คดีแขวนป้าย “งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID19” ผตห.ขอให้อัยการสอบเพิ่มเรื่องงบสถาบันฯ-งบวัคซีน

วันที่ 9 มี.ค. 64 ที่สำนักงานอัยการจังหวัดลำปาง  5 นักศึกษาและประชาชนผู้ต้องหาในคดีแขวนป้ายผ้าที่มีข้อความ “งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID19” บริเวณสะพานรัษฎาภิเศก เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 63 ซึ่งทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตามพ.ร.บ.ความสะอาดฯ นอกจากนี้ นายพินิจ ทองคำ หนึ่งในผู้ต้องหา ยังถูกกล่าวหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) เพียงคนเดียว ได้เดินทางเข้ารายงานตัวตามการนัดหมายของพนักงานสอบสวน เพื่อส่งตัวผู้ต้องหาและสำนวนคดีให้กับอัยการ

บรรยากาศการส่งตัวผู้ต้องหาและสำนวนคดีวันนี้ มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบราว 7-8 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ 10 นาย กระจายตัวอยู่รอบสำนักงานอัยการเพื่อสังเกตการณ์การส่งตัวผู้ต้องหาวันนี้ โดยมีการบันทึกภาพผู้ต้องหา ทนายความ และผู้ที่เดินทางมาให้กำลังใจไว้โดยตลอด

ทั้งนี้ ในคดีนี้เป็นการทำงานของคณะพนักงานสอบสวน และได้มีความเห็นสรุปสำนวนคดีว่าควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งห้าทุกข้อกล่าวหาข้างต้น รวมทั้งนายพินิจ ในข้อกล่าวหาเพิ่มเติมพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ส่งให้กับพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาสำนวนต่อไป

ภาพเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบส่วนหนึ่งที่พยายามบันทึกภาพผู้ต้องหา ทนายความและผู้มาให้กำลังใจ

จากนั้นผู้ต้องหาทั้งห้ารายได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการ โดยมีรายละเอียด ยืนยันว่าการกระทำที่ผู้ต้องหาทั้งห้าได้ถูกกล่าวหานั้นไม่ได้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และหากพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาไม่เป็นความผิดมาตรา 112 แล้ว ก็จะส่งผลให้ไม่เป็นความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบกับข้อกฎหมายในคดีนี้เพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนข้อต่อสู้และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ผู้ต้องหาทั้งห้าจึงประสงค์ให้พนักงานอัยการทำการสอบสวนเพิ่มเติม พยานบุคคลและพยานเอกสาร ดังนี้

  1. ขอให้ดําเนินการสอบสวนออกหมายเรียก ศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ มาให้การเกี่ยวกับประเด็นประวัติศาสตร์ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทรัพย์สินส่วนพระองค์ และประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหานี้
  2. ขอให้ดําเนินการสอบสวนออกหมายเรียก เลขาธิการพระราชวัง มาให้การในประเด็นว่าข้อความตามที่กล่าวหาผู้ต้องหาทั้งห้า สร้างความเสียหายแก่ในหลวงรัชกาลที่ 10 หรือไม่ อย่างไร
  3. ขอให้ดําเนินการสอบสวนออกหมายเรียกพยานเอกสารไปยังสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงบประมาณแห่งชาติ สํานักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอเอกสารงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2564
  4. ขอให้ดําเนินการสอบสวนออกหมายเรียก รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนสํานักงบประมาณ และตัวแทนสํานักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มาให้การในประเด็นว่าตั้งแต่ปี 2557 จนถึง 2564 ได้มีการจัดสรรงบประมาณเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในแต่ละปีเป็นจํานวนเท่าใด ใช้จ่ายไปเท่าใดบ้าง และคงเหลือเท่าใด
  5. ขอให้ดําเนินการสอบสวนออกหมายเรียก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง มาให้การเกี่ยวกับประเด็นงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง ผลิต หรืออื่นๆ เกี่ยวกับวัคซีนต่อต้านโรคโควิด 19 พร้อมขอให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาในคดีนี้

ตอนท้ายของหนังสือร้องขอความเป็นธรรมฉบับดังกล่าว ผู้ต้องหาจึงขอให้พนักงานอัยการพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้วมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีต่อผู้ต้องหาทั้งห้าด้วย

ทางอัยการจังหวัดลำปางได้รับสำนวนคดีพร้อมตัวผู้ต้องหา และหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจากผู้ต้องหาไว้พิจารณา โดยยังไม่มีคำสั่งทางคดีในวันนี้ จึงนัดหมายให้ผู้ต้องหาทั้งห้ารายเข้ารายงานตัว เพื่อฟังคำสั่งทางคดีว่าพนักงานอัยการแขวงจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่อย่างไร ในวันที่ 21 เม.ย. 64 เวลา 9.00 น. ต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.เข้าค้นบ้านนศ.ลำปาง-สำนักงานคณะก้าวหน้า ก่อนส่งหมายเรียกคดี ม.112 เผยมีผตห.ทั้งหมด 5 ราย

ตร.แจ้งข้อหา ม.112 ต่อ 5 นศ.-ปชช.ลำปาง เหตุแขวนป้าย “งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID19”

แจ้งข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพิ่มเติม “พินิจ” กรณีแขวนป้าย “งบสถาบันกษัตริย์>วัคซีนCOVID19”