แจ้งม.116 14 ประชาชนเพิ่ม หลังรับทราบข้อหาคดีชุมนุม “19 กันยา” ​ไปแล้วปีก่อน

วานนี้ (14 ม.ค. 64) ที่สน.ชนะสงคราม ประชาชน-นักกิจกรรมจำนวน 14 คนเข้ารับทราบข้อหามาตรา 116 ตามประมวลกฎหมายอาญาเพิ่มเติม ในกรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 63 หลังจากที่ทั้งหมดเคยรับทราบข้อหาจากกรณีนี้มาก่อนแล้วเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 63 ในจำนวน 14 คน มี 7 คนที่ถูกแจ้งข้อหามาตรา 215 แห่งประมวลกฎหมายอาญาเพิ่มเติมด้วย 

มูลเหตุของคดีนี้มาจากการชุมนุม #19กันยาทวงคืนอำนาจราษฎร เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 63 ที่มหาวิทลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์และสนามหลวง ในกรณีนี้ มีการจับกุมและดำเนินคดี 7 แกนนำและผู้ปราศรัย ได้แก่ อานนท์ นำภา, พริษฐ์ ชิวารักษ์, ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, จตุภัทร บุญภัทรรักษา, ภาณุพงศ์ จาดนอก, สมยศ พฤกษาเกษมสุข และปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม โดยทั้งเจ็ดถูกแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ในเดือนต.ค. ก่อนที่จะถูกแจ้งข้อหามาตรา 112 เพิ่มในเดือนธ.ค. 63 

ส่วนผู้ชุมนุมอีก 17 ราย ก็ถูกดำเนินคดีในกรณีชุมนุมนี้ในเวลาต่อมา โดยแบ่งเป็น 2 คดี ได้แก่ กรณีการจัดเวทีชุมนุมปราศรัย มีผู้ถูกดำเนินคดี 17 คน มี พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้กำกับ สน.ชนะสงคราม กับพวก เป็นผู้แจ้งความกล่าวหา และกรณีการฝังหมุดคณะราษฎร 2563 มี 15 คนถูกดำเนินคดี โดยมีกรุงเทพมหานครและกรมศิลปากรเป็นผู้กล่าวหา ทั้งหมดทยอยเข้ารับทราบข้อหาตามหมายเรียกแล้วเมื่อเดือนพ.ย. ปี 63 

>> แจ้งข้อหาคดีชุมนุม 19 ก.ย. อีก 11 คน อดีตสมาชิกดาวดินไม่ได้ไปชุมนุม แต่กลับโดนแจ้งข้อหาด้วย

อย่างไรก็ตาม 15 นักกิจกรรมได้รับการประสานงานจากพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงครามให้มารับทราบข้อหามาตรา 116 เพิ่มเติมอีก 

ในวันที่ 15 ม.ค. 64 มีผู้มารับทราบข้อหาทั้งหมด 14 คน ได้แก่ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, ชูเกียรติ แสงวงศ์, “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, ณัทพัช อัคฮาด, ธนชัย เอื้อฤาชา, ธนพ อัมพะวัติ, ธานี สะสม, ภัทรพงศ์ น้อยผาง, สิทธิทัศน์ จินดารัตน์, สุวรรณา ตาลเหล็ก, อะดิศักดิ์ สมบัติคำ, “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ และณัฐชนน ไพโรจน์  

ส่วน “แอมมี่” ไชยอมรแก้ว วิบูลย์พันธ์นั้น ได้ถูกออกหมายเรียกแจ้งข้อหามาตรา 116 เพิ่มด้วย แต่เนื่องจากติดภารกิจ จึงประสานงานเลื่อนวันรับทราบข้อหากับพนักงานสอบสวนแล้ว

 

ภาพจากเพจ Thaivoice.ORG2

 

7 นักกิจกรรมถูกแจ้งข้อหา ม.116 คู่ ม.215

พ.ต.ท.โชคอำนวย วงษ์บุญฤทธิ์ รองผู้กำกับ (สอบสวน) สน.ชนะสงคราม ได้แจ้งข้อหาตามมาตรา 116 “ยุยงปลุกปั่น” และมาตรา 215 “ผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิด การวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง” แก่นักกิจกรรมจำนวน 7 คนได้แก่ อรรถพล บัวพัฒน์, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, ธนชัย เอื้อฤาชา, ณัฐชนน ไพโรจน์, ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, ชูเกียรติ แสงวงศ์ และภัทรพงศ์ น้อยผาง

พนักงานสอบสวนบรรยายพฤติการณ์โดยสรุปว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มบุคคลชื่อว่า “กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” นําโดยพริษฐ์ ชิวารักษ์ กับพวก ได้ประกาศนัดหมายกันผ่านสื่อออนไลน์ทางเฟซบุ๊ค,ทวิตเตอร์และการแถลงข่าวที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทางสื่อทีวีว่าจะมีการจัดกิจกรรม “19กันยาทวงอํานาจคืนราษฎร” ในวันที่ 19 ก.ย. 63 เวลาประมาณ 14.00 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และพื้นที่ท้องสนามหลวง 

ต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุ มีกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยเดินทางเข้ามารวมตัวกันอยู่ที่บริเวณฟุตบาทด้านหน้าและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ชุมนุมกดดันเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เปิดประตู แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงครามได้ประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายผ่านรถเครื่องเสียง จากนั้นผู้ชุมนุมร่วมกันผลักประตูมหาวิทยาลัยจนแม่กุญแจที่ล็อคประตูรั้วได้รับความเสียหาย ทั้งยังมีการตัดแม่เหล็กของประตูกุญแจอีกด้วย 

เช้าวันถัดมาในวันที่ 20 ก.ย. 63 มีกลุ่มผู้ชุมนุมทําพิธีปักหมุดคณะราษฎร์โดยนําหมุดมาฝังลงบนพื้นที่ท้องสนามหลวง ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้เจาะทำลายพื้นที่ของสนามหลวงซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเพื่อใช้ประกอบพิธี 

หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนโดยใช้รถยนต์บรรทุกออกจากท้องสนามหลวงเพื่อไปยื่นหนังสือให้กับตัวแทนที่จะมารับหนังสือส่งต่อให้กับองคมนตรีต่อไป ภายหลังแกนนํากลุ่มผู้ชุมนุม

 

.

อีก 7 คนถูกแจ้ง ม.116 อ้างพฤติการณ์ลักษณะคล้ายกัน 

ด้านประชาชนอีก 7 คน พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหามาตรา 116 แก่ อะดิศักดิ์ สมบัติคำ, ธานี สะสม, สุวรรณา  ตาลเหล็ก, ณัทพัช อัคฮาด, สิทธิทัศน์ จินดารัตน์, อนุรักษ์  เจนตวนิชย์ และ ธนพ อัมพะวัติ อ้างพฤติการณ์คดีในลักษณะคล้ายกัน 

ทั้งหมด 14 คนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน ส่วนวันนัดรายงานตัวและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวนจะประสานงานนัดหมายในภายหลัง

คดีจากการชุมนุม “19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร” เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 63 นับเป็นคดีการชุมนุมที่ประชาชนและนักกิจกรรมถูกดำเนินคดีในหลายข้อหาจากกรณีการชุมนุมเพียงครั้งเดียว ทั้งข้อหามาตรา 112 “หมิ่นประมาทกษัตริย์”, ข้อหามาตรา 116 “ยุยงปลุกปั่น”, ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน และ พ.ร.บ.โบราณสถานฯ

>> อ่านภาพรวมการชุมนุม ประมวล #19กันยาทวงอํานาจคืนราษฎร การชุมนุมที่ปักหมุดใหม่ให้ประวัติศาสตร์