นักโทษคดี ม.112 ถูกคุมขังในเรือนจำอย่างน้อย 6 ราย และ ม.116 อีก 1 ราย

หลังคำพิพากษาประวัติศาสตร์ของศาลอาญาในคดีมาตรา 112 ของ “อัญชัญ” ให้ลงโทษจำคุก 87 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุก 29 ปี 174 เดือน หรือราว 43 ปีเศษ และต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดี ทำให้เธอต้องถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้เคยถูกคุมขังในช่วงการพิจารณาในศาลทหารมาแล้ว 3 ปี 9 เดือนเศษ

อัญชัญกลับกลายมาเป็นผู้ต้องขังมาตรา 112 ซ้ำอีกครั้ง ซึ่งเธอไม่ใช่เพียงรายเดียวที่ถูกคุมขังอยู่ในขณะนี้ หากแต่ยังมีผู้ต้องขังมาตรา 112 ที่ยังไม่พ้นโทษมาตั้งแต่ยุค คสช. ถูกคุมขังอยู่อีกบางส่วนด้วย

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ณ วันที่ 21 ม.ค. 64 มีผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังในเรือนจำเหตุจากข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างน้อย 6 ราย และมีผู้ถูกคุมขังด้วยข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 อย่างน้อย 1 ราย  (ข้อมูลนี้ไม่รวมผู้ถูกคุมขังด้วยมาตรา 112 ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งศูนย์ทนายฯ ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด)

นอกจากอัญชัญแล้ว ยังมีนักโทษที่เกี่ยวเนื่องกับข้อหามาตรา 112 อีกอย่างน้อย 5 ราย ได้แก่

1. วิชัย อดีตผู้ถูกลงโทษด้วยมาตรา 112 ซึ่งเป็นสถิติเดิม ก่อนหน้าอัญชัญ พนักงานขายของบริษัทเอกชน ซึ่งถูกศาลทหารพิพากษาลงโทษจำคุก 70 ปี จากการโพสต์ข้อความ 10 ข้อความ รับสารภาพ ลดเหลือโทษจำคุก 30 ปี 60 เดือน เขาถูกคุมขังในเรือนจำมาตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. 58 ปัจจุบันเป็นเวลากว่า 5 ปี แล้ว ยังคงไม่พ้นกำหนดโทษ

2. บุรินทร์ ช่างเชื่อมเหล็ก คู่คดีของ พัฒน์นรี ซึ่งถูกกล่าวหาจากข้อความแชทที่ส่งหา “แม่จ่านิว” และข้อความที่โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวอีก 1 ข้อความ เขาถูกศาลทหารพิพากษาจำคุก 2 กรรม รวมกัน 22 ปี 8 เดือน รับสารภาพ ลดเหลือโทษจำคุก 10 ปี 16 เดือน เขาถูกคุมขังในเรือนจำมาตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 59 ปัจจุบันเป็นเวลา 4 ปี 8 เดือนเศษ ยังคงถูกจองจำอยู่

3. ประธิน ผู้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมโดยอ้างเหตุว่าเตรียมก่อเหตุรุนแรงในกิจกรรม Bike for Dad แต่กลับถูกกล่าวหาดำเนินคดีมาตรา 112 ถึง 2 คดี จากพฤติการณ์การพูดคุยกันในเรือนจำ การส่งไลน์ส่วนตัว และการเขียนในสมุดบันทึกส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวกับเหตุที่เจ้าหน้าที่อ้างแต่อย่างใด

ในทั้งสองคดี ประธินยืนยันต่อสู้คดีเรื่อยมา จนมีการโอนย้ายคดีจากศาลทหาร ไปยังศาลจังหวัดขอนแก่น และช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ศาลมีคำพิพากษาลงโทษเขาทั้งสองคดี โดยคดีหนึ่งลงโทษจำคุก 5 ปี ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ทั้งที่ไม่ได้ฟ้องข้อหานี้เข้ามาแต่อย่างใด และอีกคดีหนึ่งลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน ในข้อหาตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยให้ยกฟ้องข้อหามาตรา 112 ทั้งสองคดี ประธินถูกคุมขังมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 ทำให้เขาถูกคุมขังมา 5 ปี 2 เดือนแล้ว

4-5. ปรีชาและสาโรจน์ สองผู้ถูกกล่าวหาในคดีเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติในจังหวัดขอนแก่น เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2560 ก่อนที่จะถูกศาลจังหวัดพลพิพากษายกฟ้องในข้อหาตามมาตรา 112 แต่พิพากษาลงโทษในข้อหาอื่นๆ รวมจำคุกทั้งสองคนละ 12 ปี 6 เดือน ปัจจุบันยังไม่ได้รับการปล่อยตัว

นอกจากนั้นยังมีกรณีของประพันธ์ อดีตหมอนวดแผนโบราณวัย 59 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาในคดีการเคลื่อนไหวแจกใบปลิวและมีเสื้อที่มีตราสัญลักษณ์ของกลุ่มสหพันธรัฐไท ตามมาตรา 116 และอั้งยี่ ก่อนถูกศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี เธอถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางมาตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 62

 

ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 มีนักโทษในคดีมาตรา 112 ซึ่งถูกคุมขังมาตั้งแต่ในยุค คสช. ทยอยได้รับการปล่อยตัวเป็นระยะ เนื่องจากสะสมการลดหย่อนโทษจากการออกพระราชกฤษฎีกา (พรฎ.) พระราชทานอภัยโทษ ในโอกาสสำคัญช่วงหลายปีที่ผ่านมา และการมี พรฎ. ครั้งล่าสุดในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค. 63

หลายคนถูกจองจำด้วยโทษที่รุนแรงจากคำพิพากษาของศาลทหาร อาทิ กรณีของพงษ์ศักดิ์ ซึ่งถูกศาลทหารลงโทษจำคุก 60 ปี ลดโทษเหลือ 30 ปี หรือกรณีของศศิพิมล ซึ่งศาลทหารลงโทษจำคุก 56 ปี ลดโทษเหลือ 28 ปี ทั้งสองคนถูกคุมขังนานกว่า 5 ปีครึ่ง ก่อนได้รับการปล่อยตัวในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ยังคงต้องจับตาต่อไปว่าหลังการกลับมาบังคับใช้ข้อหาตามมาตรา 112 ต่อผู้แสดงความคิดเห็นในประเด็นสถาบันกษัตริย์อย่างเข้มข้นตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา รวมทั้งคดีมาตรา 112 ที่ถูกโอนย้ายมาจากศาลทหารยุค คสช. อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งศาลพลเรือนจะทยอยมีคำพิพากษาเพิ่มเติมอีก จะนำไปสู่การคุมขัง “นักโทษการเมือง” เพิ่มขึ้นอีกในอนาคตหรือไม่

 

ดูภาพรวมคดีมาตรา 112 ในยุค คสช. >> คดีความใต้ยุค คสช.: ฐานข้อมูลคดี 112

ดูสถิติการดำเนินคดีมาตรา 112 ตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2563 >> สถิติผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ปี 2563-64