อัยการสั่งฟ้อง “อนุชา” คดี ม.112 ชูป้ายใน #ม็อบตำรวจล้มช้าง ก่อนศาลให้ประกัน พร้อมเงื่อนไข ห้ามร่วมกิจกรรมที่เสื่อมเสียต่อสถาบันฯ

19 พ.ค. 64 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ “อนุชา” (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี เข้ารายงานตัวในการฝากขังผัดสุดท้าย ในคดี “หมิ่นประมาทกษัตริย์” จากกรณีชูป้ายแผ่นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ในชุมนุม #ม็อบตำรวจล้มช้าง บริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อมาทราบว่าอัยการได้ยื่นฟ้องคดีตั้งแต่วานนี้ (18 พ.ค.) ด้วย 4 ข้อหา ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ

หลังศาลรับฟ้อง ทนายจำเลยได้ยื่นประกันตัวระหว่างพิจารณา โดยใช้หลักทรัพย์และสัญญาประกันเดิม ต่อมา ศาลให้ประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์เดิม พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยกระทำหรือเข้าร่วมกิจกรรมอันอาจทำให้เสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือมีลักษณะเช่นเดียวกันกับที่ถูกฟ้องร้องคดีนี้ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาล และจะมาศาลตามกำหนดนัดโดยเคร่งครัด

ศาลอาญากรุงเทพใต้กำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 12 ก.ค. 64 เวลา 09.00 น.

 

เปิดคำฟ้องคดี 4 ข้อหา “ม.112-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน”

สำหรับการฟ้องคดีมีพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 เป็นผู้ฟ้องคดี ในฐานความผิด 4 ข้อกล่าวหา ได้แก่ มาตรา 112, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ

คำฟ้องโดยสรุประบุว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 64 เวลากลางคืนหลังเที่ยง ซึ่งเป็นวันและเวลาที่ประกาศ ข้อกําหนดและคําสั่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีผลใช้บังคับ ได้มีการชุมนุมสาธารณะทางการเมืองเกี่ยวกับการบริหารราชการของรัฐบาล และสถาบันพระมหากษัตริย์ ชื่อว่า “ม็อบตํารวจล้มช้าง” มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องหากรณีที่ศาลไม่ให้ประกันตัว โดยมีประชาชนทั่วไปประมาณ 500 คนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ที่บริเวณแยกราชประสงค์ ต่อเนื่องมาถึงบริเวณหน้าสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่เกิดเหตุ จําเลยกับพวกอีกหลายคนซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ในวันดังกล่าว จำเลยกับพวกอีกหลายคนซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้ร่วมกันกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน คือ

1. จําเลยกับพวกอีกหลายคนซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้เข้าร่วมกิจกรรมการรวมกลุ่มเพื่อชุมนุมทางการเมือง ชื่อว่า “ม็อบตํารวจล้มช้าง” ด้วยการร่วมกันเดินชบวนพร้อมประชาชนทั่วไปผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 500 คน ซึ่งเป็นการจัดให้มีกิจกรรมรวมกลุ่มหรือการใช้สิทธิของประชาชนเพื่อการชุมนุมใดๆ โดยมิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ

กล่าวคือ ขณะที่มีการจัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองดังกล่าวนั้น ผู้ชุมนุมมีหน้าที่ไม่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ อันเป็นที่ชุมนุมหรือทําให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร และไม่ปิดบังอําพรางตนโดยจงใจมิให้มีการระบุตัวบุคคลได้ถูกต้อง เว้นแต่เป็นการแต่งกายตามปกติประเพณี แต่จำเลยซึ่งเป็นผู้ชุมนุมได้ใช้ผ้าคลุมศีรษะและใบหน้า เว้นไว้เพียงดวงตา อันเป็นการปิดบังอำพรางตน โดยจงใจมิให้มีการระบุตัวตนได้ถูกต้อง อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 และฝ่าฝืนข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558

 

2. ตามวันเวลาดังกล่าว จําเลยได้เข้าร่วมกิจกรรมการรวมกลุ่มเพื่อชุมนุมทางการเมืองชื่อว่า “ม็อบตํารวจล้มช้าง” ด้วยการร่วมกันเดินขบวน พร้อมกับประชาชนทั่วไปผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 500 คน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมจํานวนมากในลักษณะมั่วสุมประชุมกัน และมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่าย โดยไม่ได้จัดให้มี บริการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย หรือการคัดกรองอาการป่วยในระบบทางเดินหายใจ ไม่จัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนสวม หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และไม่จัดให้มีการเว้นระยะนั่งหรือยืนห่างทางสังคมระหว่างกันอย่างน้อยหนึ่งเมตร

แม้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาความเรียบร้อย และควบคุมสถานการณ์การจัดการชุมนุมของจําเลยกับพวก ได้แจ้งให้จําเลยกับพวกอยู่ในกรอบของกฎหมาย กับให้รักษามาตรการป้องกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 และให้ยุติการชมนุม จําเลยกับพวกและกลุ่มผู้ชุมนุมรับทราบคําสั่งแล้ว แต่ไม่ยุติการชุมนุมและยังคงร่วมกันชุมนุมโดยมิได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนด อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558

 

3. ขณะที่จําเลยเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง จําเลยได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ด้วยการเดินชูแผ่นป้ายไวนิลในกรอบขนาดใหญ่บริเวณที่ชุมนุมสาธารณะซึ่งปรากฏพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 โดยบริเวณตรงกลางแผ่นป้าย มีตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ทับ พร้อมกับมีข้อความอื่นอีกหลายข้อความในแผ่นป้ายไวนิลดังกล่าว ซึ่งจําเลยใช้ปากกาและหมึกสีประเภทต่างๆ เขียน และพิมพ์ขึ้นมา ทั้งภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน

ทั้งหมดที่ปรากฏในแผ่นป้ายไวนิลดังกล่าว ทําให้พันตํารวจโท คชภพ คงสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ตํารวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยบริเวณที่เกิดเหตุ และผู้เข้าร่วมชุมนุมหรือประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นบุคคลที่สามผู้พบเห็นแผ่นป้ายดังกล่าวเข้าใจข้อความที่ปรากฏบนแผ่นป้ายไวนิลนั้น กล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นความเท็จ และเป็นการให้ร้ายจาบจ้วง ล่วงเกิน ดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อกษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยประการที่น่าจะทําให้สถาบันเสื่อมพระเกียรติ ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง

ทั้งนี้ โดยจําเลยมีเจตนาทําลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนชาวไทย ทําให้ประชาชนชาวไทยเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพต่อพระมหากษัตริย์ซึ่งอยู่ในฐานที่ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ 

 

นอกจากนี้ท้ายคำฟ้องอัยการยังได้ร้องขอให้ศาลริบของกลางของจำเลย ทั้งแผ่นป้ายไวนิล ท่อพีวีซี จำนวน  4 ท่อน,ไม้เซลฟี่ 1 อัน, กระเป๋าสะพาย 1 ใบ, ผ้าคลุมศีรษะ 1 ผืน รวมถึงปากกาไวท์บอร์ด 1 ด้าม และปากกาเคมี 1 ด้าม ไว้ด้วย

 

ให้ประกัน พร้อมเงื่อนไขห้ามเข้าร่วมกิจกรรมที่ทำให้สถาบันเสื่อมเสีย

ด้านศาลอาญากรุงเทพใต้ได้รับฟ้องคดีนี้ไว้ เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.936/2564 และกำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 12 ก.ค. 64 เวลา 09.00 น.

ต่อมา เวลา 15.10 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยระหว่างพิจารณา โดยใช้หลักทรัพย์และสัญญาประกันเดิม จำนวน 150,000 บาท 

ศาลกำหนดเงื่อนไข ห้ามจำเลยกระทำหรือเข้าร่วมกิจกรรมอันอาจทำให้เสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือมีลักษณะเช่นเดียวกันกับที่ถูกฟ้องร้องคดีนี้ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาล และให้มีหนังสือถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบ และให้ศาลตามกำหนดนัดโดยเคร่งครัด

ทั้งนี้อนุชาถูกควบคุมตัวภายหลังการชุมนุม #ม็อบ23กุมภา หรือ #ม็อบตำรวจล้มช้าง และนำตัวไปแจ้งข้อหาที่สน.ปทุมวัน โดยไม่มีทนายความอยู่ด้วย ก่อนในวันที่ 24 ก.พ. 64 เขาจะถูกนำตัวไปขอฝากขัง และไม่ได้ยื่นประกันตัว ทำให้ถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนที่ทนายความจะทราบถึงกรณีของเขา และได้มีการยื่นขอประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์จากกองทุนราษฎรประสงค์ หลังถูกคุมขังมาทั้งหมด 24 วัน

 

อ่านข่าวก่อนหน้านี้

ศาลอาญากรุงเทพใต้ให้ประกัน “อนุชา” ผู้ต้องหาคดี ม.112 หลังถูกคุมขังมา 24 วัน

เผยมีผู้ต้องขังคดี ม.112 อีกหนึ่งราย ถูกจับกุมเหตุชูป้ายในชุมนุม “ม็อบตำรวจล้มช้าง”

More from my site

X