ผู้ปราศรัย #ม็อบ18พฤศจิกา เข้ารับทราบข้อหา แต่ตร.แสดงหมายจับออกก่อนวันนัด

21 ม.ค. 64 เวลา 10.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี นายพรพจน์ แจ้งกระจ่าง วัย 48 ปี เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และพ.ร.บ.ชุมนุมฯ กรณีการปราศรัยในการชุมนุม #18พฤศจิกาไปราษฎร​ประสงค์ หรือ #ม็อบ18พฤศจิกา ที่แยกราชประสงค์และหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 63 ก่อนพบว่ามีหมายจับออกก่อนวันนัดตามหมายเรียก ด้านทนายเจรจาให้เพิกถอนหมายจับ หลังรับทราบข้อกล่าวหาไม่มีการควบคุมตัว

ก่อนหน้านี้พรพจน์ไม่ทราบว่าตนถูกออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีมาก่อน จนกระทั่งได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 3 จาก สน.ลุมพินี ลงวันที่ 14 ม.ค. 64 โดยมี พ.ต.ต.สิทธิศักดิ์ สุดหอม เป็นผู้กล่าวหา

ก่อนการรับทราบข้อกล่าวหาที่บริเวณสน.ลุมพินี ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าแสดงหมายจับที่ 6/2564 ลงวันที่ 20 ม.ค. 64 ออกโดยศาลแขวงปทุมวัน โดยมี พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ลุมพินี เป็นผู้ร้องขอออกหมายจับ โดยหมายจับระบุว่านายพรพจน์ แจ้งกระจ่าง ต้องหาว่าฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กรณีมีหลักฐานสมควรว่าจะหลบหนี โดยมี นางสาว ศิญาภัสร์ พีรสิทธิ์กุล ผู้พิพากษา เป็นผู้ลงนาม

แต่ก่อนหน้านี้ พรพจน์ไม่เคยได้หมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 มาก่อน ได้รับเพียงหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 3 ซึ่งระบุว่าให้ผู้ต้องหามาที่ สน.ลุมพินี เพื่อพบพนักงานสอบสวน ในวันที่ 21 ม.ค. 64 ซึ่งเขาก็ได้เดินทางมาตามนัด

ทนายความของพรพจน์จึงเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้เพิกถอนหมายจับ เนื่องจากผู้ต้องหามาตามหมายเรียก ยังไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี หลังจากเจ้าหน้าที่ยินยอมที่จะเพิกถอนหมายจับแล้ว จึงเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก

เหตุในการออกหมายเรียกดังกล่าว สืบเนื่องจาก “ราษฎร” นัดหมายชุมนุมเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 63 ที่สี่แยกราชประสงค์ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ในวันดังกล่าวผู้ชุมนุมผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยบนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียง ระหว่างการเคลื่อนขบวน มีการสร้างงานศิลปะและเขียนข้อความบนพื้นผิวถนนและกำแพง และจัดกิจกรรม “บิ๊กเซอร์ไพรซ์” บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการใช้ปืนฉีดน้ำและสาดสีใส่ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พนักงานสอบสวนในคดี ได้แก่ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ มนัสชน และ ร.ต.อ.สุทวัฒน์ ศรีพรวรรณ์ ได้บรรยายพฤติการณ์การกระทำความผิดในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาเกริ่นนำโดยกล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มประชาชนนับตั้งแต่ช่วงวันที่ 14 – 15 ต.ค. ต่อเนื่องไปยังวันที่ 22 และ 25 ต.ค. รวมถึง 17 พ.ย. 63 ซึ่งทุกๆ การชุมนุมที่กล่าวมาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ถูกแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ทั้งนี้ตำรวจเห็นว่าเป็นการชุมนุมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันมาจนถึงวันที่ 18 พ.ย. 63 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุตามบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา 

พนักงานสอบสวนได้กล่าวหาว่าพรพจน์ได้ร่วมขึ้นปราศรัยในการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์เป็นเวลา 5 นาที โดยการชุมนุมดังกล่าวไม่มีการแจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรค อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่พรพจน์ใน 2 ข้อหา คือข้อหาตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 

ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยจะให้การเป็นหนังสือภายในวันที่ 9 ก.พ. 2564 หลังรับทราบข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด 

คดีนี้เป็นคดีแรกการชุมนุมแรกที่พรพจน์ถูกกล่าวหาอีกด้วย โดยเขาเป็นผู้ต้องหารายสุดท้ายในคดีนี้ที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาหลังจากที่สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ, ชูเกียรติ แสงวงค์, ธานี สะสม และชินวัตร จันทร์กระจ่าง เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 18 ธ.ค. 63 อานนท์ นำภา และภาณุพงศ์ จาดนอก เข้ารับทราบข้อกล่าวหาไปเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 63 ที่ผ่านมา

 

อ่านเพิ่มเติม

>>‘ไมค์-ทนายอานนท์’ รับทราบข้อหา ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ-พ.ร.บ.ชุมนุมฯ จากเหตุ#ม็อบ18พฤศจิกา

>>‘จัสติน’ – ‘ขนุน’ รับทราบข้อหา 112 เหตุปราศรัยพาดพิงกษัตริย์ชุมนุม #18พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์