ยื่นประกันครั้งที่ 2! คดีสหพันธรัฐไท กรณีแจกใบปลิว-ขายเสื้อดำ ขอให้ศาลปล่อยเพื่อป้องกันจำเลยติดโควิด คาดรอคำสั่งศาลฎีกา 2-3 วัน

วันนี้ (12 พ.ค. 64) ทนายความยื่นประกันตัว 3 จำเลยระหว่างฎีกาเป็นครั้งที่ 2 ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ “สหพันธรัฐไท” จากการแจกใบปลิว ขายเสื้อดำ หลังทั้งสามถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และทัณฑสถานหญิงกลาง ตั้งแต่ 27 เม.ย. 64 หลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุก อีกทั้งเมื่อศาลชั้นต้นส่งคำร้องขอประกันให้ศาลฎีกาพิจารณา ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในวันที่ 29 เม.ย. 64 

สำหรับการยื่นประกันตัวครั้งนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้ศาลฎีกาพิจารณาเช่นเดียวกับครั้งแรก และคาดว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งต่อคำร้องภายใน 2-3 วันต่อไป

ในคดีนี้ มีจำเลยทั้งหมด 4 คน ได้แก่ กฤษณะ (จำเลยที่ 1), เทอดศักดิ์ (จำเลยที่ 2), ประพันธ์ (จำเลยที่ 3) และวรรณภา (จำเลยที่ 4) ทั้งหมดถูกกล่าวหาในข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” และ “เป็นอั้งยี่” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และ 209 จากการที่จำเลยแจกใบปลิวและจำหน่ายเสื้อดำซึ่งมีธงสัญลักษณ์สหพันธรัฐไท ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2561

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 64 ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยพิพากษาว่าจำเลยทั้ง 4 มีความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 จำคุกคนละ 3 ปี โดยจำเลยที่ 2 (เทอดศักดิ์) และที่ 3 (ประพันธ์) รับสารภาพในชั้นสอบสวน ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุกคนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้ยกฟ้องข้อหายุยงปลุกปั่น มาตรา 116

กฤษณะ, เทอดศักดิ์ และวรรณภา ยื่นประกันตัวระหว่างฎีกาคดี ต่อมา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาคำสั่งให้ประกันตัวของจำเลยทั้งสาม ทำให้ทั้งหมดถูกควบคุมตัวไปยังเรือนจำทันที ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. 64 ก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวระบุว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ยื่นฎีกาและไม่รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง หากปล่อยตัวไปอาจหลบหนี จึงยังไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยในระหว่างฎีกา ทำให้ทั้งสามถูกคุมขังมาเป็นเวลา 15 วันแล้ว

ส่วนประพันธ์ นั้น ถูกขังระหว่างพิจารณามาตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. 2562 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว คาดว่าครบกำหนดปล่อยตัวในวันที่ 23 พ.ค. 64 นี้

>> อุทธรณ์ยืน! ลงโทษ 4 ปชช. ข้อหา “อั้งยี่” ไม่รอลงอาญา คดีแจกใบปลิว-ขายเสื้อดำสหพันธรัฐไท แต่ยกฟ้องข้อหา “ยุยงปลุกปั่น”

>> บันทึกสังเกตการณ์ในวันที่ 4 จำเลย คดี “สหพันธรัฐไท” ต้องเข้าเรือนจำ ก่อนศาลฎีกาไม่ให้ประกัน

ขอให้ศาลปล่อยตัว เพื่อป้องกันชีวิตและสุขอนามัยของจำเลยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาภายในเรือนจำ

ทนายความและญาติของกฤษณะ, เทอดศักดิ์ และวรรณภา ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างยื่นฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นครั้งที่ 2 ในคำร้องระบุเหตุผลว่า จำเลยทั้งสามยังมีความประสงค์จะยื่นฎีกาคำพิพากษา โดยระหว่างนี้อยู่ระหว่างจัดทำฎีกาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน

คำร้องยังระบุเหตุผลที่สอดคล้องกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 ว่า จำเลยทั้งสามนั้นมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง, ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี มารายงานตัวตามนัดของศาล ทั้งในชั้นศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์, พฤติการณ์คดีไม่ร้ายแรง และการปล่อยชั่วคราวจำเลยไม่ก่อให้เกิดภยันตรายหรือความเสียหายใดๆ อีกทั้ง ทั้งสามยังประกอบอาชีพสุจริต ไม่มีอิทธิพลไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้

ทั้งนี้ คำร้องยังขอให้ศาลปล่อยตัวจำเลย เพื่อป้องกันชีวิตและสุขอนามัยของจำเลยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ปัจจุบันมีข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ  และอ้างถึงคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ฉบับที่ 3 ข้อ 7 ซึ่งกำหนดให้ศาลพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยหรือผู้ต้องหาที่ไม่เคยถูกคุมขังมาก่อน หรือจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวมาก่อน หรือจำเลยซึ่งมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี แม้ยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์ฎีกา หรือยังไม่ได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์หรือฎีกา โดยให้ศาลอาจพิจารณากำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับที่อยู่ของจำเลย หรือการใช้อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางของจำเลย 

ขณะเดียวกัน คำร้องยังอ้างถึง รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำ เช่น กรณีการติดเชื้อไวรัสของ “จัสติน” ชูเกียรติ แสงวงค์ และ อานนท์ นำภา ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และกรณีผู้ต้องขังในจังหวัดต่างๆ ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวภายในเรือนจำ เช่น เรือนจำกลางเชียงใหม่ และเรือนจำนราธิวาส

สำหรับกฤษณะ ทนายและครอบครัวใช้หลักทรัพย์เดิมในการยื่นประกันตัว กล่าวคือ เงินสดจำนวน 100,000 บาท และรับเงื่อนไขติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ส่วนเทอดศักดิ์ วางหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 200,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ ด้านวรรณภาวางเงินสดจำนวน 300,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ เป็นหลักประกัน

เวลา 15.30 น. ศาลชั้นต้นมีคำสั่งส่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้ศาลฎีกาพิจารณาคำสั่งให้ประกันตัวของจำเลยทั้งสาม คาดว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งต่อคำร้องภายใน 2-3 วันต่อไป 

ปัจจุบัน (12 พ.ค. 64) รายงานจากกรมราชทัณฑ์เผย พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง 1,040 ราย และที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ 1,785 ราย ด้าน iLawClub ชี้ว่า เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้ติดเชื้อกับจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมดที่รายงานเมื่อ 2 พ.ค. 64  จะพบว่า ทัณฑสถานหญิงกลาง มีผู้ติดเชื้อประมาณ 23% และเรือนจำพิเศษกรุงเทพมีผู้ติดเชื้อประมาณ 54%จากจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมด

อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

เปิดฐานข้อมูล “คดีสหพันธรัฐไท” จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

 

More from my site