แจ้งข้อหา ม.112 เพิ่ม คดี “ปลดรูป” ของ 2 นศ.มธ.ลำปาง ยืนยันให้การปฏิเสธ

15 ก.พ. 64 เวลา 10.00 น. ที่สภ.ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง 2 ราย ได้แก่ ลัลนา สุริโย นักศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ และ “เบนซ์” (นามสมมติ) นักศึกษาจากวิทยาลัยสหวิทยาการ พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หลังจากถูกออกหมายเรียกเพิ่มเติม ในคดีการปลดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ระหว่างการชุมนุมบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2563

 

ภาพ ลัลนา และเพื่อนที่มาให้กำลังใจก่อนการรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม

 

ถูกแจ้งข้อหา ม.360 เพียงข้อหาเดียวก่อน จะถูกเรียกไปแจ้งข้อหา ม.112 เพิ่ม

การชุมนุมวันที่ 17 ตุลาคม 2563 เกิดขึ้นภายหลังการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีการจับกุมผู้ชุมนุมและแกนนำราษฎร และมีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าฉีดน้ำและสารเคมีสลายการชุมนุมที่สี่แยกปทุมวันเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ทำให้ในหลายจังหวัดมีการนัดหมายชุมนุมแสดงออกคัดค้านการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ เช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ที่มีกลุ่มนักศึกษามาชุมนุมและเดินขบวนไปยังหน้ามหาวิทยาลัย ก่อนจะปรากฏภาพการปลดพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 10 และพระราชินี และพบว่าภาพดังกล่าวฉีกขาด เป็นที่มาของการถูกกล่าวหาในคดีนี้

ต่อมาวันที่ 18 ตุลาคม 2563 ผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้ติดต่อนักศึกษาสองรายให้ไปพบเพื่อพูดคุย แต่พบว่าได้มีผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่ในจังหวัดลำปางกว่า 30 นาย มาร่วมทั้งในและนอกห้องประชุมด้วย ต่อมาได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 เรื่องการทำให้ทรัพย์สาธารณะเสื่อมค่า ต่อ “เบนซ์” โดยมีทนายความของมหาวิทยาลัยร่วมฟังการสอบสวนด้วย 

รวมทั้งยังมีการแจ้งข้อหาดังกล่าวต่อ “ลัลนา” โดยที่เธอปฏิเสธกระบวนการ และขอให้ตำรวจออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการมาก่อน เพื่อให้ได้ประสานทนายและผู้ไว้วางใจ แต่เจ้าหน้าที่ได้จัดทำเอกสารทางคดีไปโดยเธอไม่ทราบ

ต่อมา พ.ต.ท.ผดุงศักดิ์ ไชยโย พนักงานสอบสวน สภ.ห้างฉัตร ได้ออกหมายเรียกให้ “ลัลนา” ไปรับทราบข้อกล่าวหาใหม่อีกครั้ง เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563 โดยในตอนแรกมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพียงข้อหาเดียว และลัลนาได้ปฏิบัติกระบวนการแจ้งข้อหาเดิม พร้อมขอให้การใหม่ โดยยืนยันปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

จากนั้น พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนและตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนให้กับพนักงานอัยการเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 และคดียังอยู่ในชั้นอัยการ

หากในช่วงกลางเดือนมกราคม 2564 ตำรวจได้พยายามติดตามตัวทั้งสองคน โดยระบุให้มารับทราบข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 เพิ่มเติม เนื่องจากทางอัยการได้ส่งสำนวนคดีให้อัยการสูงสุดพิจารณา และอัยการสูงสุดมีคำสั่งมาให้ดำเนินการสอบสวนและแจ้งข้อหาเพิ่ม 

ต่อมาตำรวจสภ.ห้างฉัตร มีการออกหมายเรียกลงวันที่ 13 มกราคม 2564 ให้ทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และทั้งสองคนอยู่ต่างจังหวัด ยังไม่สะดวกในการเดิน่ทาง ทำให้ทั้งสองขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนมาเป็นในวันนี้ 

 

ภาพตำรวจได้มีการนำป้ายประกาศเตือนมาแสดงต่อผู้ที่เดินทางมาให้กำลังใจ ระหว่างการรับทราบข้อกล่าวหาของลัลนา และ “เบนซ์”

 

ปฏิเสธข้อหา ม.112 ขอยื่นคำให้การภายใน 30 วัน  

บรรยากาศการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ มีเพื่อนนักศึกษาและอาจารย์ของนักศึกษาทั้งสองคนราว 10 คน เดินทางมาให้กำลังใจ และมีนักศึกษาจัดทำป้าย “Abolish 112” และ 112 ขีดทับออกมาชู 

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีการวางกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบมากกว่า 35 นาย คอยติดตามบันทึกภาพบริเวณสถานีตำรวจ ตำรวจยังมีการจัดทำป้ายข้อความ อาทิ “มั่วสุม ชุมนุม !?! เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 จำคุกไม่เกิน 2 ปี” “ชักธงอื่นแทนธงชาติไทยขึ้นเสา จำคุกไม่เกิน 2 ปี” “ติดป้าย ชูป้าย พูดปราศรัย ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน จำคุกไม่เกิน 1 ปี” “ติดป้าย รก เลอะเทอะ สถานที่ราชการ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท” มาชูเตือนผู้เดินทางมาบริเวณสถานีตำรวจ พร้อมกับประกาศแจ้งเตือนให้อยู่ในความสงบด้วย

พ.ต.ท.สราวุธ จันมะโน รองผู้กำกับ (สอบสวน) สภ.ห้างฉัตร และ ร.ต.อ.รุ่งเรืองชัย อุปกาละ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ห้างฉัตร ได้เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งสองคน โดยบรรยายพฤติการณ์ของเหตุการณ์ชุมนุมในช่วงค่ำวันที่ 17 ตุลาคม 2563 ซึ่งนักศึกษาประมาณ 300 คนชุมนุมกันบริเวณลานหน้าหอพักภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ก่อนมีการเดินขบวนมาที่หน้ามหาวิทยาลัย และพบว่ามีผู้ปลดพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินี ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณภายนอกรั้วทางเข้าออกของมหาวิทยาลัย จนภาพดังกล่าวฉีกขาดเป็น 4 ชิ้น 

พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 ต่อทั้งสองคน โดยเห็นว่าพฤติการณ์เป็นการจงใจแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และพระราชินี 

นักศึกษาทั้งสองคนได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะขอยื่นคำให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมภายใน 30 วัน แต่ตำรวจระบุว่าจะเร่งทำสำนวนส่งให้อัยการเลย แต่ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนและทนายความยืนยันการขอส่งคำให้การเพิ่มเติมภายในระยะเวลาดังกล่าว 

จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้ และให้ปล่อยตัวทั้งสองคนไป โดยไม่มีการควบคุมตัวไว้ ทั้งนี้ระหว่างการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้มีการตั้งกล้องบันทึกภาพวิดีโอและบันทึกเสียงไว้โดยตลอดด้วย 

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในจำนวนคดีมาตรา 112 ที่เริ่มกลับมาบังคับใช้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 ทั้งหมดอย่างน้อย 59 คน ใน 44 คดี

>> สถิติผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ปี 2563-64

 

More from my site

X