประกอบการขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยสรุปดังนี้

  1. ผู้ต้องหาประสงค์จะนําพยานหลักฐาน เพื่อนําเสนอต่อศาลประกอบการต่อสู้คดีของผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาประสงค์จะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด และเชื่อว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหา 
  2. ผู้ต้องหาเป็นผู้มีภูมิลําเนาถิ่นฐานที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ไม่ได้ต่อสู้ขัดขืน 
  3. ผู้ต้องหาเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ก่อนถูกดําเนินคดีนี้ผู้ต้องหา ประกอบสัมมาอาชีพรับจ้าง ไม่ได้มีอิทธิพลหรือความสามารถที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานได้ และพยานหลักฐานในคดีนี้พนักงานสอบสวนก็ได้รวบรวม และอยู่ในความครอบครองของพนักงานสอบสวนแล้วทั้งสิ้น หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวย่อมไม่อาจก่ออุปสรรคหรือความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาลได้อย่างแน่นอน อีกทั้ง ผู้ต้องหาไม่เคยมีประวัติ และไมเคยต้องโทษในคดีอาญาใด ๆ 
  4. โดยการขอปล่อยตัวชั่วคราวนี้ ได้วางเงินสดเป็นหลักประกันจํานวน 37,000 บาท ซึ่งถือได้ว่าเป็นหลักประกันที่มีความน่าเชื่อถือว่าผู้ต้องหาจะไม่หลบหนีอย่างแน่นอนหากได้รับการพิจารณาปล่อยชั่วคราว 
  5. หากผู้ต้องหาไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวจะทําให้ผู้ต้องหาได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ต้องหายังต้องประกอบอาชีพ หาเงินเพื่อเลี้ยงดูตนเอง และครอบครัว 

ท้ายคำร้องยังได้หยิบยกกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights – ICCPR) และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ที่ว่า “บุคคลทุกคนซึ่งต้องหาว่ากระทําผิดอาญาต้องมีสิทธิได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ตามกฎหมายได้ว่ามีความผิด” เพื่อให้ศาลใช้ประกอบการพิจารณาให้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว

ต่อมาเวลา 15.00 น. ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ในวงเงินประกัน 37,000 บาท โดยศาลกำหนดนัดรายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 30 ส.ค. 64 เวลา 08.30 น.

อนึ่ง สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ยังมีท่าว่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน (12 ก.ค. 64) มีผู้ติดเชื้อสะสมอย่างน้อยถึง 345,027 ราย เสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 2,697  ราย ทั้งยังมีรายงานว่า เตียงผู้ป่วยนั้นไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมกับข่าวพบผู้เสียชีวิตที่บ้านระหว่างรอเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเกือบทุกวัน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น นายกรัฐมนตรีได้ออกประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 27 ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ. 2548 โดยข้อ 11 ได้ระบุถึง  ข้อห้ามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่สร้างความหวาดกลัว ไว้ว่า ห้ามมิให้ “มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน การเสนอข่าวหรือการทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด ที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนทั่วราชอาณาจักร” มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท

.

More from my site

X