แจ้งข้อหาฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เยาวชน 17 ปีอีกราย หลังร่วมชุมนุม #ม็อบ1พฤศจิกา แยกอุดมสุข

30 พ.ย. 63 เวลา 10.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลบางนา  “ธนกร” (สงวนนามสกุล) เยาวชนอายุ 17 ปี ที่ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนสน.บางนา ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมกับผู้ปกครอง ทนายความ และที่ปรึกษากฎหมาย โดยธนกรถูกแจ้ง 4 ข้อกล่าวหา จากกรณีการชุมนุม #ม็อบ1พฤศจิกา บริเวณแยกอุดมสุข เดินขบวนไปยังสี่แยกบางนา เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 63 นับเป็นเยาวชนรายที่ 5 แล้วที่ถูกกล่าวหาจากการร่วมชุมนุมทางการเมือง

สำหรับคดีนี้ มี พ.ต.ท.ศุภกร แก้วเขียว สารวัตรสืบสวนสน.บางนา เป็นผู้กล่าวหา พนักงานสอบสวนมีการออกหมายเรียกครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 63 โดยเรียกผู้ต้องหาทั้งหมด 5 ราย ได้แก่ นายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นายชูเกียรติ แสงวงค์, นายนันทพงศ์ ปานมาศ และ “ธนกร” ซึ่งยังเป็นเยาวชนอยู่ โดยในวันนี้ผู้ต้องหารายอื่นๆ ยังไม่สามารถเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาได้

คณะพนักงานสอบสวนสน.บางนา ประกอบด้วย พ.ต.ท.ยุทธศิลป์ การินทร์ รองผู้กำกับ (สอบสวน), ร.ต.อ.ภูมิวัฒนา ฤทธิ์ทอง รองสารวัตร (สอบสวน) และร.ต.อ.กองพล วงค์จันทร์ รองสารวัตร (สอบสวน) ได้ร่วมกันแจ้งข้อกล่าวหากับธนกร ในข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ข้อหาเดินขบวนกีดขวางการจราจร ตามพ.ร.บ.จราจรทางบก, ข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหากีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 385

พฤติการณ์การกล่าวหาระบุว่าเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 63 ระหว่างเวลา 16.00 น. ถึง 22.00 น. กลุ่มคณะราษฎรได้ร่วมกันชักชวนกลุ่มผู้ชุมนุม ให้มาร่วมชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทย โดยเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก และให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีผู้ชุมนุมประมาณ 800-1,000 คน มารวมตัวกันบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข แยกอุดมสุข จากนั้นพากันเดินตามท้องถนน ใช้พื้นที่ถนนสุขุมวิทช่องทางจากอุดมสุขไปสี่แยกบางนา และบริเวณหน้าอาคารเดอะโค้ท จนเต็มถนน ผู้ใช้รถไม่สามารถใช้ทางสัญจรได้ตามปกติ

ระหว่างการเดินทาง แกนนำหรือผู้จัดการชุมนุมได้สลับกันขึ้นปราศรัยบนรถยนต์ที่บรรทุกเครื่องขยายเสียงเพื่อปลุกเร้าผู้ชุมนุม โดยผู้จัดชุมนุมไม่ได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ไม่ได้ตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าร่วม ไม่ได้จัดให้มีการสวมหน้ากากอนามัย ไม่มีการเว้นระยะห่าง จนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. จึงได้เลิกชุมนุมและแยกย้ายกันไป

ธนกรได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อไป โดยหลังการแจ้งข้อกล่าวหาในช่วงบ่าย พนักงานสอบสวนยังได้นำตัวธนกรไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อให้ศาลตรวจสอบการจับกุมและการแจ้งข้อกล่าวหา โดยอ้างอำนาจตามมาตรา 71 แห่ง พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134

ศาลได้พิจารณาตรวจสอบการแจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นไปโดยชอบ และอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ แต่หากผิดสัญญาประกันให้ปรับ 3,000 บาท พร้อมกับนัดให้ธนกรมารายงานตัวกับศาลเยาวชนและครอบครัวอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (1 ธ.ค. 63) และวันที่ 18 ม.ค. 64 ให้มารายงานตัวกับงานรับฟ้องคดีด้วย โดยระหว่างรอคำสั่งศาล ธนกรยังต้องถูกควบคุมตัวไว้ในห้องควบคุมตัวของศาลเยาวชนเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมงด้วย

ธนกรยังเปิดเผยภายหลังการถูกควบคุมตัวว่าสภาพห้องขังไม่ได้เคารพความเป็นมนุษย์ของเยาวชน และมีสภาพไม่ได้สวยงามเหมือนภายนอก และการถูกคุมขังแม้เพียง 1 ชั่วโมงกว่า ก็ได้ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของตน ซึ่งเพียงแต่ออกมาใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการพูดความจริงเท่านั้น

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ธนกรนับเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ถูกดำเนินคดีจากการเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง เป็นรายที่ 5 แล้ว ก่อนหน้านี้มีการดำเนินคดีต่อเยาวชน ได้แก่

1. เยาวชนอายุ 17 ปี ผู้ร่วมชุมนุม #คณะราษฎรอีสาน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 63

2-4. ลภนพัฒน์, เบญจมาภรณ์ และคณพศ จากการเข้าร่วมการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 63 หรือ ชุมนุม #15ตุลาไปราชประสงค์

ดูเพิ่มเติม สน.ลุมพินีออกหมายเรียกนักเรียน 3 ราย ข้อหาพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คาดเหตุชุมนุม #15ตุลาไปราชประสงค์