3 น.ศ.-นักกิจกรรมถูกกล่าวหาฝ่าฝืน “พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” เหตุร่วม #ม็อบตำรวจล้มช้าง ที่แยกราชประสงค์

วันนี้ (14 มิ.ย. 64) ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน เวลา 11.00 น. นักกิจกรรม 3 ราย ได้แก่ ชาติชาย แกดํา กลุ่มภาคีนิรนาม, ปาริชาต เลิศอัคระรัตน์ ภาคีเซฟบางกลอย และนันทพงศ์ ปานมาศ นักศึกษาปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน หลังได้รับหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหา ฐานร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง และ พ.ร.บ.จราจรฯ โดยมี ...นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน เป็นผู้กล่าวหา

คดีนี้สืบเนื่องมาจากการชุมนุม #ม็อบ23กุมภา หรือ #ม็อบตำรวจล้มช้าง  เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 64 ซึ่งมีการเดินขบวนจากแยกราชประสงค์ไปยังหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังจากที่ รังสิมันต์ โรม สมาชิกผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา กล่าวถึงการเลื่อนขั้นภายในองค์กรตำรวจอย่างก้าวกระโดด ทำให้เกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เรียกว่า “ตั๋วช้าง”

>>>เผยมีผู้ต้องขังคดี ม.112 อีกหนึ่งราย ถูกจับกุมเหตุชูป้ายในชุมนุม “ม็อบตำรวจล้มช้าง”

 

ตร.แจ้งข้อหา “ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” เหตุชุมนุมปราศรัยโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน เป็นผู้แจ้งพฤติการณ์และข้อกล่าวหาแก่นักกิจกรรมทั้งสามดังต่อไปนี้

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 64 ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งว่า จะมีกลุ่มบุคคลมาจัดกิจกรรมที่บริเวณแยกราชประสงค์ จึงได้ตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์พบว่า เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 64 มีเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า ภาคีนิรนาม- Anonymous Party ได้โพสต์ข้อความเชิญชวนให้ประชาชนมามาร่วมชุมนุมกันที่ราชประสงค์ ในวันที่ 23 ก.พ. 64 เวลา 17.00 น. 

ต่อมา เวลา 16.20 น. ชาติชายได้ขึ้นปราศรัยบนรถยนต์ผ่านเครื่องขยายเสียง บริเวณแยกราชประสงค์ จนกระทั่งเวลา 17.23 น. ชาติชายประกาศว่าจะไปจัดกิจกรรมที่หน้าสํานักงานตํารวจแห่งชาติ 

ซึ่งเมื่อเวลา 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุม คือ ชาติชาย, ปาริชาต, นันทพงศ์ และวรรณวลี ธรรมสัตยา ซึ่งมาร่วมชุมนุมภายหลัง ได้นํารถกระบะติดตั้งเครื่องขยายเสียงมาจอดบริเวณกลางถนนพระราม 1 ซึ่งเป็นถนนที่ใช้เป็นทางสาธารณะ อันเป็นการก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้ผลัดกันขึ้นกล่าวปราศรัยโดยใช้ไมค์ลอยต่อผ่านเครื่องขยายเสียง ซึ่งมีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าร่วมชุมนุม ประมาณ 500 คน และได้ร่วมกันแสดงออกเชิญสัญลักษณ์ โดยมีวัตถุประสงค์โจมตีการทํางานของเจ้าหน้าที่ตํารวจ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตํารวจ จึงได้ประกาศให้ยุติการชุมนุมโดยให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงมีอยู่ เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ให้ขยายไปในวงกว้าง จึงห้ามไม่ให้มีการชุมนุม ทํากิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทําการอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข 

นอกจากนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ได้จัดให้มีมาตรการในการป้องกันโรคติดต่อ ไม่มีการเว้นระยะห่างให้เกิดความปลอดภัย ซึ่งเป็นการกระทําผิดกฎหมาย ผู้ต้องหาและพวกไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนด ผู้กล่าวหาจึงได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดําเนินคดีกับผู้ต้องหา เพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมาย

การกระทําของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, กีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร และโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต 

หลังรับทราบข้อกล่าวหา นักกิจกรรมทั้งสามคนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 20 วัน เมื่อเสร็จการสอบปากคํา พนักงานสอบสวนได้ปล่อยผู้ต้องหากลับไป โดยไม่ได้ควบคุมตัวไว้ เนื่องจากผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ไม่ได้เป็นผู้ถูกจับ 

นอกจากนักกิจกรรมทั้งสามคนนี้แล้ว คดีนี้พนักงานสอบสวนยังได้ออกหมายเรียก “ตี้” วรรณวลี ธรรมสัตยา เข้ารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมกันในวันนี้ด้วย แต่เนื่องจากวรรณวลีมีอาการเป็นไข้ในช่วงเช้าวันนี้ จึงไม่สามารถมาพบพนักงานสอบสวนได้ โดยได้ขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในภายหลัง

ทั้งนี้ ในการชุมนุม #ม็อบตำรวจล้มช้าง บริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันดังกล่าว ยังมี “อนุชา” (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีก 1 ราย โดยอนุชาถูกตำรวจเข้าจับกุมหลังเดินออกจากที่ชุมนุม และนำตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาที่ สน.ปทุมวัน อ้างเหตุที่เขาชูป้ายแผ่นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ในชุมนุม 

ในการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำอนุชาไม่ได้มีทนายและผู้ไว้ใจเข้าร่วมด้วย ก่อนอนุชาจะถูกนำไปฝากขังในวันรุ่งขึ้น และไม่ได้ยื่นประกันตัว เนื่องจากไม่มีญาติและทนายความทราบว่าเขาถูกจับ ทำให้ถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนที่ทนายความจะทราบถึงกรณีของเขา และได้มีการยื่นขอประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์จากกองทุนราษฎรประสงค์ หลังถูกคุมขังมาทั้งหมด 24 วัน

>>>อัยการสั่งฟ้อง “อนุชา” คดี ม.112 ชูป้ายใน #ม็อบตำรวจล้มช้าง ก่อนศาลให้ประกัน พร้อมเงื่อนไข ห้ามร่วมกิจกรรมที่เสื่อมเสียต่อสถาบันฯ

>>>สถิติผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ปี 2563-64

More from my site

X