ศาลให้รวมพิจารณา 4 จำเลย คดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ #คนพะเยาบ่าเอาแป้ง นัดสืบพยาน 2-5 พ.ย. เหลืออานนท์-เพนกวิน รอส่งฟ้อง

วันที่ 7 มิ.ย. 64 เวลา 9.00 น. ศาลจังหวัดพะเยานัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐานใน 3 คดี ของ 4 จำเลย ได้แก่ นายชินภัทร วงค์คม บัณฑิตจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา, นายธนวัฒน์ วงศ์ไชย นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รศ.ดร.มนตรา พงษ์นิล อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา และ นายศิริวัฒน์ จุปะมัดถา อดีตแกนนำคนเสื้อแดงในจังหวัดพะเยา ที่ถูกส่งฟ้องจากกรณีเดียวกัน แต่อัยการแยกฟ้องเป็นรายคดีในช่วงเวลาต่างกัน ทั้งหมดถูกกล่าวหาในข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากกิจกรรมการชุมนุม #คนพะเยาบ่าเอาแป้ง ที่หน้ามหาวิทยาลัยพะเยา เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 63

ในการนัดพร้อมสอบถามคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน ได้แบ่งการพิจารณาออกเป็น 3 คดี โดยจำนวน 2 คดี ในห้องพิจารณาที่ 3 และห้องพิจารณาที่ 4 ส่วนอีก 1 คดี ที่ถูกส่งฟ้องหลังสุดเป็นนัดหมายคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของจำเลย ในทั้งสามคดี ทางพนักงานอัยการและทนายความของจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้รวมการพิจารณาคดีทั้ง 3 เข้ามาเป็นคดีเดียวกันต่อศาล เนื่องจากเป็นคดีที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เดียวกัน และพยานหลักฐานต่างๆ ก็มีเนื้อหาสาระอย่างเดียวกัน เพียงแต่ถูกทยอยส่งฟ้องต่อศาลแยกจากกันเท่านั้น

>> คดี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน #คนพะเยาบ่าเอาแป้ง ตร.ส่งสำนวน“อดีตแกนนำเสื้อแดง” อัยการสั่งฟ้องทันที

>> แจ้งข้อหา-ส่งอัยการ-ส่งฟ้องต่อเนื่อง อาจารย์ม.พะเยา คดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ #คนพะเยาบ่าเอาแป้ง

>> ส่งฟ้องอีก 2 ราย คดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ #คนพะเยาบ่าเอาแป้ง

 

หลังจากแยกห้องพิจารณาและคู่ความได้ยื่นคำร้องขอรวมคดีแล้ว การพิจารณาคดีได้ถูกรวมมายังห้องพิจารณาที่ 4 ห้องเดียว ก่อนที่ศาลจังหวัดพะเยาจะมีคำสั่งอนุญาตให้รวมการพิจารณาคดีทั้ง 3 เข้าด้วยกัน โดยกำหนดให้คดีของ รศ.ดร.มนตรา พงษ์นิล และคดีของชินภัทร วงค์คมกับธนวัฒน์ วงศ์ไชย เข้ามารวมกับคดีของศิริวัฒน์ จุปะมัดถา ซึ่งได้ถูกฟ้องต่อศาลจังหวัดพะเยาเป็นคดีแรกสุด

กระบวนการรอคำสั่งนี้ กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาเป็นเวลา 12.30 น. แล้ว ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีของจำเลยทั้ง 4 ราย จึงได้สั่งให้เลื่อนการสอบถามคำให้การและตรวจพยานหลักฐานออกไปในช่วงบ่ายแทน

จากนั้นเวลา 13.30 น. ศาลจังหวัดพะเยาได้อ่านคำฟ้องของพนักงานอัยการจังหวัดพะเยาให้จำเลยทั้ง 4 ราย ฟังอีกครั้ง และได้สอบถามคำให้การจำเลยทั้ง 4 ราย ว่าจะให้การอย่างไร จำเลยทั้ง 4 ราย ยืนยันให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยทนายความจำเลยได้ยื่นคำให้การปฏิเสธ พร้อมประเด็นข้อต่อสู้คดีของจำเลยทั้ง 4 ต่อศาลด้วย

ต่อมา ศาลได้สอบถามอัยการว่าฝ่ายโจทก์มีพยานบุคคลและพยานเอกสารจำนวนเท่าใด อัยการระบุว่ามีพยานบุคคลจำนวน 10 ปาก ได้แก่ พยานผู้กล่าวหาในคดี, พยานผู้ถอดภาพและเสียงที่ใช้เป็นหลักฐานในคดี, ประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์, พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยพะเยา ที่ยืนยันตัวบุคคล รศ.ดร.มนตรา พร้อมกับพยานเอกสารจำนวน 28 รายการ และพยานวัตถุ 1 รายการ

ขณะที่ฝ่ายจำเลยแถลงว่าจะอ้างพยานบุคคล จำนวน 7 ปาก เข้าต่อสู้คดี ได้แก่ ตัวจำเลยทั้งสี่, พยานนักวิชาการสองคนที่จะให้การเกี่ยวกับข้อกฎหมาย และพยานเจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่จะให้การเกี่ยวกับคำสั่งไม่ฟ้องคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของพนักงานอัยการจังหวัดลำปาง ในคดีจากการชุมนุมทางการเมืองเช่นเดียวกัน

จากนั้นเมื่อคู่ความทั้งสองฝ่ายได้ตรวจพยานหลักฐานทางคดีเสร็จสิ้น ศาลได้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยฝ่ายละ 2 นัด รวมเป็น 4 นัด โดยอัยการและจำเลยตกลงวันนัดหมายสืบพยานทั้งหมดเป็นวันที่ 2-5 พ.ย. 64 เวลา 9.00 น. ของทุกวัน ต่อไป

 

ขณะเดียวกันในคดีนี้ยังมีผู้ต้องหาอีกสองราย ได้แก่ นายอานนท์ นำภา และ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ที่ทางอัยการยังไม่ได้สั่งฟ้องคดีต่อศาล เนื่องจากช่วงก่อนหน้านี้ทั้งสองคนถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ในส่วนของพริษฐ์ ก่อนหน้านี้อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาและส่งเรื่องให้ตำรวจ สภ.แม่กา ดำเนินการนำตัวมาฟ้องตามคำสั่งอัยการ และตำรวจได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ไปยังพริษฐ์ หลังจากเขาได้รับการประกันตัวในคดีที่กรุงเทพฯ ส่วนของอานนท์นั้น สำนวนคดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาของอัยการภาค 5 แต่หากมีความเห็นสั่งฟ้องคดี คาดว่าจะมีการดำเนินการเช่นเดียวกับพริษฐ์ต่อไป

 

ภาพการชุมนุม #คนพะเยาบ่าเอาแป้ง จากทวิตเตอร์ @tanawatofficial

 

สำหรับกิจกรรม #พะเยาบ่าเอาแป้ง เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 63 นั้น เดิมถูกประกาศจัดในชื่อกิจกรรม #พะเยาจะบ่าทน ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ กว๊านพะเยา แต่ในวันที่ 25 ก.ค. 63 ทางนายอำเภอเมืองพะเยาได้มีหนังสือประกาศให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันเวลาและสถานที่ใกล้เคียงกันกับกิจกรรมการชุมนุม ทำให้ต่อมาผู้จัดกิจกรรมต้องประกาศย้ายไปจัดหน้ามหาวิทยาลัยพะเยาแทน และมีการใช้ชื่อการชุมนุมใหม่ว่า #คนพะเยาบ่าเอาแป้ง

ขณะที่ในวันชุมนุมดังกล่าว ในส่วนของนายชินภัทร ซึ่งเป็นอดีตนิสิตของมหาวิทยาลัยพะเยาและเคยมีประวัติการทำกิจกรรมทางการเมืองในพื้นที่พะเยา เพียงแต่เดินทางไปร่วมเท่านั้น ไม่ได้ขึ้นปราศรัย เช่นเดียวกับนายธนวัฒน์และนายอานนท์ ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วยเท่านั้น ทั้งยังไม่ได้เป็นผู้จัดกิจกรรม และไม่ได้ขึ้นปราศรัย แต่กลับถูกดำเนินคดีไปด้วย

 

อ่านบทสัมภาษณ์ “มนตรา” หนึ่งในผู้ถูกดำเนินคดีนี้

18 วันสู่การฟ้อง กับ 6 ชั่วโมงในห้องขัง: คุยกับ “มนตรา” นักวิชาการผู้ถูกดำเนินคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

 

X