17 ม.ค. 2564 เวลา 04.00 น. มีรายงานว่า พบรถตำรวจ สภ.เมืองมหาสารคาม เข้ามาในบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้กับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเช่าของนักกิจกรรมกลุ่ม “แนวร่วมนิสิต มมส.เพื่อประชาธิปไตย” สมาชิกกลุ่มเกรงว่าจะถูกยกระดับการคุกคามแบบเช่นที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ

“บอย” พงศธรณ์ ตันเจริญ นิสิตปี 2 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ข้อมูลว่า กลุ่มเพิ่งมาเช่าบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้หลังช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา  เป็นบ้านนักกิจกรรมกลุ่มแนวร่วมนิสิต มมส. เพื่อประชาธิปไตย เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการทำกิจกรรม จัดประชุม วางแผนการทำกิจกรรม  

“ทุกครั้งหากเจ้าหน้าที่มาพบเพื่อสอบถามเกี่ยวกับกิจกรรมที่เราจะจัด จะเป็นตำรวจในท้องที่โทรมา คือ สภ.กันทรวิชัย หรือไม่ก็ สภ.เขวาใหญ่ ครั้งนี้รู้สึกว่า เริ่มเป็นปฏิบัติการจาก สภ.เมืองมหาสารคาม มีการขับรถวน จอดนิ่งเพื่อเช็คข้อมูลอะไรบางอย่าง” พงศธรณ์ตั้งข้อสังเกต

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2564  กลุ่มนิสิต มมส.เพื่อประชาธิปไตย เคยพบรถตำรวจ สภ. เมืองมหาสารคาม ขับวนเข้ามาในหมู่บ้าน  โดยที่เจ้าของหมู่บ้านแห่งนั้น ให้ข้อมูลว่า มีความพยายามจากผู้ใหญ่บ้านโทรศัพท์หาลูกบ้านเพื่อสืบข้อมูลและถามเอาจากหมู่บ้านว่า นิสิตกลุ่มนี้มีความเคลื่อนไหวอะไร หรือมาทำอะไรกัน

พงศธรณ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงการถูกติดตามครั้งนี้ น่าจะสืบเนื่องจากวันที่  10 ม.ค. 2564 กลุ่มประชาชนอดีตเสื้อแดงภาคอีสาน ที่มีสมาชิกอาศัยในหมู่บ้านเดียวกันนี้ ใช้พื้นที่ในหมู่บ้านดังกล่าวแถลงการณ์ ก่อตั้งกลุ่ม “แนวร่วมราษฎรอีสาน” เพื่อร่วมสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาและหนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อของ “ราษฎร” 

สำหรับข้อกังวลของทางกลุ่มต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พงศธรณ์ให้มุมมองว่า  การกระทำที่ผ่านมาพวกเขาพอทราบได้ว่าถูกจับตามอง แต่คาดเดาไม่ได้ว่า อนาคตฝ่ายรัฐจะยกระดับปฏิบัติการหรือไม่

“มาวันนี้ก็เห็นว่ามีเพื่อนหลายคนถูกจับ ถูกอุ้ม เป็นการละเมิดสิทธิที่ชัดเจนมากๆ เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเกิดขึ้นที่มหาสารคาม เราไม่รู้ว่าเขาจะปฏิบัติการอย่างไรบ้าง เราเลยอยากให้สาธารณชนทราบว่า มันมีสัญญาณในการคุกคาม แล้วเราคาดไม่ได้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น”

พงศธรณ์ย้ำอีกว่า  “สำหรับการทำกิจกรรมทางการเมืองต่อไปนี้ ไม่อยากถูกขัดขวางหรือปิดกั้น และอยากทำอะไรในพื้นที่ตัวเอง แล้วเราก็มองว่าสิ่งที่เราทำไม่ใช่อาชญากร หรือทำอะไรที่สร้างความเสียหายให้แก่สังคมโดยรอบ”

สำหรับกรณีอุ้มหายอันน่าวิตกของกลุ่มนักกิจกรรมเกิดขึ้นกลางดึกวันที่ 16 ม.ค. 2564 หลังกลุ่มการ์ดปลดแอกจัดกิจกรรม “เขียนป้ายผ้ายาว 112 เมตร ยกเลิกมาตรา 112” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งมีคนถูกจับกุม 2 ราย และประชาชนที่ออกมารวมตัวที่สามย่านเรียกร้องให้ปล่อยคนที่ถูกจับยังถูกจับกุมอีก 4 ราย “เยล” มงคล สันติเมธากุล การ์ดราษฎร ซึ่งกลับจากสามย่านก็ถูกอุ้มหายไปจากบริเวณที่พักในจังหวัดสมุทรปราการ จากนั้นมีบุคคลอ้างตัวเป็น กอ.รมน.แชทไลน์ข่มขู่ต่อเนื่อง ก่อนที่มงคลจะถูกปล่อยตัวในช่วง 13.00 น. ของวันต่อมา รวม 14 ชั่วโมง ที่เขาถูกบังคับให้สูญหาย

นอกจากนี้ ยังมีกรณี “อาร์ต” ทศเทพ ดวงเนตร กลุ่มการ์ด WeVo ซึ่งขาดการติดต่อครอบครัวและเพื่อนไป ทราบภายหลังจากการติดตามว่า ถูกตำรวจควบคุมตัวไปในช่วงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 15 ม.ค. 2564 และถูกยึดโทรศัพท์ ทำให้ครอบครัวและเพื่อนไม่ทราบว่าเขาถูกจับกุม ก่อนอาร์ตจะถูกแจ้งข้อหา ทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 จากกิจกรรมพ่นสีสเปรย์ข้อความ “ยกเลิก112” โดย สภ.บางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อกลุ่มการ์ด WeVo นำโดย “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ ไปติดตาม จึงได้รับการปล่อยตัวในช่วง 21.20 น. ของวันที่ 17 ม.ค. 2564 ซึ่งเกิน 48 ชั่วโมงที่ตำรวจมีอำนาจควบคุมตัวผู้ถูกจับกุม