หมายเรียกจากสุไหงโกลก! สาวนนทบุรีถูกแจ้ง ม.112 เหตุโพสต์-แชร์ 4 ข้อความ พาดพิงสถาบันกษัตริย์ หมดค่าเดินทาง-ที่พักนับหมื่น

วันนี้ (22 มิถุนายน 2564) เวลา 08.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นางสาวกัลยา (นามสมมติ) อายุ 27 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ในฐานความผิด “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) สืบเนื่องมาจากนายพสิษฐ์ จันทร์หัวโทน ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดําเนินคดีต่อกัลยา เหตุจากการโพสต์ แชร์ และคอมเมนต์ในเฟซบุ๊ก 4 ข้อความ พาดพิงถึงสถาบันกษัตริย์

ก่อนหน้านี้กัลยา ได้รับหมายเรียกออกโดย ว่าที่พ.ต.ต.นที จันทร์แสงศรี พนักงานสอบสวน สภ.สุไหงโก-ลก ลงวันที่ 17 พ.ค. 64 ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 7 มิ.ย. 64 แต่เนื่องจากหมายเรียกเพิ่งถูกส่งมาถึงบ้านตามภูมิลำเนาของกัลยาที่จังหวัดพะเยาเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 64 อีกทั้ง ปัจจุบันกัลยาทำงานประจำอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี จึงไม่สะดวกเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ตามกำหนดในหมายเรียก จึงขอเลื่อนนัดหมายมาเป็นวันนี้

เวลา 08.00 น. กัลยา พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้าพบ ว่าที่พ.ต.ต.นที จันทร์แสงศรี สารวัตร (สอบสวน) สภ.สุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนผู้แจ้งข้อกล่าวหาและพฤติการณ์แก่กัลยา

พนักงานสอบสวนบรรยายพฤติการณ์คดีโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 64 นายพสิษฐ์ จันทร์หัวโทน ผู้กล่าวหา ได้เปิดเฟซบุ๊กพบบัญชีเฟซบุ๊กหนึ่งโพสต์รูปภาพและข้อความพาดพิงถึงสถาบันกษัตริย์จำนวน 4 ข้อความ โดยมีข้อความวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของกษัตริย์ต่อการชุมนุมทางการเมือง รวมทั้งข้อความที่โพสต์ใต้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “ธนวัฒน์ วงค์ไชย – Tanawat Wongchai” ว่า “แน่จริงยกเลิกม.112#แล้วจะเล่าให้ฟัง!!!” 

ผู้กล่าวหาเห็นว่าข้อความเป็นการกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ของไทย และเป็นการกล่าวร้ายต่อพระองค์ จึงมาแจ้งความร้องทุกข์

พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา และแจ้ง 2 ข้อกล่าวหาต่อกัลยา ได้แก่ ข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์”ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) 

หลังรับทราบพฤติการณ์กัลยาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา  โดยจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อไป 

จากนั้นเวลา 14.00 น. ทางตำรวจแจ้งว่าจะนำตัวกัลยาไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลจังหวัดนราธิวาส ทั้งที่เธอเดินทางมาตามหมายเรียก

พนักงานสอบสวนอ้างในคำร้องขอฝากขังว่ายังต้องทำการสอบสวนปากคำพยานอีก 4 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมผู้ต้องหา จึงขอฝากขังผู้ต้องหาเป็นระยะเวลา 12 วัน แต่ไม่คัดค้านหากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว  โดยพนักงานสอบสวนทำเรื่องขอฝากขังต่อศาลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด 2019  

ต่อมาศาลจังหวัดนราธิวาสอนุญาตให้ฝากขัง และทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาล ก่อนศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว โดยให้วางหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 150,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ โดยไม่มีเงื่อนไขในการให้ประกันตัว และให้มารายงานตัวต่อศาลอีกครั้ง ในวันที่ 9 สิงหาคม 2564 

หลังได้รับการประกันตัว กัลยา เปิดเผยว่ารู้สึกกังวลและลำบากใจเป็นอย่างมากที่จะต้องเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาไกลถึง จ.นราธิวาส เพราะปัจจุบันกัลยาอาศัยอยู่ที่ จ.นนทบุรี โดยได้กล่าวอีกว่าตนได้โดยสารเครื่องบินมาถึง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในช่วงเย็นของเมื่อวาน และได้ขับรถเพื่อเดินทางไป สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ตั้งแต่เช้ามืด เวลาประมาณ 04.00 น. ของวันนี้ ก่อนจะถึงที่หมายในเวลา 08.00 น. 

การเดินทางมารับทราบข้อกล่าวในครั้งนี้ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากถึง 15,000 บาท อีกทั้งยังรู้สึกกลัวว่าการเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้จะกระทบต่อการทำงานในปัจจุบันที่ จ.นนทบุรีอีกด้วย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังระบุว่านายพสิษฐ์ จันทร์หัวโทน ได้เป็นผู้กล่าวหาในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกอย่างน้อย 5 ราย ไว้ที่สถานีตำรวจนี้ ซึ่งขณะนี้ได้มีการทยอยออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หลังการกลับมาบังคับใช้มาตรา 112 อีกครั้งในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 จนถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2564 พบว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในข้อหาตามมาตรา 112 แล้วทั้งสิ้นอย่างน้อย 101 ราย ใน 98 คดี โดยมีจำนวน 45 คดีแล้วที่มี “ประชาชน” เป็นผู้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษในข้อหานี้ 

>> สถิติผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ปี 2563-64

More from my site

X