บันทึกทนายความเยี่ยม 4 ราษฎร: ผมอยากคุยกับศาลและฝากบอกว่าคิดถึง

19 กุมภาพันธ์ 2564 

วันที่ 11 ของการควบคุมตัว อานนท์ พี่สมยศ แบงค์ และเพนกวิน  แต่วันนี้ฉันเพิ่งมาเยี่ยมทั้ง 4 คนเป็นวันแรกในการถูกจองจำหนนี้ คราวนี้ต่างจากช่วงเดือนตุลาคมปีก่อน แม้จะเป็นเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเหมือนเดิม อยู่ภายใต้สถานการณ์โควิดเช่นเดิม ญาติจึงไม่อาจเยี่ยมทั้งสี่คนได้ มีเพียงทนายความเท่านั้น แต่กลับพบความเข้มงวดกว่าเดิม จากเดิมยังไม่ต้องแต่งทนายความ ก็สามารถเยี่ยมผู้ต้องขังได้ แต่หนนี้ ทนายความที่จะเข้าเยี่ยมได้ต้องได้รับการตั้งให้เป็นทนายความของผู้ต้องขังคนนั้นแล้วเท่านั้น

นอกจากนี้การเยี่ยมผู้ต้องขังใน 14 วันแรก ทนายความก็ต้องเยี่ยมผ่านกล้องวงจรปิด เป็นกล้องที่ส่องมาที่ทนายความจริงๆ ไม่ใช่เพียงกล้องที่ติดมากับเครื่องคอมพิวเตอร์ ปัญหาคือทั้งเรือนจำมีเพียงเครื่องเดียว จากรายงานแสดงสภาพความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจํา วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ระบุว่าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีจำนวนผู้ต้องขัง 3,201 คน ซึ่งมีความจุเต็มที่ 6,235 คน การตั้งอุปกรณ์เพียงหนึ่งชุด ดูยังไงก็ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้ต้องขัง ทำให้การไปเยี่ยมแต่ละหน ต้องใช้เวลาในการรอนานมาก และแม้จะมีทนายความไปเยี่ยมผู้ต้องหาครบสี่คน แต่ก็ต้องรอคุยกับผู้ต้องหาทีละหนึ่งคนอยู่ดี

วันนี้พี่ทนายกฤษฎางค์ คุยกับแบงค์ (ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม) ฉันเพียงแต่มองเขาผ่านกล้องวงจรปิด ไม่ได้สนทนาด้วย แต่ท่าทางเค้าสื่ออารมณ์ได้อย่างดี

หลังพ้นโทษในคดีเจ้าสาวหมาป่า ใจเขาแหลกสลาย ความแค้นยังฝังแน่นอยู่ เขาระบายมันผ่านวิธีการต่างๆ รวมทั้งเพลงหมอลำ แต่ทว่าความแค้นมันไม่ได้หมดไปง่ายๆ เขาเจอมาหนัก และเขาก็ถูกดำเนินคดีอีกครั้ง ปลายตุลาคมปีก่อน เขาถูกฝากขังในคดีชุมนุม 19 กันยา ในวันที่เขาได้รับการปล่อยตัวจากการฝากขัง เขาดำรงสติไว้อย่างยากลำบากตอนให้สัมภาษณ์สื่อ ถึงเรื่องที่ไมค์และเพนกวินถูกอายัดตัวต่อไปสน.ประชาชื่น

28 มกราคม คือ ล่าสุดที่ฉันเจอเขา เขามาในชุดสูทสีแดง เสียงดังโวยวายอยู่ใต้ถุนตึกอัยการ เขามารายงานตัวในคดีชุมนุม 19 กันยา วันนั้นเขาขึ้นหลังรถปราศรัยแล้วปล่อยวลีเด็ด “เราไม่ได้ล้มเจ้า เจ้าต่างหากที่ล้มเรา” เขาปราศรัยถึงความรู้สึกของเขาหลังถูกดำเนินคดี 112 หลังรัฐประหาร เขาต้องจำคุกเพียงเพราะเขาเล่นละครเวที แต่ตลกร้าย การปราศรัยถึงความเจ็บปวดครั้งนั้น ทำให้เขาต้องถูกดำเนินคดี 112 อีกครั้งหนึ่ง

หลังจากเล่าความยากลำบากในการดำรงชีวิตโดยเฉพาะเรื่องโควิด “ผมไม่เคยได้ประกันเลยนะ” เขาแสดงความกังวลออกมา เมื่อประเมินกันว่าคราวหน้าอัยการอาจส่งฟ้อง “ผมไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น” “ผมจะว่าความเอง ถ้ามีตัวกลางศาลจะไม่คุยกับผม ผมอยากคุยกับศาลโดยตรง” ฉันได้แต่จับมือลาเขาเป็นกำลังใจ

หลังจากทนายกฤษฎางค์สื่อสารถึงขั้นตอนตามกฎหมายและสิ่งที่เราจะดำเนินการต่อ แบงค์สื่อสารกลับมาว่า

“ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมปฏิบัติตามกฎหมายที่พวกคุณ พูดถึงตลอด ผมอยู่ขอนแก่น ตำรวจเรียกไปรับทราบข้อหาที่สภ.ผมก็ไป ถูกพาไปที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ผมก็ไป มาพบอัยการวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ผมก็มา

“ผมไม่เคยบิดพลิ้ว ทำตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ตลอดมา การเอามาขังระหว่างคดีไม่ตัดสิน ผมเชื่อว่าถูกกลั่นแกล้ง แต่ขอประกาศอโหสิกรรมให้ทุกคน ที่ทำให้ผมมาติดคุก

“ผมจะไม่แก้แค้นใดๆ ผมจะไม่แก้แค้นใดๆ ผมอยากจะเจอกับผู้พิพากษาเพื่อบอกความเป็นจริงเหล่านี้ ว่าผมไม่ได้รับความเป็นธรรมที่ไม่ได้รับการประกัน”

ฉันเพียงแต่มองเขาผ่านกล้องวงจรปิด มือหนึ่งเขาถือโทรศัพท์เพื่อสื่อสารกับเรา อีกมือของเขาทาบอกในบางขณะและกางออกในบางขณะ ฉันไม่ได้สนทนากับเขาด้วยคำพูด แต่ท่าทางเขาสื่ออารมณ์ได้อย่างดี ท่วงท่าของเขาราวกับร่ายรำกลอน เพียงแต่กลอนหมอลำบทนี้ไม่ได้ม่วนชื่น มันเป็นเพลงเศร้าและกราดเกรี้ยวในเพลงเดียวกัน

แบงค์ไปแล้ว ฉันได้คุยกับเพนกวินและอานนท์นิดหน่อย

ตอนที่คุยกับเพนกวิน ฉันเห็นแม่สุ แม่ของเพนกวินมายืนรอด้านนอกห้องพบทนายความ พยายามมองผ่านกระจกเข้ามา แม้จะไม่สามารถเข้ามาไม่ เพนกวินทำท่าซารางเฮโยให้แม่เห็น ฉันไม่แน่ใจว่าแม่เห็นไหม เพราะต้องมองผ่านกระจกทึบอีกทอดหนึ่ง หลังจากออกมาบอกเล่าเรื่องที่คุยกับเพนกวิน แม่สุดีใจที่อย่างน้อยวันนี้เขายิ้มได้ หลังจากก่อนหน้านี้เขาไม่มีรอยยิ้มเลย

ตอนที่คุยกับเพนกวิน อานนท์ผู้ยืนรอคิวอยู่ด้านหลัง ก็ยืนเต้นให้กล้องดู อานนท์ยังทะเล้นได้ เขาทักฉันคำแรกว่า “คิ้วคุณไม่เท่ากันนะ”  “นิสัย” ฉันด่ากลับไป ก่อนจะเริ่มคุยกันในเรื่องอื่น ฉันเล่าเรื่อง Club house ให้อานนท์ฟังว่าคนเข้ามาคุยเรื่องม็อบ เรื่องคดี เรื่องการเมือง ทั้งวันทั้งคืน ฉันเล่าว่าอ.ปวิน ใช้แอพนี้สื่อสารกับคนนับหมื่นได้ในคราวเดียวและก็โต้ตอบกับคนฟังได้ ฉันเล่าว่ามีคนใช้แอพนี้มาร้องคาราโอเกะ มาเล่น echo chamber มาอยู่เงียบๆ และเล่าว่ารัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ ออกมาขู่เรื่องการใช้งานผิดกฎหมาย อานนท์สนใจและอยากมาเล่น Club house ด้วย แต่นั้นล่ะ เพื่อนยังออกมาไม่ได้ แม้อานนท์จะแซวเพื่อนได้ แต่ฉันเห็นสีหน้าและท่าทางเพื่อนแล้ว ความเครียดนั้นอยู่ภายใน

ก่อนจากกัน เราถามอานนท์ว่าฝากอะไรถึงแฟนมั้ย “ฝากบอกว่าคิดถึง” คำตอบนี้มันอานนท์จริงๆ

………

22 กุมภาพันธ์ 2564

วันที่ 14 ของการควบคุมตัว ทนายความยื่นขอประกันตัวเป็นครั้งที่สาม ศาลชั้นต้นยกคำร้องเนื่องจากไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมทั้งสี่คน อานนท์ พี่สมยศ แบงค์ และเพนกวิน ยังคงถูกจองจำที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร