“เวลาในห้องขังมันผ่านไปช้ากว่าเวลาภายนอกหลายสิบเท่า”: คำบอกเล่าของ ‘วาดดาว’ ผู้นอนชูสามนิ้วเหตุสลายหมู่บ้านทะลุฟ้า ถูกหิ้วไปคุมขังที่ บช.ปส.

“ขณะที่หลับตานอนก็จะได้ยินเสียงเพื่อนถามเวลากันทุกๆ 15 นาที เพราะเหมือนว่าเวลาในห้องขัง มันผ่านไปช้ากว่าเวลาภายนอกหลายสิบเท่า” วาดดาว เขียนเล่าเหตุการณ์ขณะที่ตนถูกคุมขังที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ในคืนของวันที่ 28 มีนาคม 2564 หลังจากการสลายการชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้า ช่วงเย็น ทำให้มีการจับกุมผู้ชุมนุมทั้งหมด 32 คน

ในวันที่ 28 มีนาคม 2564 “วาดดาว” ชุมาพร แต่งเกลี้ยง นักกิจกรรมเพื่อความหลากหลายทางเพศและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัญชน รีบเดินทางจากนครนายกเข้ากรุงเทพ ให้ทันเวลาบ่ายสามเพื่อเข้าร่วมชุมนุมอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้ยินข่าวสลายหมู่บ้านทะลุฟ้าที่ปักหลักข้างทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้าตรู่ของวันนั้น 

“ภาพที่เห็นพี่น้องนั่งอย่างสงบและขึ้นรถผู้ต้องขัง มันทำให้เรารู้สึกว่านี่คือความเจ็บปวดจากความไม่ยุติธรรมที่ใกล้ตัวมากที่สุด” การชุมนุมอีกครั้งในช่วงเย็นนั้น มีจุดประสงค์เพื่อประณามการสลายการชุมนุมและเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวไปที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บก.ตชด.) โดยไม่มีเงื่อนไข

“เราเข้าร่วมการชุมนุมอีกครั้ง ในเวลา 15.00 น. เพื่อต้องการให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวนักกิจกรรมทางการเมืองออกมาโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะเราชุมนุมเพื่อเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ด้วยกระบวนการที่ถูกต้องตามหลักสิทธิพลเมือง มากไปกว่านั้นเรายังมีการแจ้งการชุมนุมซึ่งเป็นการปฎิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย”

จนเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้นำกำลังเข้าปิดล้อมการชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และประกาศให้ยุติการชุมนุมภายใน 15 นาที โดยอ้างถึงการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และได้พยายามประกาศให้ผู้สื่อข่าวถอยออกไปจากพื้นที่ 

ในส่วนของผู้ร่วมชุมนุมบางส่วนนั้น ยังคงยืนยันปักหลักต่อไป แม้คาดไว้แล้วว่าจะต้องถูกจับกุม โดยผู้ยืนหยัดได้เริ่มนอนลงและชูสามนิ้วให้เจ้าหน้าที่ ก่อนชุดควบคุมฝูงชนจะเริ่มเคลื่อนเข้าปิดล้อมกลุ่มผู้ชุมนุมและกันผู้สื่อข่าวให้อยู่ภายนอกวงล้อม ไม่ถึงเวลา 15 นาทีตามที่ประกาศ ตำรวจก็เริ่มทยอยจับผู้ชุมนุมที่นอนชูสามนิ้วอยู่ขึ้นรถควบคุมไปทีละราย

“ขณะที่เรากำลังแสดงอารยะขัดขืน นอนชูสามนิ้ว หน้าทำเนียบรัฐบาล มีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนกว่า 400 นาย ยืนตั้งแถวเพื่อเตรียมสลายการชุมนุม จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการจับกุมเรา โดยการจับแขนและขาแต่ละข้างแล้วอุ้มขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา และไม่มีการแจ้งสิทธิหรือแจ้งสถานที่ที่จะพาไป” 

 

ภาพผู้ชุมนุมนอนลงบนผ้าปูสีฟ้า ชูสามนิ้ว ที่หมู่บ้านทะลุฟ้า วันที่ 28 มี.ค. 64 ช่วงเย็น ก่อนโดนหิ้วขึ้นรถคุมขัง จาก Voice TV

 

“รู้สึกปวดหัว มึน และหายใจไม่ออก” ในรถควบคุมผู้ต้องหา

วาดดาวถูกหิ้วแขนขา และถูกอุ้มขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาสีดำคันใหญ่ ซึ่งจอดรออยู่สองคัน เธอถูกอุ้มขึ้นไปในรถคันหนึ่งที่มีคนจำนวนทั้งหมด 27 คนถูกอัดกันขึ้นไป 

เธอบรรยายเพิ่มเติมถึงอาการบาดเจ็บจากการถูกจับกุมและสภาพรถคุมขังว่า “รู้สึกว่าเราได้รับอาการบาดเจ็บที่ข้อมือและข้อเท้า อีกทั้งยังรู้สึกปวดหัว มึน และหายใจไม่ออก เนื่องจากในรถควบคุมผู้ต้องหาที่เราอยู่ มีสภาพแออัด” ในจำนวนผู้ถูกจับกุมทั้งหมด 32 คน รถคันหนึ่งมีผู้ถูกคุมตัว 27 คน และอีกคันหนึ่งมีเพียง 5 คนเท่านั้น

จากหน้าทำเนียบฯ ต่อมาทราบว่าผู้ถูกควบคุมตัวชุดนี้ทั้งหมดถูกพาตัวไปยัง บช.ปส. มิใช่ที่ บก.ตชด.ภาค 1 เหมือนกับกลุ่มผู้ถูกจับกุมในช่วงเช้า 

การเดินทางใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดถูกยึดโทรศัพท์มือถือและของใช้ส่วนตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปนั่งภายในอาคาร ให้เขียนชื่อของแต่ละคนบนกระดาษที่วนไปรอบห้อง ให้ผู้หญิงและผู้ชายนั่งแยกกันโดยมีฟิวเจอร์บอร์ดกั้นกลาง ในระหว่างที่กำลังแยกเพศนั้น วาดดาวบรรยายถึงการเรียกร้องต่อเจ้าหน้าที่ว่า “เราได้บอกว่าตรงนี้ มีพี่น้องที่เป็น LGBTQ อยู่ด้วย ควรให้พวกเรานั่งด้วยกัน” 

วาดดาวยังได้พยายามขอเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเข้าถึงการสื่อสารและติดต่อกับทนายความ แต่เจ้าหน้าที่กลับตอบว่า เดี๋ยวทนายของพวกคุณก็จะมาเอง และไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดพยายามที่จะให้ผู้ถูกจับกุมเข้าถึงการสื่อสาร

จนผ่านไปกว่าสามชั่วโมง กว่าทนายความจะติดตามเข้าไปภายใน บช.ปส. ได้ และในคืนนั้นการสอบสวนลากยาวไปถึงตีสามจนกว่าจะเสร็จสิ้น ในตอนแรกทุกคนคิดว่าจะถูกให้ค้างคืนในห้องโถงที่ทำการสอบสวน เพื่อรอไปศาลในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่โดยไม่มีใครคาดคิด เจ้าหน้าที่กลับพาทุกคนไปยังห้องคุมขัง

 

สภาพห้องคุมขังที่ “ต้องนอนเบียดเรียงกัน หัวชนเท้า”

วาดดาวเดินผ่านประตูบานสุดท้ายเพื่อพบเจอกับซี่กรงเหล็กรอบกายที่กั้นเสรีภาพของตนในคืนนั้น ห้องขังที่นี่เป็นห้องนักโทษยาเสพติดแยกหญิงชาย 

สำหรับห้องขังผู้หญิงนั้น มีผู้ถูกคุมขังอยู่กว่า 20 คน ซึ่งเป็นห้องโล่งเปล่า ปูด้วยปูนเปลือยเต็มไปด้วยฝุ่น บนผนังมีพัดลมเพดาน 1 ตัวคอยถ่ายเทอากาศ ไม่มีการเตรียมเครื่องนอนให้ ส่วนห้องน้ำมีเพียงขันหนึ่งใบพร้อมผนังกั้นสูงเพียง 1 เมตร ซึ่งไม่สามารถปิดได้อย่างมิดชิด 

เธอบรรยายถึงสภาพการนอนในคืนนั้นว่า ”ทุกคนต้องนอนเรียงเบียดกัน เท้าของคนหนึ่งต้องชิดกับหัวของอีกคนหนึ่งเมื่อนอนเรียงเป็นแถว” การนอนเช่นนี้ทำให้ทุกคนต้องข่มตาหลับเพื่อให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปให้ได้ ซึ่งทำให้เธอ “รู้สึกเหมือนว่าเวลาในห้องขัง มันผ่านไปช้ากว่าเวลาภายนอกหลายสิบเท่า”

 

เจ้าหน้าที่ควบคุมทางเข้าออก บช.ปส. ในช่วงคืนวันที่ 28 มี.ค. 64

 

เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีนโยบายที่ทำให้คนที่มีความหลากหลายทางเพศรู้สึกปลอดภัย

ในช่วงเวลาที่ถูกคุมขัง วาดดาวสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีนโยบายหรือแนวทางที่ทำให้คนที่มีความหลากหลายทางเพศรู้สึกปลอดภัย  อย่างในเหตุการณ์แรกที่เจ้าหน้าที่กำลังทำการแบ่งแยกเพศชายและหญิงให้นั่งแยกกัน และจัดให้อยู่คนละห้องคุมขัง วาดดาวได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าในกลุ่มผู้ชายที่เจ้าหน้าที่แยกนั้น มีพี่น้อง LGBTQ อยู่ด้วย ขอให้เขามาอยู่ในห้องคุมขังผู้หญิงแทนเพื่อความรู้สึกสบายใจ แต่ในท้ายที่สุดแล้วเจ้าหน้าที่ก็ไม่ยินยอมให้เปลี่ยนห้อง และยังคงให้อยู่ในห้องคุมขังที่มีแต่เพศชาย

เหตุการณ์ที่สองคือ เช้าของวันถัดมา (29 มีนาคม 2564) ผู้หญิงคนหนึ่งเพิ่งรู้ว่าเธอมีประจำเดือน “เราจึงตะโกนแจ้งเจ้าหน้าที่บอกว่า ต้องการผ้าอนามัย” แต่เจ้าหน้าที่กลับตอบกลับว่า ที่นี่ไม่มีผ้าอนามัย ต้องรอให้ถามหัวหน้าก่อนว่าจะให้ทำอย่างไร 

ถึงแม้จะมีการพยายามช่วยกดดันข้อเรียกร้องจากกลุ่มผู้ชายที่อยู่ในห้องขังอีกฟากหนึ่ง แต่ก็ไม่เป็นผล เจ้าหน้าที่ยังคงเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องขอผ้าอนามัย ของใช้ที่จำเป็น และสิ่งของพื้นฐานของผู้หญิง จนการเรียกร้องผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง แม่บ้านที่คอยดูแลห้องคุมขังจึงไปซื้อมาให้

อีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเช้าวันนั้น คือเนื่องจากห้องน้ำในห้องคุมขังนั้นไม่สามารถปกปิดคนใช้ได้อย่างมิดชิด “ห้องน้ำที่มีผนังกั้นแคบและเปิดโล่งให้ทุกคนได้สบตา เราจึงเรียกร้องกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งเพื่อขอให้พวกเราได้ไปเข้าห้องน้ำด้านนอกที่สะอาดและมิดชิด” 

เจ้าหน้าที่ต่างให้เหตุผลต่อการปฏิเสธข้อเรียกร้องครั้งนี้ว่า ต้องรอคำสั่งเจ้านายก่อน ซึ่งคนที่ต้องการใช้ห้องน้ำในเวลานั้นจำต้องรอเป็นเวลานาน กว่าเจ้าหน้าที่จะให้ไปเข้าห้องน้ำภายนอก

นับรวมเป็นเวลากว่า 26 ชั่วโมงที่วาดดาวและพี่น้องนักกิจกรรม ถูกจับกุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ได้ถูกคุมขังราวกับผู้ต้องขัง

“วันที่เดินออกมาจากประตูศาล และได้รับการประกันตัว ฉันสัมผัสความรู้สึกของการโบยบินอีกครั้ง” การออกมาจากการถูกควบคุมตัวนั้น ทำให้วาดดาวรู้สึกเข้มแข็งขึ้น และยังยืนยันที่จะต่อสู้จนกว่าสังคมจะดีกว่านี้ จนกว่าประเทศจะเป็นประชาธิปไตย

สำหรับเหตุการณ์วันที่ 28 มีนาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 5.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนนำกำลังเข้าสลาย “หมู่บ้านทะลุฟ้า” บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ เป็นเหตุให้มีนักกิจกรรมและประชาชน ถูกจับกุมไป 67 คน 

ก่อนในช่วงเวลา 18.00 น. ของวันเดียวกัน ตำรวจควบคุมฝูงชนยังเข้าสลายหมู่บ้านทะลุฟ้าเป็นครั้งที่สอง บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล พร้อมจับกุมประชาชนอีก 32 คน รวมแล้วมีผู้ถูกจับกุมทั้งหมด 99 รายในวันนั้น ถือว่าเป็นการจับกุมที่เยอะที่สุดนับตั้งแต่การชุมนุมในปี 2563 รวมถึงเป็นครั้งแรกที่ใช้กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดเป็นที่ควบคุมผู้ถูกจับกุม ซึ่งขัดกับหลักกฎหมาย และยังทำให้การเข้าติดตามของทนายความและญาติเป็นไปอย่างยากลำบาก 

>> สรุปคดีหมู่บ้านทะลุฟ้า จับมากสุดเป็นสถิติ 99 คน แจ้ง 5 ข้อหา ก่อนได้ประกันตัวทั้งหมด 

 

More from my site